home | link | webboard | job | sitemap |

อยากทราบความแตกต่างของ Breeam และ LEED และผลกระทบที่ทั้งสอง assessment method จะมีต่อสถาปนิกไทยในอนาคตค่ะ

22 posts / 0 new
Last post
brick
อยากทราบความแตกต่างของ Breeam และ LEED และผลกระทบที่ทั้งสอง assessment method จะมีต่อสถาปนิกไทยในอนาคตค่ะ

อยากทราบว่าถ้าเป็นสถาปนิกที่ทำงานในประเทศไทย กฏหมายไทย

LEED และ Breeam จะมีผลต่อเรามากน้อยแค่ไหนค่ะ

tc
ผมขออนุญาติ เสนอให้พูด ถึง

ผมขออนุญาติ เสนอให้พูด ถึง TEEAM ( Thailand Energy& Environmental Assessmenet Method)  ด้วยนะครับ น่าจะมีผลโดยตรงต่อคนไทย  แต่ผมก้ไม่รู้อะไรเลย

เคยรู้ว่าอุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมฯ ท่าน ผศ ดร อรรถ เศรษฐบุตร เคยพูดถึง และล่าสุดเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เห็นมีสัมนา หลักเกณฑ์ประเมินอาคารเขียวของไทย ฉบับร่าง ที่ สมาคมวิศวกร + สมาคมสถาปนิก ร่วมเป็นเจ้าภาพ   ผมจะไปหาอ่านข้อสรุป หรือ อัพเดทได้ที่ไหนครับ และเป็นเรื่องเดียวกันกับ TEEAM ไหมครับ

เข้าใจว่า TEEAM เป็นเครื่องมือในการวัดอาคารเขียว  เหมือนหรือละม้ายคล้ายคลึง กับบรรดาที่ชาวโลกเขามีกัน  LEED ( USA) และ BREEAM( UK)

LEED คงต้อง ดร พร เพระเคยฟังบรรยาย (สีโจตันเป้นเจ้าภาพ) ค่อนข้าง เข้าใจได้ง่าย หรือจะไปแกะในเวบ http://www.usgbc.org/DisplayPage.aspx?CategoryID=19

winyou
winyou's picture
TEEAM เป็นของรัฐบาล

TEEAM เป็นของรัฐบาล กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพ เน้นเรื่องพลังงานอย่างเดียว ไม่ใช่อาคารเขียว

ส่วน สถาบันอาคารเขียว เป็น NGO ตั้งโดย ASA และ วสท ร่วมมือกัน มีเกณฑ์อาคารเขียวไทย ชื่อว่า TREES

เน้นเรื่องการรักชาติ ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความรู้ จิตสำนึก และกฎเกณฑ์

ร่างโหลด โหลดได้ที่

http://winyou.asia/download/index-download.html

 

arch3375
จากการบรรยายเรื่องแนวความคิดเ

จากการบรรยายเรื่องแนวความคิดเรื่องอาคารเขียวที่ทางโจตันเป็นเจ้าภาพนั้น ทางสมาคมกำลัง up load ข้อมูลที่ทางวิทยากรนำมาประกอบการบรรยายขึ้นใน web สมาคมนะครับ 

ผมก็กำลังรอข้อมูลตัวนี้อยู่เหมือนกัน ฝากทางสมาคมช่วยเร่งให้เร็วขึ้นหน่อยนะครับ

ขอบคุณครับ

winyou
winyou's picture
เพิ่งทราบนะครับว่าจะมีการ

เพิ่งทราบนะครับว่าจะมีการ upload ข้อมูลเรื่องนี้ด้วยนิ

=^-^!=

atch
พวก LEED หรือ TEEAM

พวก LEED หรือ TEEAM มันเป็นเพียง Assessment Method นะครับ อย่ายึดถือว่ามันคือ Design Method มันมี Design อย่างอื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถ Assess ได้ จึงต้องละออกไปก่อน แล้วรอ technology หรือความรู้จากการนำไปใช้จริงเกิดขึ้น แล้วค่อย ๆ พัฒนาเป็นให้สามารถนำไปทำ Assessment ได้ ปัญหาของบ้านเราก็คือ การจะนำสิ่งเหล่านี้ไปเป็นคู่มือในการออกแบบ ซึ่งอันตรายมาก หากเด็กรุ่นใหม่คิดว่า อะไรที่ไม่ได้คะแนนจาก LEED หรือ BREEAM จะถือว่าไม่ green ก็เลยไม่ต้องทำ

จริง ๆ แล้ว TEEAM มีหัวข้อการประเมินความเขียวอยู่ด้วย แต่ไม่ได้นำมาเป็นคะแนนหลักในการบ่งบอกระดับเพื่อนำไปใช้ให้รางวัลใคร ๆ เพียงแค่แนะนำให้ทำตาม ตอนนั้นรู้สึกว่าคณะสิ่งแวดล้อม ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นทีมทำขึ้นโดยศึกษาอ้างอิงเกณฑ์ต่างชาติ 3 เกณฑ์ คือ LEED CASBEE และ BREEAM ซึ่งจริง ๆ แล้วชื่อของ TEEAM ก็เป็นแบบประเมินการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือเขียวเหมือนกัน และทำกันออกมาด้วยการระบบการทำวิจัยทางวิชาการ ตีพิมพ์เป็นวิทยานิพนธ์นักศึกษาป.โท กันหลายที่ เพียงแต่จะรู้กันในหมู่นักวิชาการเท่านั้น ไม่ค่อยออกไปให้นักวิชาชีพได้รู้จัก ถ้าศึกษาดูจะเห็นว่ามีความพยายามทำวิจัยออกมาให้สามารถประเมินประสิทธิผลการระบายอากาศธรรมชาติ และแสงสว่างธรรมชาติได้ ซึ่งเกณฑ์ของประเทศเมืองหนาวทั่วไปจะไม่มี

tc
ท่าน วิญญู และท่าน

ท่าน วิญญู และท่าน atch

สมมุติว่า เจ้าของ โครงการตั้งโจทย์ให้สถาปนิกว่าอยากทำอาคารที่ได้คะแนนได้แต้มได้โล่ ในเรื่อง green ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็แล้วแต่

ถามว่า

สถาปนิกคนไทย ควรจะเริ่มจากศึกษาหรือให้ความสำคัญให้น้ำหนักเกณฑ์ตัวไหน LEED ,TEEAM ,สถาบันอาคารเขียว เพื่อจะได้แนะนำเจ้าของโครงการและเพื่อเป็นไกด์ในการเริ่มสนทนา..เพราะลูกค้าเริ่มรู้จัก leed แต่อาจจะ ไม่คุ้น TEEAM,และสถาบันอาคารเขียว เหมือนผม ที่แค่ผ่านมาผ่านไป ในเวบแห่งนี้

รบกวนให้ชี้แนะด้วยครับ  เพระฟังดู TEEAM ก็เป็นเรื่องของนักวิชาการ NGOอาคารเขียว ก็เพิ่งจะมีร่าง  LEEDก็ของฝรั่ง

หรือทางสมาคมสถาปนิกควรจะแนะนำสมาชิกเลยได้ไหมครับว่า อะไรที่สถาปนิกไทยควรเอามาใช้เป้นแนวทาง(ไม่ใช่คู่มือ)

มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม คำถามอาจจะซื่อบื้อไปต้องขออภัย

นับถือ

winyou
winyou's picture
ถามคนทำเรื่อง TGBI ก็ต้องดัน

ถามคนทำเรื่อง TGBI ก็ต้องดัน TREES สุดลิ่มทิ่มประตูแน่นอน เป็นอย่างอื่นๆได้ไง

แต่ชีวิตจริงนั้น อีกเรื่องหนึ่ง

ผมว่าแค่ให้เจ้าของอาคารเข้าใจว่า green building แท้ๆ นั้นทำอย่างไร แนวคิดอย่างไร ให้ได้ก่อน จะเป็นมาตรฐานไหน ไม่สำคัญเท่าจิตสำนึก และองค์ความรู้ที่ถูกต้อง

ของปลอมเยอะครับ มีคนส่งแบบประกวด เอาอาคารลงใต้ดินเกือบหมด ทำหลังคาคลุมเป็นหญ้าหมด แล้วบอกว่า เป็นอาคารเขียว เพราะไม่เห็นตัวอาคารเลยนอกจากหญ้า พูดไปได้ โกหกชัดๆ

ถามว่าอาคารใต้ดิน เอาแสงธรรมชาติ อย่างไง ระบายอากาศอย่างไง

คนที่อยู่ในอาคารใต้ดินมีความสุขหรือ วันๆ เห็นแต่ผนังคอนกรีต แล้วอย่างนี้ยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองเป็นอาคารเขียว

ที่แย่คือชนะประกวดอีก เพราะกรรมการส่วนหนึ่งที่เป็นทั้งสถาปนิกเป็นทั้งวิศวกร บางส่วนที่ไม่รู้เรื่อง ก็เชื่อสถาปนิกคนนั้นเสียอีก เพราะตีบสวยมากเกินห้ามใจจริงๆ

ฮ่วย

=^-^=

 

atch
ถ้าจะเอาโล่รางวัล ในตอนนี้

ถ้าจะเอาโล่รางวัล ในตอนนี้ ก็คงต้อง สมัคร LEED เพราะ TEEAM ยังไม่รู้ว่าจะยั่งยืนไปอีกกี่ปี เพราะกระทรวงพลังงานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้หมดทุกอย่าง เจ้าของอาคารไม่ต้องจ่ายค่าสมัคร ค่าประเมินใด ๆ ทำให้รัฐแบกภาระจ้างกรรมการ ค่าเอกสาร ค่าจัดงาน PR รวมเป็นค่าประเมินเองประมาณ 1 แสนบาท ต่อหนึ่งอาคาร รัฐจึงมองว่าใช้เงินเยอะ และอาจจะไม่จัดสรรงบประมาณในปีต่อ ๆ ไป หากเงินกองทุนน้ำมันร่ิอยหรอลง คืออาจจะทำไปเสร็จแล้วอาจไม่ได้โล่นะครับ ถ้ารัฐยุติโครงการไปก่อนที่อาคารจะสร้างเสร็จ

ส่วนของสถาบันอาคารเขียวไทย ก็เพิ่งจัดตั้ง ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเริ่มมีการรับสมัครเมื่อไหร่ มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ขั้นตอนต้องทำยังไง เพราะตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาเกณฑ์ และหาทุนอยู่ ไม่เหมือนกระทรวงพลังงานที่มีเงินเยอะ แต่มีคนคอยจะแย่งกันไปใช้เยอะด้วย รวมทั้งนักการเมืองคอร์รับชั่นมากมาย

ซึ่งดูเหมือนว่า หากอยากได้โล่ ก็คงต้องจ่ายเองมากมาย โดยการไปสมัคร LEED จ้างผู้เชี่ยวชาญทำเอกสาร submit ไปที่อเมริกา (on-line) รวมทั้งจ่ายค่าประเมินหลายแสนให้กรรมการที่อเมริกา ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเจอกรรมการ review แย่ ๆ ที่ไม่ได้รู้เรื่อง green จริงๆ แต่ตรวจกันไปตามคู่มือ เหมือนเจ้าหน้าที่เขตตรวจแบบขออนุญาต ซึ่งทำให้ช้ามากในเรื่องของ "การตีความ" (Credit interpretation) เพราะเขาต้องส่งต่อให้กรรมการที่รู้เรื่องช่วยตัดสินให้อีกที ซึ่งหากไปตาม LEED เจ้าของคงต้องเตรียมงบไว้อีก 1 ล้าน เป็น Soft cost นอกเหนือจากค่าก่อสร้างอาคารให้ green ที่สูงกว่าอาคารทั่วไปอีกประมาณ 15 % (คร่าว ๆ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำอะไร) ถ้าเป็นพวก solar cell ระบบ recycle น้ำ หรือพื้นที่สีเขียวที่มากกว่าปกติก็แย่หน่อย ถ้าเป็นพวกเปลือกอาคาร งานระบบไฟฟ้าทั่วไป ก็พอไหว อีกส่วนหนึ่งที่มักจะถูกลีมคือ ค่า fee ของ designers ทุกส่วนจะต้องเพิ่มด้วย เพราะต้องทำงานมากกว่าปกติ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม เป้นภาษาอังกฤษ ต้องทำ energy simulation ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งในประเทศก็หาคนทำได้ไม่กี่คน ต้องมีผู้จัดการอาคารเข้ามาร่วมทำแผนการบำรุงรักษางานระบบอาคาร ต้องให้ผู้รับเหมาเตรียมแผนการก่อสร้างที่สะอาดกว่าปกติ มากมาย แรกๆ designers ก็อยากทำให้ เพราะจะได้เอาไปเป็น reference ว่าเคยทำงานได้ LEED แต่ต่อไปก็จะไม่เอาแล้ว และจะขอค่า fee เพิ่ม

แต่ถ้าไม่เอาโล่ ก็คือไม่มี commitment ซึ่งทำไปทำมาก็จะเลิกทำไปก่อน เห็นหลายโครงการเป็นแบบนั้น ค่อย ๆ ตัดข้อโน้น ข้อนี้ออกไปเรื่อย ๆ จนไม่เหลือคะแนนอะไร อย่าลืมว่าความเป็น green มันต้องมองแบบองค์รวม holistic ด้วย การเลือกทำอะไรเป็นข้อ ๆ แล้วไม่ทำบางข้อ อาจจะไม่ทำให้ได้ green จริง ๆ  

กรณีว่าจะเลือก LEED หรือ TEEAM อยากให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการว่า ถ้าเป็นอาคาร residential (บ้าน อพาร์ทเมนต์ คอนโด) ซึ่งใช้แอร์เวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ และใช้ natural ventilation เสนอให้ใช้ TEEAM เล่มเหลือง (TEEAM มีสองเล่ม เหลืองคืออาคารพักอาศัย ฟ้า คืออาคาร commercial) และพยายามทำคะแนนส่วนสิ่งแวดล้อมให้ได้เต็ม แต่ถ้าอาคารเป็น พวก office โรงแรม shopping retail ทีใช้แอร์กลางวัน ก็ไปใช้ LEED เลยก็ได้

ข้อควรระวังหลัก ๆ ของ LEED คือ 1.หาคนทำ energy simulation ไม่ได้ 2. หาบริษัทมาทำ commissioning งานระบบยากมาก 3. มี LEED AP มากมายที่อเมริกา ที่รู้เรื่อง LEED แต่ไม่รู้เรื่อง Green ฺBuilding Design (งงมั๊ย) 4. communication problem กับที่ LEED ถ้า email ไปจะไม่ตอบ แต่ถ้าโทรไปก็จะเจอแต่คนที่ไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถตอบได้ ทางเดียวที่ทำได้ก็คือเข้าไปหาอ่านใน webboard อื่น ๆ ว่ามีใครมีปัญหาการตีความอย่างไรกันบ้าง แล้วก็จะเริ่มรู้ว่าเรื่องเดียวกัน มันตีความไม่เหมือนกัน !! คล้าย EIA บ้านเราแหละ

เรื่องการตีความ TEEAM ก็มีปัญหา พอเปลี่ยนกรรมการ review ก็ตีความไม่เหมือนกัน ทำอย่างนี้เคยได้คะแนน พอมีกรรมการชุดใหม่เข้ามา ก็บอกว่าไม่ได้คะแนน พอแย้งว่าโครงการที่ผ่านมาเคยได้มาแล้ว กรรมการชุดใหม่มันก็บอกว่าเป็นเรื่องของกรรมการชุดที่แล้ว ไม่เกี่ยวกับชุดนี้ เซ็งไหมละ ที่แย่กว่านั้นคือ มีคู่มือ คนออกแบบทำตามคู่มือ แต่กรรมการไม่อ่านคู่มือ แล้วใช้ ego ตัดสิน

เบื่อแล้วครับกับการประเมินอาคาร เหนื่อยจริง ๆ ใครมีไฟอยากทำ เชิญเลย 

 

arch3375
สวัสดีตอนเช้าครับ ข้อมูลที่ผม

สวัสดีตอนเช้าครับ

ข้อมูลที่ผมได้รับเรื่องการ up load เอกสารประกอบการบรรยายเรื่องอาคารเขียว ที่ทางโจตันเป็นเจ้าภาพจัดการสัมนานั้น จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของโจตัน ได้รับการแจ้งกลับมาว่าทางโจตันได้ประสานกับวิทยากรทั้งของโจตันเอง และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 2 ท่านนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลประกอบการบรรยายเพื่อมาลงใน web สมาคม ให้สมาชิกที่สนใจได้ load ไว้เป็นข้อมูลประกอบครับ

หากผิดพลาดประการใด มีการคลาดเคลื่อน ต้องขออภัยด้วยครับ

 

atch
 จริงๆ แล้ว การบอกว่าอะไร

 จริงๆ แล้ว การบอกว่าอะไร green มันยากกว่า การบอกว่าอะไร ไม่ green แม้แต่การไม่สร้างอะไร มีแต่สนามหญ้า แล้วใช้ยาฆ่าแมลง ก็มีคนหาว่าไม่ green ได้อยู่ดี ความจริงสุดยอด Ultimate Truth คงไม่มีในโลกเช่นเดียวกับ ความกรีนสุดยอด (Ultimate Green)

การพยายามหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่มักจะเริ่มด้วยการตั้งสมมติฐาน และ test ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์มักเริ่มทำงานหาความจริงจากการเข้าไปค้นหาความไม่จริงในสรรพสิ่ง หากความเชื่อต่าง ๆ ที่มีมาแต่เดิม ถูกตรวจพบได้ว่ามีความไม่จริงอยู่ในระดับสูง หรือมีนัยสำคัญว่าจะไม่จริง ก็ให้ลงความเห็นว่าไม่จริง แต่สิ่งใดที่ยังไม่สามารถ prove ถึงความไม่จริงได้ ก็ยังให้ "เชื่อ" ว่ามีความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ผ่านการทดสอบมากมาย แล้วไม่พบความเป็นเท็จ ก็จะพัฒนาต่อไปจากความเชื่อ (belief) ไปเป็นความรู้ (knowledge) ไปเป็นทฤษฎี (Theory) จนถึงขั้น (Law) เช่น Law of Gravity

แม้แต่ Law ที่เป็นจริงบนโลกนี้ ก็ไม่เป็นจริงบนดวงจันทร์ ของที่เป็นจริงกับ อาคารสำนักงาน ก็ไม่สามารถเป็นจริงกับ อาคารพิพิธภัณฑ์

ความรู้ ความเชื่อเรื่อง Green เกณฑ์ความเขียวต่าง ๆ ที่ใช้กับ office หรือ condo ที่ คนเป็นผู้อาศัยหลัก ก็คงไม่สามารถนำไปใช้ชี้วัดในสิ่งก่อสร้างที่ หม้อไหอายุพันปีเป็นผู้อาศัยหลักตลอด 24 ชั่วโมง

แสงธรรมชาติที่มี UV เยอะ กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับ หม้อไห ที่เคยจมอยู่ในดินเป็นพันปี หม้อไหไม่ต้องการความสว่างเยอะขนาด 500 lux เพื่อทำงาน แต่หากคนผู้เป็นแขกจะเข้าไปดู หม้อไห ก็ต้อง หลิ่วตาตาม

การระบายอากาศธรรมชาติ หรือ Air Exchange ที่มาก ๆ ตามมาตรฐานสำหรับ คน เป็นสิ่งต้องห้าม สำหรับ หม้อไหเพราะจะมีสิ่งแปลกปลอม ที่ไม่เคยมีมาเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว เข้ามารบกวน

การกดอาคารลงดิน และด้วยผนังคอนกรีตที่เป็น mass เป็นความจำเป็นเพื่อรักษา indoor condition ให้ stable ที่สุดสำหรับ หม้อไหที่เคยจมดินมาเป็นพันปี ไม่กดลงดินก็ได้ แต่คงต้องใช้ผนังคอนกรีตหนาประมาณ 0.5 เมตร เพื่อไม่ให้เกิด temperature swing แล้วหลังคาละ หากไม่ใช่ดินที่มีพืชพันธ์ปกคลุม คงต้องใช้หลังคาคอนกรีตหนาสัก 1 เมตร เพื่อให้ indoor มัน stable ที่สุด เหมือนกัน

จะมีประโยชน์อะไรหากจะออกแบบให้อาคารมีสภาพแวดล้อมสุขสบายสำหรับคนมาเที่ยว จนต้องไปทำลายคุณค่าของประวัติศาสตร์ พันๆ ปี 

brick
ช่วงนี้ค้นคว้าเรื่องเกณฑ์การป

ช่วงนี้ค้นคว้าเรื่องเกณฑ์การประเมินอาคารอยู่

ก็ได้แนวทางบางส่วนจากคำตอบในกระทู้นี้ ขอบคุณค่ะ

เห็นด้วยกับคำตอบของคุณ atch ค่ะ มนุษย์เรารับรู้สภาพแวดล้อมอย่าง subjective

ดังนั้นการมองว่าสถาปัตยกรรมเป็น object มันลดทอนทั้งคุณค่าของมนุษย์และความหมายของสถาปัตยกรรม

เอ๊ะ! แต่นี่ไม่เกี่ยวกับ LEED และ BREEAM นี่นา เจ้าของกระทู้พารวนเอง :) 

tc
ผมขออนุญาติเจ้าของกระทู้ถาม

ผมขออนุญาติเจ้าของกระทู้ถาม  ท่าน atch ท่าน วิญญู (เข้าใจว่าท่านเป็นกรรมการ ร่างเกณฑ์อาคารเขียว)

definition ของ green building ในบริบทของสถาบันอาคารเขียวไทย คืออะไรครับช่วยdefine หน่อยครับ  

(ตอนนี้เจอแต่definitionที่มาจากของฝรั่ง)

winyou
winyou's picture
ไม่ใช่คำจำกัดความของคณะกรรมกา

ไม่ใช่คำจำกัดความของคณะกรรมการอาคารเขียวไทยนะครับ เพราะไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เป็นเรื่องเป็นราวสักที ลอกมาจากบทความนตัวเองทั้งดุ้น เอาว่าเป็นความเห็นส่วนตัวนะ =^-^=

 

คำถามเกี่ยวกับอาคารเขียวที่มักถูกถามขึ้นเสมอๆ คือ อาคารเขียวคืออะไร? ผู้เขียนขออนุญาตตอบคำถามนี้ตามความเข้าใจเข้าใจคือ
เรื่องแรกที่อยากจะทำความเข้าใจคือการที่มีหลายหน่วยงานและหลายท่านพยายามจะใช้คำ “อาคารสีเขียว” แทนคำว่า “อาคารเขียว” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะอาคารเขียวนั้นไม่ใช่อาคารที่ทาสีเขียว คำๆนี้แตกต่างจากคำว่า “พื้นที่สีเขียว” ที่เราใช้กันในกฎหมายควบคุมอาคารและผังเมือง เพราะพื้นที่เหล่านั้นเป็นพื้นที่ที่ปลูกต้นไม้หรือปลูกหญ้า ที่มีสีเขียวจริงๆ จึงถูกต้องแล้วที่จะเรียกว่า “พื้นที่สีเขียว”
สำหรับ Green Architecture นั้นเรามักแปลว่า “สถาปัตยกรรมสีเขียว[1]” ไม่ใช่คำว่า “สถาปัตยกรรมเขียว” โดยสถาปนิกที่ให้ใช้คำๆนี้ท่านบอกว่า คำที่ใช้เรียกสวยกว่ามากนั่นเอง
“อาคารเขียว” ไม่ใช่อาคารที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงหรือล้ำสมัยในการออกแบบและก่อสร้าง นอกจากนั้น “อาคารเขียว” ไม่ใช่แค่อาคารประหยัดพลังงาน แต่จะต้องเป็นอาคารที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานควบคู่กันไป ผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารเขียวจะต้องได้รับความปลอดภัย สุขสบายด้วย
หรือพูดง่ายๆ อาคารเขียวคือ “อาคารที่ต้องประหยัดพลังงานและต้องเคารพธรรมชาติโดยต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้อยู่อาศัย โดยต้องมีความยั่งยืน”
อาคารเขียวจึงเหนือกว่าอาคารประหยัดพลังงานหลายช่วงตัว เพราะมาตรการประหยัดพลังงานในหลายๆอาคารที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้น มีหลายเรื่องที่ทำผิดวิธี จนทำให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารได้รับความเดือดร้อน เช่น มีการลดปริมาณไฟฟ้าแสงสว่างให้น้อยลง จนความสว่างนั้นน้อยเกินไป ทำให้ผู้ทำงานในอาคารนั้นเสียสุขภาพทางสายตา
การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่สูงขึ้นจนเกิดสภาวะไม่น่าสบาย เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้เองที่ถ้าเราพูดแต่เรื่องอาคารประหยัดพลังงานแต่ลืมคนที่อยู่อาศัยภายในแล้ว สิ่งที่ได้คือแทนที่จะได้ผลดีกลับก่อผลเสียในระยะยาว


[1]ยังเป็นข้อถกเถียงกันว่าจะเรียก Green Architecture ว่า “สถาปัตยกรรมสีเขียว” หรือ “สถาปัตยกรรมเขียว” ดี

 

 

Sorachai
เห็นด้วยกับอาจารย์อรรจน์

เห็นด้วยกับอาจารย์อรรจน์  ในหลายประเด็นเลยครับแต่อย่าพึ่งหมดไฟเรื่องทำการประเมินเลยครับ  ชีวิตสังคมมนุษย์เรา เกิดมาก็มีแต่เรื่องการประเมินผลนี่แหละ ที่คอยพิสูจน์นุ้น พิสูจน์นี่ ไปเรื่อยครับ มันก็กลับมาที่จิตใจ อยากให้เป็นที่ยอมรับในหมู่หนึ่ง หรือกลุ่มสังคมหนึ่งๆ

อย่างที่ได้ยินเค้าพูดกันว่าเรื่อง green เรื่อง sustainability เป็นเรื่อง ของ attitude  เขียวมากเขียวน้อย (holistic approach)

แต่ถ้าอยากได้โล่เพื่อป็นที่ยอมรับของสากล (แต่จริงๆก็คือคนกลุ่มหนึ่งอยู่ดี) ก็ LEED ของอเมริกา หรือ BREEAM ของอังกฤษ 

เรื่องเงินต้องหนาครับ ต้องยอมจ่ายทุกอย่างเพื่อจ้างที่ปรึกษาต่างๆ การรวบรวมข้อมูล ค่าจ้าง test มากมาย และก็ต้องมีเวลา"รอ"ด้วยครับ ต้องรอเป็น ส่งข้อมูลแล้วต้องรอ จะมาขอให้ได้เดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ เลยไม่มีหรอกครับ และค่าก่อสร้างที่จะแพงขึ้นจริง แต่ระยะยาวแล้วถูกกว่า (life cycle cost การดูแลรักษา ค่านำ้ค่าไฟ) รวมไปถึงค่าจิตใจและความสุขใจที่สูงส่ง ไม่สามารถตีราคาได้

อย่างที่อาจารย์อรรจน์ว่าแหละครับ ต้องจ้างที่ปรึกษา(LEED AP) เพราะมันเป็นระบบการตลาดระดับโลกที่เค้าวางไว้ และก็มีมากมายก็ไม่มีความรู้เรื่อง green building design อย่างจริงๆจัง (เพราะตะลุยจำๆๆๆๆ เอาจากตำรา)  ส่วนเรื่อง communication นี่ผมว่าไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่ ที่ผมอยู่แถวๆนี้ก็มี สถาปนิกหรือ นักเรียนปริญญาเอกไทย หลายๆท่านที่สอบ LEED AP ผ่านกันไปหลายคน หรือลองปรึกษา ดร.พร เรื่องนี้

โชคดีครับ สรชัย

Sorachai
พี่วิญญูไปตั้งได้อีกกระทู้เลย

พี่วิญญูไปตั้งได้อีกกระทู้เลยครับ เรื่องการใช้คำว่า "เขียว" หรือ "สีเขียว"  

ขอนอกประเด็นครับ 

ในความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าที่ใช้ "สีเขียว" ที่ใช้กันอยู่นั้น น่าจะเป็นการให้ความหมายเชิงนัยยะหรือแอบแฝงมากกว่าครับ

อาจจะหมายไปถึงความเป็นสีเขียวของใบไม้ สีเขียวของความเป็นธรรมชาติ  รู้สึกสุขใจกับความเป็น สีเขียว (อ่านบทความอาจารย์แสงอรุณก็ได้ความรู้สึกอย่างนี้)

ส่วน "เขียว"เฉยๆ คงดูห้วนๆ มั้งครับ เหมือนไอ้เขียว ไอ้แดง อะไรเทืิอกโน้น (ไม่ได้ลบหลู่ใครที่ชื่อนี้นะครับ) อันนี้ก็แล้วแต่ประสบการณ์แต่ล่ะคนกับความหมายที่โตๆกันมา

เราน่าจะลองไปขอคำปรึกษา อ.ทิพย์สุดา หรือ อ.ปิยลดาดูนะครับ เผื่อจะได้การตีความที่น่าสนใจ (และเป็นที่ impact ต่อสามัญสำนึกมากมากมาก)

 

 

winyou
winyou's picture
รับทราบครับ =^-^=

รับทราบครับ

=^-^=

atch
 Green Design = Good Design

 Green Design = Good Design แยกจากกันไม่ได้

ผมมองว่า green design มันเป็นสมดุลย์ระหว่าง service “quality” ที่สถาปัตยกรรมนั้นทำให้เกิดขึ้น เมื่อเทียบกับ environmental loading หรือ ภาระที่มันก่อขึ้น ถ้าอ้่างอิงแนวคิดของตะวันออกตามแบบของ CASBEE ตัว service quality จะได้แก่ ความสบาย ความปลอดภัย คุณภาพอากาศ ประโยชน์ใช้สอย ชุมชน ประเพณี วัฒนธรรม การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งจะเป็น positive impact ต่อการดำเนินชีวิต

ในส่วนของ negative impact ก็คือ loading หรือ emission ของสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นจากอาคาร ซึ่งได้แก่ การใช้พลังงาน การใช้น้ำ การดูแลรักษา การใช้วัสดุ ขยะที่เกิดขึ้น สารพิษที่ปล่อย รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งระดับ global และ ระดับ local (ที่รวมทั้งการจราจร และทัศนอุจาด)

ถ้าเรา balance ตัว service quality กับ environmental loading ได้ เราจะได้สิ่งที่เรียกว่า Building Environmental Efficiency (BEE) ค่า BEE จะสูงก็ต่อเมื่อ service quality (Q) มีมากกว่า environmental loading (L) มาก ๆ เพราะ BEE = Q/L ความยากมันอยู่ที่การแปลง quality หรือ คุณภาพ ให้เป็น ปริมาณหรือตัวเลข เพื่อไปหารด้วย loading ซึ่งเป็นตัวเลขอยู่แล้ว จริง ๆ ก็ทำได้ด้วยวิธีทางวิชาการ หรือ assessment (ไม่ใช่ measurement)

ในอาคารพื้นถิ่น หรืออาคาร passive ตัว service quality อาจจะไม่สูงสุดยอดที่จะ serve ความต้องการในชิวิตปัจจุบันได้ แต่ไม่ถึงกับได้ 0 แต่ environmental loading มันต่ำมาก ๆ คือ emission หรือ  negative impact เข้าใกล้ 0 มันจึงทำให้ค่า BEE ขึ้นสูงมาก ๆ ก็คือสร้าง positive impact มากกว่า negative impact ซึ่งมันก็คือหลักการพิจารณา EIA ธรรมดาที่เป็นสากลนี่เอง ดังนั้น ใน EIA จึงต้องมีการประเมินผลกระทบต่อlสังคม ชุมชน และวัฒนธรรมด้วยเสมอ แต่เป็นแค่ Assessment เท่านั้น ไม่ใช่ Measurement

แล้วอาคารพื้นถิ่นแบบไหนล่ะ ที่ได้ค่า BEE ดีเยี่ยม ผลการศึกษาจากที่ญี่ปุ่น เพื่อเปรียบเทียบค่า BEE ของบ้าน tropical บ้าน igloo บ้าน Adobe ในทะเลทราย พบว่าบ้านไม้แบบ tropical ร้อนชื้นแบบบ้านเราได้คะแนนสูงสุด ทั้งนี้เพราะ environmental loading นั้นพอ ๆ กัน แต่ service quality ของบ้าน tropical นั้นได้เปรียบกว่ากันมาก เนื่องจากสภาพอากาศมันแค่ร้อนชื้น อากาศข้างนอกในเขตเรา ยังไงมันก็ไม่รุนแรงเหมือนขั้วโลก หรือทะเลทราย มันจึงเป็นข้อได้เปรียบเรื่องความน่าสบาย ก็แค่นั้น

http://www.ibec.or.jp/CASBEE/english/overviewE.htm

http://www.ibec.or.jp/CASBEE/english/document/Vernacular_Architecture_brochure.pdf

แต่ถ้าจะอ้างอิงแบบตะวันตก แบบของอเมริกัน แล้วดู LEED ก็จะพบว่า มันเป็นการมอง green แบบใช้ marketting นำ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐศาสตร์ หรือง่าย ๆ ก็คือ ขายของได้ เพราะของดีราคาถูกลง (หรือที่ LEED เขาเรียกอย่างสวยหรูว่า Market transformation) โดยเอา "Climate Change" และ "Health & Productivity" มาเป็น ตัวประกัน คือทำยังไงก็ได้เพื่อลด climate change โดย ความสุขสบายของคนใช้อาคารไม่ต้อง change แต่ให้อาคารนั้นช่วย change ให้ทุกอย่างลงตัวคุ้มค่ากับการลงทุนทั้งในระดับ micro และ macro ซึ่งเป็นการมองแบบ active และแน่นอนว่าสภาวะน่าสบายในบ้าน passive พื้นถิ่นมันคงไม่ดีหรือช่วยเพิ่ม productivity แบบมาตรฐานตะวันตกได้เลย มันก็เลยเอาไปประเมินเปรียบเทียบกันไม่ได้ มีคนพยายามประเมินด้วย LEED แล้วพบว่าบ้านพื้นถิ่น สอบตกเพราะด้วยแนวคิดแบบทุนนิยม การลด-ละ-เลิกมักไม่ส่งผลดีต่อระบบทุนนิยม แต่การ ผลิต-ซื้อ-ใช้อะไรที่ดีกว่า มีประสิทธิภาพดีกว่า มันคือแรงผลักดันให้เกิด innovation ที่ขายได้ และทุนนิยมก็จะ happy

ส่วนบ้านเราต้องเลือกเอาว่าจะไปแนวทางไหน ถึงจะ ถูกกาละ + เทศะ (Time + Place หรือ Space + Time) หรือที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสไว้เกี่ยวกับ "ภูมิสังคม" คือต้องสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และสังคมวัฒนธรรม แต่อย่านำมา LEED มาใช้เป็นมาตรฐานเลยทันทีเพียงเพราะว่าเรารู้จัก LEED อยู่อย่างเดียว หรือประเทศเรามีแต่ LEED AP แต่ไม่มีใครได้ BREEAM AP หรือ CASBEE AP เท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้น สถาปนิกไทยจะไม่มีที่ยืนในเวทีของ green แต่จะเป็นกลุ่มวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่การก่อสร้างอาคารหนึ่ง ๆ มันริเริ่มจาก idea เริ่มแรกของสถาปนิก

ส่วนเรื่องจะใช้คำว่า "เขียว" หรือ "สีเขียว" อันนี้ก็แล้วแต่จะสะดวกครับ ภาษามันเปลี่ยนกันอยู่เสมอ วันหนึ่งท่านผู้ทรงคุณวุฒิทางภาษาหรือราชบัณฑิต อาจจะสนใจลงมาเล่นเรื่อง green ก็อาจจะมาบัญญัติ ให้ใช้คำว่า นิเวศสถาปัตย์ แทนก็ได้ เพราะอาจจะดูไพเราะยิ่งขึ้นไปอีก เหมือน ละมุนภัณฑ์อะไรทำนองนั้น 555

ข้อแนะนำอย่างเดียวก็คือ ให้ศึกษาเกี่ยวกับ Sustainable Architecture หรือ Green Architecture จากอดีตเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ยุคก่อนที่จะมี LEED เกิดขึ้นในโลก แล้วค่อยมาอ่าน LEED แล้วจะเข้าใจอะไรมาก ๆ ว่าทำไม อะไร แต่ถ้าเริมอ่านหนังสือ green ในปัจจุบัน แล้วเล่มแรกที่อ่านคือ LEED ท่านจะเข้าใจไขว้เขวในเรื่องที่เกี่ยวกับ green ที่แท้จริง และอาจจะทำอะไรผิด กาละ + เทศะ เช่นเอาเกณฑ์ประเมิน OTTV ใน office ใหญ่มาประเมินบ้าน 2 ชั้น เหมือนที่กระทรวงพลังงานเคยทำกับ TEEAM มาแล้ว (ขอใช้ชื่อ office ของอาจารย์กรรณิการ์ บ่อยหน่อยนะครับ ชอบมาก ที่ท่านแปลชื่อ office Space Time ออกมาเป็น กาละ + เทศะ)

ขออภัยที่ตอบยาว แล้วอาจจะมีคำยาก ๆ แต่มันจำเป็นจริง ๆ ในสถานการณ์ขณะนี้

 

winyou
winyou's picture
นี่เองที่ผมได้ เสนอให้

นี่เองที่ผมได้ เสนอให้ คณะกรรมการจัดทำร่างอาคารเขียวไทย แบบ Thai Passive Green Building Rating ขึ้นมา

ผมว่าถ้าทำสำเร็จ บ้านเมืองเราคงจะเป้นที่รู้จักของทั่วโลกแน่ๆ เพราะไม่มีใครกล้าทำแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้

โครงการนี้น่าสนใจมาก ใครสนใจ ยกมือเลยครับผม

=^-^+

Sorachai
 ยกแล้ว เห็นมั้ยครับ

 ยกแล้ว เห็นมั้ยครับ

winyou
winyou's picture
เห็นแล้วครับ

เห็นแล้วครับ ตกลงรับเป็น

"หัวหน้า คณะทำงาน จัดทำเกณฑ์ อาคารเขียวไทยแบบPassive"

นะครับ

รบกวนหาชื่อไทยๆคำ Passive ด้วยเลยนะครับ จะได้เอาไปเสนอกรรมการอาคารเขียวไทยในการประชุมสมัยหน้า

งานนนี้เป็นงานอาสาสมัครนะครับ

=^-^=

ขออภัยท่นเจ้าของกระทู้ นอกทางนอกคำถามไปเล็กๆ แต่น่าจะมีประเด็นที่พอจับได้จากคำตอบ มั้ง นะครับ

 

tc
เรียนคุณ วิญญู และ ดร.อรรถ 

เรียนคุณ วิญญู และ ดร.อรรถ  ผมเสนอว่าไปตั้งกระทู้ เรื่อง green building โดยเฉพาะ ดีไหมครับ

ผม เองมีคำถามจะถาม ท่าน ทั้งสอง   แต่เกรงใจ เจ้าของกระทู้ ครับ