home | link | webboard | job | sitemap |

เ ล่ า ข่ า ว สู่ กั น ฟั ง ปี 2 5 4 7 ค รั บ

42 posts / 0 new
Last post
yy
เ ล่ า ข่ า ว สู่ กั น ฟั ง ปี 2 5 4 7 ค รั บ

ใน webboard ASASA ของคุณวิญญู มีการบันทึกข่าวที่เกี่ยวข้องกับวงการ สถาปนิก-วิศวกร-ก่อสร้าง-บ้านเมือง เอาไว้ในกระทู้ "เล่าข่าวสู่กันฟัง" ติดต่อกันเกือบทุกวันเป็นเวลา ๒ ปีกว่าแล้วครับ จนบางครั้งกลายเป็น "ปูมเ เล็กๆอีกบันทึกหนึ่งครับ บางกระทู้มีคนคลิ๊กเข้าไปเปิดอ่านเกือบ ๒ หมื่นครั้งครับ .....ดังนั้นจึงขอเอาข้อความบางข้อความมแต่ละปีาค่อยๆลงไว้ที่นี้นะ ครับ หลายท่านอาจจะสนใจ และหลายท่านอาจจะค่อยๆพิจารณาดูว่า เวลาที่ค่อยๆเปลี่ยนไปมีเหตุการณ์ใดที่เป็นผลกระทบถึงปัจจุบันบ้างนะครับ

กระทู้นี้ขอลอกเฉพาะ "เล่าข่าวปี ๒๕๔๗" เท่านั้นนะครับ
ส่วนที่รวมกระทู้ปี 2546 ตามได่ที่ link นี้ครับ......
http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00092184
.

yy
3 ม.ค. 2547 <b>สวัสดีปีใหม่คงยังไม่สายคร
3 ม.ค. 2547 สวัสดีปีใหม่คงยังไม่สายครับ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขและแข็งแรง ทั้งกายและจิต มีพลังและกำลัง เพื่อตนเอง ครอบครัวและประเทศไทย
ขอให้มีวงรัศมีป้องกันกระแสและสิ่งเร้ามายาทั้งหลาย มีสติและปัญญาที่เคยมีอยู่อย่างสมบูรณ์ และเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าอัตรา GDP ที่รัฐพยายามปรับขึ้นอย่างเฉียบสูง ขอให้มีความรักและความรัก ขอให้ได้ความรักและส่งต่อความรักทุกค่ำเช้า เ ท อ ญ
.
.
.
4 ม.ค. 2547 CAMPING.... งานออกแบบอีกอย่างที่สถาปนิกน่าสนใจ
ไม่ได้กำลังเขียนถึงเรื่องโศกนาถกรรมของแม่ลูกที่นอนเตนท์ และจุดตะเกียงในเตนท์ จนควันพิษได้ทำลายชีวิตของแม่ลูกจนเสียชีวิตไป แต่กำลังออกความเห็นเกี่ยวกับ "งานออกแบบสถานที่สำหรับ camping ทั่วไทย" ครับ
ถ้าใครออกตะเวณสถานที่ที่เป็นธรรมชาติศึกษา การท่องเที่ยวเชิงนิเวศในตอนปีใหม่ที่ผ่านมานี้ จะพบว่า ในทุกจุดที่เป็นแหล่งธรรมชาติ ที่สามารถจะกางเตนท์ตั้งแคมป์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ของราชการหรือจะเป็นของเอกชน จะมีเหล่าคนไทยรักธรรมชาติ ทุกเพศวัย ทุกระดับชีวิต พักกันอยู่มากมาย
resort บางแห่งจะมีเตนท์ให้เช่า และเก็บเงิน ๑๕๐-๕๐๐ บาท/คน (รวมอาหารเช้าข้าวต้มง่ายๆ เนื่องจากผู้พักอาจจะทำอาหารไม่ทัน) เป็นค่าที่พัก โดยบางแห่งเปิดเอาห้องน้ำส่วนกลางเป็นสถานที่อาบน้ำและปลดทุกของเหล่าชาวเตนท์ไปเลย นับเป็นธุรกิจใหม่ของการพักของคนไทยทีเดียว
แต่แน่นอน เพราะว่าเป็นเรื่องใหม่ทางการออกแบบสถาปัตยกรรม การจัดสถานที่จึงเป็นไปตามความคิดคำนึง และความเข้าใจของเจ้าของสถานที่เป็นหลัก ขาดความสะดวกสบายพื้นฐานที่จำเป็นบางอย่าง ขาดความปลอดภัยอีกหลายประการ การแบ่ง class และ type of camping พอสมควรครับ
ผมเชื่อว่าธุรกิจนี้ "รุ่ง" แน่ๆครับ
ใครอยากเริ่มศึกษา ตอนนี้เหมาะกับการเริ่มต้นมากครับ
.
.
.
5 ม.ค. 2547 อย่าลืมเขียนแบบเพื่อขออนุญาต EIA ก่อนส่ง กทม.

ตอนนี้กฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อมเข้มข้นขึ้นทุกวัน (เป็นเรื่องดีนะครับ) ทำให้อาคารมากมายหลายชนิด ต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะส่งไปขออนุญาตก่อสร้างที่ กทม. หรือที่กรมโยธา หากไม่มีการเตรียมการเรื่องการเขียนแบบที่ดี ก็จะทำให้โครงการภาพรวม ล่าช้าไปอีกหลายเดือนนะครับ (เฉพาะ EIA หรือการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ประมาณ ๓ เดือนแล้วครับ)

แบบที่จะมีการค่อยๆเขียน เพื่อเพิ่มรายละเอียดตอนนี้คงเป็นแบบนี้นะครับ
1. Preliminary Drawing
2. EIA permission Drawing
3. Construction permission Drawing
4. Bidding Drawing
5. Construction Drawing
6. Shop Drawing
7. Asbuilt Drawing
อ่านแล้วเพิ่มพลัง หรือท้อถอย ก็แล้วแต่ท่านๆละครับผม
.
yy
6 ม.ค. 2547 <b>มีผู้สมัครนายกสมาคมสถาปนิ
6 ม.ค. 2547 มีผู้สมัครนายกสมาคมสถาปนิกสยาม สักกี่คนหนอ.....
ข่าวล่าสุดรู้สึกว่า จะมีสมัครอยู่ผู้เดียวครับ
อาจจะเป็นหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ของสมาคมก็ได้ครับ
ข่าวคืบหน้าจะติดตามนำเสนอต่อไปนะครับ
.
.
.
7 ม.ค. 2547 Confirm แล้วครับว่ามีสมัครเพียงท่านเดียวจริงๆครับ....
สอบถามข่าวไปที่สมาคมสถาปนิกฯทราบว่ามีจดหมายส่งเข้ามาสมัครเพียงท่านเดียวจริงๆครับ อีกวัน-สองวัน กรรมการเลือกตั้งจะประชุมเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครท่านนี้ หากผ่านคุณสมบัติ ก็ต้องมีการลงมติกันต่อไปว่า จะรับรองให้เป็นนายกสมาคมคนต่อไปหรือไม่
หากไม่ผ่านคุณสมบัติ หรือไม่ผ่านเสียงรับรอง ก็ต้องเข้าสู่ขบวนการ "สรรหา" เพื่อหาผู้จะมาเป็นนายกคนต่อไปครับ ต้องคอยติดตามข่าวครับ
ชื่อของผู้สมัคร จะแจ้งทราบต่อไปนะครับ
.
.
.
8 ม.ค. 2547 หรือว่านายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านต่อไปจะชื่อ "ธนิต"
ผู้สมัครแต่ผู้เดียวเพื่อเป็นนายกสมาคมฯสมัยหน้า ชื่อ พล.ร.ต. ธนิต กิติอำพล ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมีการลงมติกันก่อนว่าจะรับรองให้ท่านเป็นนายกสมาคมฯหรือไม่ครับ
ข่าวนี้เชื่อได้ แต่ยังไม่เป็นทางการนะครับ แค่กระซิบสู่กันฟังครับ
.
yy
8 ม.ค. 2547 <b>ซื้อปลั๊กต่อพ่วงไม่ต้องมี
8 ม.ค. 2547 ซื้อปลั๊กต่อพ่วงไม่ต้องมี มอก. แต่ต้องมีสายดินครับ ...สำคัญๆๆๆ
ตอนนี้ปลั๊กต่อพ่วงที่มีมาตรฐานต่ำมากๆๆๆ ออกมาเต็มตลาด เนื่องจากว่าไม่มีมาตรฐาน มอก. (มอก.ยังไม่พิจารณา และตั้งมาตรฐาน) เกิดการระเบิดขึ้ยบ่อยๆแม้จะมีฟิวส์สำหรับตัดไฟก็ตาม เพราะฟิวส์นั้นควบคุมไฟทั้งหมด แต่มาตรฐานของปลั๊กแต่ละตัวในกล่องนั้นอ่อนแอมาก จึงระเบิดก่อนที่จะไปถึงฟิวส์
(อ่านแล้วไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไรนะครับ)
การสังเกตุที่พอจะร่อนตะแกรงได้บ้างก็คือการพิจารณาดูที่ "ขาปลั๊กสายดิน" ว่าจะต้องมีครบทุกจุด ทั้งตัวผู้และตัวเมีย (ส่วนใหญ่จะมีแต่รูที่ ๓ แต่ไม่มีสายต่อไปไหน) ถ้าบริษัทใดผลิตแบบที่มีสายดินจริง ก็อนุมานเบื้องต้นได้ว่า พอจะมีมาตรฐานพอควรครับ
.
.
.
13 ม.ค. 2547 ผังเมืองใหม่ กทม. เรื่อง FAR มีการกำหนดใหม่แล้ว....
ตอนนี้ทางสำนักผังเมืองได้มีการประกาศ ร่างเพื่อประชาพิจารณ์ครั้งที่ ๒ ออกมาแล้ว บางอย่างมีการเปลี่ยนแปลงจากร่างเดิม ซึ่งเราสามารถหารายละเอียดได้จากสำนักงานเขต เขาจะมีเอกสารเตรียมไว้ให้เลย ถ้าคนอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาปนิกและผู้ลงทุน น่าจะต้องไปขอมาศึกษาไว้หน่อยนะครับ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากกฎหมายเดิม หลักๆที่มีผลกับการออกแบบอาคารก็คือ เรื่องของ FAR ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายที่ ครับ
ว่างๆ อย่าลืมไปขออ่านนะครับ (ถ้าคนอยู่กรุงเทพครับ)
.
.
.
15 ม.ค. 2547 ไม่จำเป็นอย่าซื้อเหล็กก่อสร้าง จนกว่าจะสงกราณ์นะครับ
ท่านใดที่อยู่ในกวงการก่อสร้างตอนนี้คงพอจะทราบได้ว่า เหล็กก่อสร้างขึ้นราคาอย่างน่าเกลียดมากในตอนนี้ แถมยังขาดตลาดอีกต่างหาก (ขึ้นไปประมาณ ๓๐ เปอร์เซนต์) ทำเอาผู้ก่อสร้างหลายท่านที่ประเมินราคาเอาไว้เมื่อแค่ ๒-๓ เดือนที่แล้ว ตอนนี้หน้าเหลืองไปตามๆกัน
แต่โชคดี (หรือเปล่าไม่ทราบ) มีอภิมหากุมารทองท่านหนึ่งมากระซิบข้างหูว่า ราคามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงกลางเดือนมีนาคม (หรือปลายเดือน) โดยประมาณ ดังนั้นหากไม่จำเป็นอะไรมากมาย ไม่ต้องตุนเหล็กก่อสร้าง รอไปซื้อเอาประมาณก่อนสงกราณ์นิดๆ ราคาน่าจะลดลงครับ
.
.
.
18 ม.ค. 2547 สถาปนิกที่ดีต้องไม่ออกแบบให้ใช้กระเบื้องนิวสไทล์ในครึ่งปีนี้
เพิ่งคุยกับกุมารทองท่านหนึ่งจาก บ.ปูนซีเมนท์ไทย เขาบอกว่าตอนนี้ order ของกระเบื้องนิวสไทล์นั้น ยาวไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมแล้ว ใครสั่งมาก็ต้องรอกันไปเรื่อยๆ อาจจะยาวไปตลอดปีนี้ครับ
สิ่งน่ากลัวที่สุดก็คือการขาดกระเบื้องหลังคาหลังเดือนเมษายน เพราะหลังจากตอนนั้นฝนจะตกลงมาแล้วครับ ถ้าไม่มีกระเบื้องมุงหลังคา งานอย่างอื่นก็ทำไม่ได้เลยนะครับ งานจะ delay ไปนานเท่านานเชียวครับ
ทางที่ดีก็คือ "ตอนนี้อย่าใช้กระเบื้องชนิดนี้" เลยกระมังครับ
.
yy
19 ม.ค. 2547 <b>บูทนิสิต-นักศึกษางาน อาษ
19 ม.ค. 2547 บูทนิสิต-นักศึกษางาน อาษส ๔๗ ดีกว่าเก่าแน่นอน
แอบไปเห็นแปลนงานอาษา ๔๗ สังเกตุเห็นว่าบูทแสดงผลงานของนิสิต-นักศึกษาสถาบันต่างๆ อยู่ใตตำแหน่งที่ดีกว่าปีที่แล้ว และมีขนาดใหญ่กว่าปีที่แล้วอีกเหมือนกัน ครับ
จึงคาดหมายและคาดหวังว่า การแสดงผลงานของสถาบันต่างๆคงจะดีกว่าปีที่แล้วครับ และคงคิดมากๆ (เนื่องจากบางสถาบันเมื่อปีที่แล้ว พอไปชมผลงาน รู้สึกว่าจะคิดมักง่ายไปนิดครับ)
.
.
.
20 ม.ค. 2547 ออกกำลังกาย ๓ เดือน ก่อนจะไปงานอาษา ๔๗ นะครับ
นอกจากเรื่องของบูทนิสิตนักศึกษาที่ดูจะดีกว่าเก่าแล้ว (เข้าไปอยู่ในแกนของตัวงาน ไม่ได้แอบที่ทางเดินแบบปีที่แล้ว) ได้แอบเห็นผังของงานก็ให้รู้สึกตกใจมาก เพราะมีขนาด ห ญ่ า ย มากๆครับ คำนวนดูแล้วถ้าเดินแบบธรรมดา ตั้งแต่เปิดงานยันปิดงาน ไม่มีทางเดินได้ครบแน่นอน เพราะ ห ญ่ า ย มากๆครับ
ถามกรรมการผู้หนึ่งจากทางสมาคมฯว่าทำไมใหญ่ขนาดนี้ เขาบอกว่า นี่ยังมีคนมาขอจองบูทเพิ่มอยู่เลย ใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์แล้ว ถ้าเศรษฐกิจไทยยังป่องโตแบบนี้อยู่ คาดว่าอีกไม่นานจะใหญ่กว่าที่ประเทศเยอรมันได้แน่นอน
แต่ก็แนะนำให้เอาที่อุดหูเข้าไปด้วยตอนเดิน เพราะทุกบูทคงส่งเสียงตีกันสนุกแน่ๆครับ
.
.
.
21 ม.ค. 2547 สัมมนาอาษา ๔๗ น่าสนใจมาก (แต่จะมีคนฟังไหม)
แอบไปเห็นรายการสัมมนาเหมือนกัน เห็นว่าเขาจัดเป็นห้องๆ แล้วแต่ความสนใจของแต่ละคน มีทั้งเรื่องของคนที่สนใจในเรื่องการออกแบบ เรื่องของเทคโนโลยี เรื่องการบริหารโครงการ เรื่องธุรกิจ ต่างๆนานามากมาย คงคล้ายๆกับการสัมมนา "สาระศาสตร์" กระมัง
หัวข้อทั้งหลายที่อ่านแล้ว ก็หันมาบอกคนจัดว่า "น่าสนใจมาก แต่น่าเสียดายว่า เวลาที่สัมมนามันซ้ำกันอยู่ ไม่รู้ว่าจะแยกร่างยังไง" คนจัดก็หันมาบอกเสียงเอื่อยๆว่า "ผมไม่กลัวว่าคนจะตัดสินใจยากว่าจะเข้าฟังห้องไหนหรอกครับ แต่ที่กลัวคือ จะไม่มีคนเข้าฟังครับ กลัวจะหน้าแตกกับท่านวิทยากรผู้ทรงเกียรติที่เชิญมา"
ผมก็บอกว่า "ไม่เห็นน่าจะต้องหวั่นใจ เพราะการสัมมนาหัวข้อน่าสนใจดี ใครอยู่ในวงการไม่เข้ามาฟัง ก็อาจจะตกข่าวไปได้มั๊ง" ท่านผู้จัดก็กระซิบตอบมาอีกครั้งว่า "เรื่องวิชาการ เรื่องการสัมมนา ไม่เคยไว้ใจพวกเราชาวสถาปนิกเลย ขนาดว่าฟรีแล้ว หัวข้อดีๆ วิทยากรดีๆ ยังต้องเกณท์กันเข้ามาฟังเลย"
ฟังคนจัดพูดแล้วก็ให้หนักใจเหมือนกัน เพราะจัดสัมมนาให้พวกเราฟังกันนั้น มันช่างเอาใจกันยากเหลือหลายเหมือนกันนะครับ ....แต่ผมคิดว่า จัดให้ดีๆอย่างไม่กลัวหมดแรง ก็ดีกว่าไม่จัดอะไรเลย ไหนๆก็เป็นการฉลองครบรอบ ๗๐ ปีของสมาคมสถาปนิกสยามฯ กันนะครับ
.
.
.
22 ม.ค. 2547 คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยรังสิต มีคณบดีใหม่ แล้วครับ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งมาเกืบ ๒๐ ปีแล้ว มีคณบดีผู้ก่อตั้งคือ ท่านอาจารย์ ศ.เรืองศักดิ์ กันตบุตร ซึ่งท่านกรุณาบริหารคณะตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่ จนกระทั่งบินได้ หลายปีครับ
เมื่อประมาณ ๔ ปีที่แล้ว เมื่อท่านอาจารย์เรืองศักดิ์อายุมากขึ้นมาก ร่างกายคงจะตรากตรำหนักทุกวันไม่ไหว ท่านอาจารย์สุธน วิริยะสมบูรณ์ อดีตคณบดีคณะสถาปัตย์ ม.ศิลปากร ก็เสียสละมารับไม้ต่อจากท่านอาจารย์เรืองศักดิ์ ทำให้ ม.รังสิตเข้มแข็ง และฝ่าอุปสรรค์ยุควิกฤติเศรษฐกิจไปได้อย่างไม่มีปัญหา
ตอนนี้ถึงยุคของคนหนุ่มสาวขึ้นมารับบังเหียนต่อ มีคณบดีท่านใหม่วัย ๔๐ ชื่อ ดร.นฤพล ชัยยศ ครับ
ขออวยพรและเป็นกำลังใจครับ
.
yy
24 ม.ค. 2547 <b>กรรมการสภาชุด &quot;แต่ง
24 ม.ค. 2547 กรรมการสภาชุด "แต่งตั้ง" ๕ ท่าน ประกาศชื่อแล้วครับ
ตาม พรบ.สถาปนิก จะมีกรรมการสภาสถาปนิก ๒๐ ท่าน โดยมาจาก...
๑. เลือกตั้งจากสมาชิกทั่วไป ๑๐ ท่าน
๒. เลือกตั้งจากครูบาอาจารย์ ๕ ท่าน
๓. รัฐมนตรี แต่งตั้ง ๕ ท่าน
โดยในแต่ละชุดจะต้องการะจายตัวออกไปในทุกๆสาขาวิชาชีพ

รายชื่อ ๑ และ ๒ จำนวน ๑๕ ท่านนั้น บันทึกไว้แล้วในกระทู้เล่าข่าวนี้ สำหรับที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง ๕ ท่านนั้น ผมยังไม่มีรายชื่อในมือครบถ้วน เพียงแต่ทราบ ๒ ท่านจากสาขาสถาปัตยกรรมหลักคือ....
- คุณมติ ตั้งพานิช
- คุณสรศักิด์ ธรรมัครกุล
ขอเป็นกำลังใจ และขอฝากอนาคตสถาปนิกไทย ไว้ในมือท่านด้วยครับ .
.
.
.
27 ม.ค. 2547 อาจารย์เดชา บุญค้ำ เป็นกรรมการสภาสถาปนิก สาขาภูมิสถาปัตย์

จากข้อความที่แล้ว ในสาขาสถาปัตยกรรมหลัก ที่มีกรรมการสภาสถาปนิกที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทยคือ พี่มติ ตั้งพานิช (อดีตยายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ๓ สมัย) และคุณสรศักดิ์ ธรรมครกุล (อดีตกรรมการบริหาร และที่ปรึกษาสมาคมสถาปนิกสยามฯ) ....ในส่วนของสาขาภูมิสถาปัตยกรรม ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาปนิกก็คือ "อ.เดชา บุญค้ำ" (นายกสมาคมภูมิสถาปนิกไทยคนแรก) ครับผม
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขอเป็นกำลังใจท่านอาจารย์ครับ
.
.
.
28 ม.ค. 2547 ถ้าไม่เร่งร้อนมาก อย่าเปิดประมูลราคาก่อนสงกราณ์เลยนะครับ
ตอนนี้ราคาค่าก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุก่อสร้าง หรือเรื่องของแรงงาน นับว่า "ไร้สาระ" มากทีเดียวครับ ไม่ใช่เป็นเพราะวัสดุขาดแคลน หรือว่าต้นทุนวัตถุดิบขาดแคลนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ การปั่น "กลไกตลาด" มากมาย เพราะหลายคนคิดว่าเป็น "โอกาสทอง" ที่จะทำอย่างไรก็ต้องมีคนซื้อครับ เหมือนกับเป็น "ตลาดหน้าคุก" ที่กำหนดราคาและจำนวน ตามใจตนเองครับ ยังโชคดีที่ยังไม่เป็นราคาแบบ "ตลาดในคุก" (อย่างที่ชูวิทย์เคยโดน ข้าวผัดจานบะ ๕,๐๐๐ บาท ไงครับ)
คาดว่าราคาทั้งหลาย อาจจะหยุดปั่นกันตอนหลังสงกราณ์นี่แหละครับ ....แต่หากความวุ่นวายทางภาคใต้หมดสงบเสงี่ยม เรื่องวุ่นๆในวงการพระสงฆ์หมดจด เรื่องไข้หวัดนกหายขาดสะอาดเอี่ยม และประชาชนกลับมาเชื่อทุกคำพูดของรัฐบาลอีกครั้ง ...ราคาก็อาจจะยังไม่ลงนะครับ เพราะการ "ปั่นสมอง" ยังมีอยู่ทั่วไปในวงการอสังหาริมทรัพย์
เป็นความคิดเห็นส่วนตัว และจากข้อมูลในสภากาแฟครับ
.
.
.
29 ม.ค. 2547 เรื่องราคาวัสดุ และราคาค่าก่อสร้างครับ
วันนี้เจอผู้รู้ท่านหนึ่งและถามท่านว่า "ราคาวัสดุก่อสร้างเมื่อไหร่จะหยุดบ้าบอสักที ถูกแพงไม่ค่อยหนักใจ แต่หนักใจเรื่องการไม่สามารถคาดเดาได้"
ท่านตอบว่า "รอเข้าหน้าฝน ตอนนั้นจะลงเอง เพราะ demand จะน้อยลงไปเยอะ ไม่ค่อยเร่งทำงานกัน (แม้จะเร่งก็เร่งไม่ได้) ....ใจเย็นๆได้ก็ใจเย็นๆ

ขอแถมอีกนิดนะครับ เรื่องของเหล็ก ครับผม......
ราคา "ปั่น" ที่เรียกภาษาวิชาการว่าเป็น "กลไกตลาด" นั้น ตอนนี้ไร้สาระกันหนักเข้าไปใหญ่แล้วครับ เหล็กที่เมืองเชียงใหม่ ถูกกว่าเหล็กที่กรุงเทพครับ ทั้งๆที่เหล็กก็ส่งขึ้นไปจากกรุงเทพนั่นเองครับ
แปลกแต่จริงนะครับ

บอกเพื่อเหล่าท่านผู้ออกแบบที่เคยออกแบบ และราคาค่าก่อสร้างหยุดนิ่งมาแล้วหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราออกแบบ เราจะประเมินราคาโดยตารางเมตรครับ ถ้าเคยประเมินไว้เท่าไรเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ก็เพิ่มขึ้นอีกสัก 10-15% เอาไว้ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้น รอกให้มีการประมูลราคาแล้วก็เกินงบประมาณ ทั้งล่าช้า ทั้งต้องแก้แบบใหม่อีก (ในกรณีที่ไม่โดนเจ้าของงานต่อว่าเอา)
.
yy
3 ก.พ. 2547 <b>ประชาพิจารณ์เรื่องกฎหมายพ
3 ก.พ. 2547 ประชาพิจารณ์เรื่องกฎหมายพลังงานใหม่
วันพรุ่งนี้จะมีการทำประชาพิจารณ์เรื่อง "กฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษฺพลังงาน" ใหม่ เป็นการศึกษาและแนะนำจาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (A.I.T.) อาจจะมีสาระที่น่าสนใจหลายประเด็น เช่นการกำหนดการคำนวนค่า OTTV ใหม่เป็นต้น (เน้นเรื่อง "เปลือก" ของอาคาร) และอาจจะมีการส่งแบบขออนุญาตที่ต้องมีรายการคำนวนเรื่องการประหยัดพลังงานสำหรับอาคารขนาดใหญ่ด้วย หรืออาจจะมีการยกเลิกที่ปรึกษาพลังงาน เป็นต้น
.
.
.
4 ก.พ. 2547 รัฐอนุมัติให้ให้ขึ้นราคาเหล็กอีกแล้วนะครับ.....
ใจเย็นๆนะครับ สำหรับผู้ที่เป็ผู้รับเหมา หรือต้องรับผลกระทบกับราคาเหล็กที่ขึ้น (เช่นต้องออกแบบใหม่ เพราะราคาค่าก่อสร้างเกินงบประมาณไปเยอะ) ....อย่างเพิ่งฆ่าตัวตายนะครับ เพราะรัฐบาลท่านเห็นความสำคัญและเห็นด้วยกับเรื่องของการค้าขายเสรีอย่างยุติธรรมนะครับ
รัฐบาลท่านบอกว่า ถ้าเราเห็นว่าร้านไหนขายแพงเกินไป ก็สามารถแจ้งข่าวเพื่อเอาโทษกับคนขายเขาได้นะครับ ....แต่ก็ต้องเห็นใจผู้ผลิตเหล็กและขายเหล็กเขาด้วยนะครับ เพราะเขาบอกว่าเขาทนขาดทุนมานานมากแล้วครับ ...... ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะครับ
.
.
.
6 ก.พ. 2547 สถาปนิกเตรียมเฮ รัฐจะลดภาษีปี ๒๕๔๘ ครับท่าน...
รมต.คลังออกมาพูดแล้วครับว่า ปีหน้าจะมีการลดภาษีเงินใด้ส่วนบุคคลแล้วนะครับ โดยท่านบอกว่า จะลดภาษีทันทีถ้า.....
๑. เศรษฐกิจเจริญตามเป้า
๒. การเก็บภาษีได้เป็นไปตามเป้า
๓. ประเทศชาติไม่มีปัญหา
ช่วยกันสวดมนต์ช่วย หรือจะฟังผ่านๆไปดีหนอ
.
.
.
8 ก.พ. 2547 ใครกำลังทำโรงแรมหรือรีสอร์ท ต้องตามข่าวนี้นิดนะครับ
ข่าวกระซิบบอกมาว่า ยอดจองห้องพักการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะมาไทย ตกลงไปเพราะข่าว "ไข้หวัดนก" ลดลง 30% ครับ หากไม่มีการหาจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่ม หรือหากจัดการเรื่องนี้ไม่สำเร็จจนเข้าฤดูกาล High Season จะทำให้เงินเข้าประเทศมีปัญหาได้ครับ
ส่วนปัญหาความไม่เรียบร้อย (จริงๆน่าจะเรียกว่ายุ่งเหยิงมากกว่า) ยังไมีมีผลกระทบมาที่ Sea Resort ไทย ไม่ว่าจะที่ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ ฯลฯ ครับ
.
.
.
9 ก.พ. 2547 ประเทศจีนประกาศลดเที่ยวบินมาเมืองไทย 40%
ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะเป็นเรื่องภายในประเทศ หรือเรื่องระหว่างประเทศ หรือเรื่องของไข้หวัดนก หรือเรื่องอะไรยังไม่ชัดเจน รู้แต่ว่าวันนี้จีนประกาศลดเที่ยวสายการบินมาเมืองไทยเกือบครึ่งหนึ่งครับ
เรื่องนี้กระทบเรื่องนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเป็นแสนคนต่อปีครับ ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ "เงินเข้าประเทศ" จะลดลงแน่นอนครับ ถ้าไม่ควบคุมเรื่องเงินออกนอกประเทศ คงต้องมีคนขมวดคิ้วมากขึ้นอีกหลายคนแน่ๆครับ
.
.
.
11 ก.พ. 2547 เรื่องของเหล็กตามเคยครับ
ได้ติดตามสอบหาเรื่องของเหล็กก่อสร้างขึ้นราคาไร้สาระ และหลายแห่งขาดตลาดหาซื้อไม่ได้ ก็ไปเจอข้อมูลหนึ่งของผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่รู้เรื่องเหล็กเป็นอย่างดี (ผู้ใหญ่ฝ่ายเทพนะครับ ไม่ใช่ฝ่ายมารนะครับ) ท่านบอกว่า "มันน่าหนักใจจริงๆ" เพราะว่า จีนเพิ่งเปิดตัวเลขออกมาว่า ประเทศจีนปีนี้ต้องการเหล็ก ๒๕๐ ล้านตัน (ในขณะที่ไทยต้องการสุดๆแล้วก็ไม่เกิน ๑๐ ล้านตัน เท่านั้นเอง)
จากตัวเลขดังกล่าวที่เปิดเผยออกมา อาการที่เราคาดหมายว่า เดือนเมษายน ราคาเหล็กจะดีขึ้น อาจจะไม่เป็นดังที่หวังก็ได้ครับ เพราะอาจจะเกิดอาการ "เหล็กขาดตลาดโลก" ก็ได้ครับ ตอนนั้น ไม่ต้องพูดกันว่าราคาเท่าไร แต่จะพูดกันว่าหาที่ไหนกันแทนครับ
ก็แค่หวังว่า "ไข้หวัดนก" คงทำความร้อนแรงบางอย่างให้เย็นลงบ้างครับ
.
.
.
12 ก.พ. 2547 ลิ ง ช อ บ น้ ำ
มีงานวิจัยเล็กๆ(และลับ)ชิ้นหนึ่ง ทำการสำรวจงานก่อสร้างและการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ผลออกมาว่า โครงการที่อยู่ริมน้ำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำลำคลอง หรือจะเป็นทะเลสาบทะเลจริง เป็นโครงการที่ค่อยเป็นค่อยไปและมั่นคงมากกว่าโครงการที่อยู่บนที่ราบ ในป่าหรือบนเขาก็สู้ที่ริมน้ำไม่ได้
ทั้งนี้คาดว่า หากมีอาการฟองสบู่หรือลูกโป่งแตกเมื่อไหร่ อาคารริมน้ำทั้งหลายเช่น รีสอร์ทก็จะไพอถูไถไปไหวหรือเปล่า
สงสัยที่หมอดูบอกว่าปีนี้ปีลิง... "ลิงชอบน้ำ" อาจจะจริงก็ได้ครับ
.
.
.
14 ก.พ. 2547 สะเดา สะเด่า สะใจชาวมาเลย์ผู้กระหาย
ได้คุยกับเพื่อนที่ทำงานอสังหาริมทรัพย์มานมนานที่หายใหญ่ สงขลา ได้ข่าวสารมาว่า ตอนนี้วงการบ้านจัดสรรในสงขลาและหาดใหญ่กระเตื้องขึ้นเห็นทันตาในรอบ ๒ เดือนนี้ จึงถามไปว่า กำลังซื้อมาจากไหน ก็ได้คำตอบว่า....
"เพราะคน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่กำลังลุกเป็นไฟนั้น หนีรกรากมาซื้อบ้านที่หาดใหญ่-สงขลามากมาย เขาต้องการความปลอดภัยมากกว่า หรือบางคนก็ย้ายโรงเรียนบุตรหลานจาก ๓ จังหวัดนั้นมาที่นี่ดีกว่า จึงซื้อบ้านเพื่อเป็นที่พัก"
และได้ทราบข่าวเพิ่มเติมมากว่า ตอนนี้ที่ อ.สะเดา อำเภอที่เป็นอำเภอการเกษตรที่ติดกับมาเลย์เซีย ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปเป็น "ศูนย์โลกีย์" แห่งใหม่ของภาคใต้แล้ว เขาบอกว่า เหมือนพัฒน์พงศ์ที่ขาดการจัดระเบียบ และข้อมูลเบื้องลึกอีกมากมาย ที่ขี้เกียจเขียนไว้ ณ ที่นี้ครับ
เล่าสู่กันฟังในวันวาแลนตีน (Va-len-tine) ครับผม
.
yy
15 ก.พ. 2547 <b>ค่ า ไ ฟ ฟ้ า ขึ้ น แ ล้
15 ก.พ. 2547 ค่ า ไ ฟ ฟ้ า ขึ้ น แ ล้ ว น ะ ค รั บ
เหล็กขึ้นราคา
น้ำมันขึ้นราคา
ปูนซีเมนท์ขึ้นราคา (ยกเลิกส่วนลด)
เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยหลักของงานก่อสร้าง.... แต่หากเมื่อไรถึงคราวที่ "ดฟฟ้าขึ้นราคา" ก็จะเป็นดัชนีย์ของสิ่งต่างๆที่ตามมาจะขึ้นราคาแน่นอนนะครับ ทั้งอุปโภคและบริโภค
ไฟฟ้าขึ้นราคาคราวนี้ เป็นเพราะค่า F.T. อันเกิดจากปัญหาของกาซที่มาจากประเทศพม่า และราคาน้ำมันโลก เป็นการประกาศขึ้นอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงคัดค้านขากที่ใด รู้สึกว่าประชาชนทั้งหลายจะเข้าใจ หรือเป็นเพราะกำลังสนุกกับกสรจัดงาน Bangkok City of Fashion ก็ไม่ทราบได้ครับ ....ระวังตัวกันนิดนะครับ ท่านสถาปนิกผู้รับเหมาทั้งหลายครับ
.
.
.
16 ก.พ. 2547 กรุงเทพเมือง Fashion กับเงินลงทุน ๔๐ ล้านบาท
ดูแล้วคนกรุงเทพครึกครื้นกันเป็นหมื่น โทรทัศน์ถ่ายทอดสดให้เห็นความอลังการ มีเฟอร์รารี่ขับมาโชว์เป็นทิวแถว มีนางแบบมากมายเดิน ยิ้ม เต้น ให้ตลึงพรึงเพริด เป็นการเปิดตัวเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางแห่งแฟชั่นของโลก มีแบบมิดชิดหรือแบบเกือบไม่มิดมาโชว์มากมาย แม้อากาศจะร้อนไปหน่อย แต่ก็ให้เย็นใจ เพราะว่างานนี้เป็นการร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน โดยรัฐจ่ายเงินลงทุนแค่ ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง
.
.
.
17 ก.พ. 2547 เอาล่ะครับ....ถึงเวลา "เสาเข็ม" ขาดตลาดแล้วครับ
ตอนนี้เสาเข็มทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็มตอกหรือว่าเสาเข็มเจาะ ตอนนี้เกิดอาการขาดตลาดแล้วครับ ยิ่งเป็นเสาเข็มเจาะเปียก ยิ่งไปกันใหญ่ครับ พวกปั้นจั่นขนาดใหญ่สำหรับเสาเข็มตอกขนาดยาวหน่อยก็ขาดตลาดเหมือนกัน ที่ยังพอหาได้สบายๆก็เป็นเสาเข็ม 6"x6.00 ครับ ที่ยาวหรือใหญ่กว่านั้น หมดท่าหมดทางแล้วครับ อย่างน้อยก็คงลามยาวไปถึงสงกราณ์กระมังครับ
.
yy
18 ก.พ. 2547 <b>สมเด็จพระเทพรัตนฯ เจ้าฟ้
18 ก.พ. 2547 สมเด็จพระเทพรัตนฯ เจ้าฟ้าของประชาชน
๓ จังหวัดภาคใต้เดือดร้อนและเกิดเหตุการณ์รุนแรง ดังที่พวกเราได้ทราบกัน รุนแรงและอันตรายขนาดท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยม ก็ยังต้องวางแผนหลอกจุดหมายการเดินทาง และมีการคุ้มกันหนาแน่นและแน่นหนามากๆ แต่วันนี้......

สมเด็จพระเทพรัตนฯ ได้เสด็จไปประทับที่นั่น พระราชดำเนินเยี่มประชาชนและโรงเรียนต่างๆทั้งที่ถูกเผาไป และโรงเรียนปอเนาะที่บางฝ่ายบอกว่าเป็นแหล่งอันตราย ท่านเสด็จไปเพื่อเป็นกำลังใจและสร้างความสามัคคีของประชาชนไทย ทุกเพศวัย ทุกศาสนาและเชื้อชาติ โดยมี "ประชาชนชาวไทยทุกที่ที่ท่านเสด็จเป็นผู้ดูแลความปลอดภัย เป็นเกราะมนุษย์กำบังอันตราย"

นับเป็นโชคอย่างยิ่งที่ได้เกิดในแผ่นดินนี้ ที่มีท่านเป็นเจ้าฟ้าของประชาชนอยู่เป็นมิ่งขวัญ
.
yy
19 ก.พ. 2547 <b>ผู้รับเหมาผู้ชำนาญการขุด
19 ก.พ. 2547 ผู้รับเหมาผู้ชำนาญการขุดดินก็ขาดตลาดครับ
นอกจากเหล็ก ปูน กระเบื้องมุงหลังคาบางรุ่น และเสาเข็มจะขาดตลาดแล้ว ตอนนี้ถ้าใครทำตึกใหญ่ๆที่ต้องมีการขุดดินลึกๆแบบมี sheet pile และ stud layer ก็ต้องระวังนิดนะครับ เพราะตอนนี้กำลังขาดตลาดอยู่ ต้องรอคิวกันพอสมควร และหากเอาคนไม่ชำนาญมาขุด อาจจะเกิดปัญหาตามมามากมายนะครับ
สาเหตุที่ขาดตลาดก็เพราะว่า ผู้ชำนาญหลายเจ้าแต่เดิมนั้น เจอพิษฟองสบู่ ถูกชักดาบกันไป จึงหายหน้าหายตา ไปทำอย่างอื่นกันแล้วไม่ยอมกลับวงการครับ
.
.
.
20 ก.พ. 2547 ตอนนี้การขออนุญาตสิ่งแวดล้อมกำลังล้นมือ ไม่นานเงินจะสะพัด
เหตุเพราะว่า "ผังเมือง กทม." ใหม่น่าจะออกใช้เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๗ นี้ค่อนข้างแน่นอน กระจิบข่าวกระซิบบอกมาว่า เพราะว่ามีคนอยู่คนหนึ่งอยากจะเซ็นต์ชือให้ปรากฎอยู่ในประกาศที่ใช้ไปตั้ง ๕ ปี ทำให้ทุกอย่างเร่งร้อนไปหมด
และในรายละเอียดของผังเมืองใหม่นี้ก็จะมีการ "ลดความหนาแน่นของอาคารในที่ดิน ก็คือ F.A.R. Floor Area Ratio) ในมากมายหลายพื้นที่ (เช่นบนถนนสุขุมวิทเป็นต้น) ทำให้เจ้าของที่ดินทั้งหลาย จะต้องเร่งทำแบบเพื่อขออนุญาต และหากเป็นอาคารที่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (เช่นอาคารพักอาศัยรวมที่มีห้องตั้งแต่ ๘๐ ห้องเป็นต้นไป) ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ ๓ เดือน ....เมื่อผ่านกรรมการสิ่งแวดล้อมแล้ว จึงจะขออนุญาตก่อสร้างได้ (ขั้นตอนนี้ไม่ยาว เพราะสามารถใช้มาตรา ๓๙ ทวิ ได้) โดยใบอนุญาตทั้งหมดจะต้องออกก่อน ผังเมืองใหม่ประกาศใช้
เมื่อการขออนุญาตมากขึ้น คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้ทำงานกันทุกวัน ก็มีงานล้นออกมานอกโต๊ะประชุม .....เชื่อว่าอีกไม่นานนี้ หลายคนจำเป็นที่จะต้อง "ใช้เงินซื้อ" ใบอนุญาต แรกๆอาจจะมีกรรมการ(ที่ไม่ดีจริง)บางท่านขัดขืน แต่อำนาจเงินก็คืออำนาจเงิน ช่างเย้ายวนไม่น้อย คงจะต้องโอนอ่อนกันบ้าง ....คราวนี้แหละครับ "เงินสกปรกสะพัดแน่นอน"
.
.
.
21 ก.พ. 2547 ผลจากเรื่องสิ่งแวดล้อมข้างบน ทำให้ต้องระวังการซื้อที่ดิน
สถาปนิกวิศวกรหลายท่านที่ทำงานกับผู้ลงทุน (Developer) และต้องเป็นคนที่วิเคราะห์โครงการต่างๆ (Fesibility Study) ตั้งแต่การออกแบบ หรือตั้งแต่การวางโครงการเพื่อจัดซื้อที่ดิน ก็ต้องระวังนิดนะครับ เพราะหากโครงการของท่านจะต้องมีการ "ศึกษาสิ่งแวดล้อม" หากซื้อที่ดินตอนนี้ กว่าที่จะหารูปแบบโครงการเสร็จ ก็ต้องผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม ออกแบบวิศวกรรม ศึกษาสิ่งแวดล้อมโดยบริษัทศึกษาฯที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ แล้วก็ต้องส่งไปให้กรรมการสิ่งแวดล้อมอนุมัติ เมื่ออนุมัติแล้วก็ต้องส่งไปขออนุญาตก่อสร้างอีก ....หากช่วงจังหวะใดจังหวะหนึ่ง กฎหมายผังเมืองใหม่ประกาศออกใช้ กลางทาง สิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมดก็ถือว่าต้องเริ่มต้นใหม่หมดนะครับ
ดังยั้นถ้าไม่จำเป็น ตอนนี้อย่าซื้อที่ดินแปลงแพงๆนะครับ
.
.
.
22 ก.พ. 2547 คุ ณ ไ ป ดู " โ ห ม โ ร ง " แ ล้ ว ห รื อ ยั ง ค รั บ
โฆษณาให้ดื้อๆแบบนี้แหละครับ
ผมเองไม่ได้ไปดูหรอกครับ (หนังเรื่องสุดท้ายที่เข้าไปดูในโรงหนังคือเรื่อง "คานธี" ครับ) ....แต่คนใกล้ชิดเป็นสิบคนที่เข้าไปดูมาแล้วบอกว่า ..."ดีมาก และเหมาะมากกับสถาปนิกที่รักชาติ"
.
.
.
23 ก.พ. 2547 ติดตามผลงานรัฐบาลเรื่อง เหล็ก เหล็ก เหล็ก ครับ
ในที่สุด ข่าวความเดือดร้อนของวงการก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่ใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบ ก็ไปถึงรัฐบาลจนได้ และทางรัฐได้ออกมาประกาศก้องแล้วว่าจะเอาผิดกับผู้ที่ทำให้เหล็กของบ้านเราตอนนี้มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการกักตุนสินค้า การโก่งราคาปั่นราคา ฯลฯ รัฐบาลท่านประกาศก้องว่าจะจัดการ "เด็ดหัว" เสียให้หลุดขาด
อีกทั้งอาจจะมีการให้ "เหล็กนอก" เข้ามาในเมืองไทยได้ โดยกำลังพิจารณาว่าจะให้เหล็กที่ไม่ต้องขออนุญาต ม.อ.ก จะต้องทำอย่างไร อาจจะเป็นการใช้มาตรฐานอื่นของโลกไปก่อนได้
งานนี้มีแต่คนยิ้มมากกับยิ้มน้อย รวยมากกับรวยน้อย แน่นอนครับ
.
.
.
25 ก.พ. 2547 เราเปิด F.T.A. งานออกแบบกับหลายประเทศนะครับท่าน
ท่านสถาปนิกและวิศวกรทั้งหลายเอย...... รัฐบาลไทยกำลังจะเปิด Free Trade Agreement ระหว่าง G. to G. (Government to Government) เป็นทวิภาคี (ตกลงกันเพียง ๒ ชาติ ชาติอื่นไม่เกี่ยว) คือการค้าเสรี
ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริการของวิชาชีพ "ออกแบบ และ ก่อสร้าง" นั้น เราแจ้งว่าเราอยาก "ออกไป" ทำงานในบ้านเขาก็หลายประเทศ และที่เขาอยาก "เข้ามา" ทำงานบ้านเราก็หลายประเทศ ดังตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ....
ญี่ปุ่น ...เราอยากไปบ้านเขา และเขาก็จะมาบ้านเรา
อินเดีย ...เราอยากไปบ้านเขา เขาก็อยากมาบ้านเราเหมือนกัน
จีน และ อเมริกา ...ยังไม่อยากกันทั้งคู่ (หมายถึงไทยและ ๒ ประทศที่ว่า)
บาห์เรน ...เราและเขา ต่างอยากมาลุยข้ามชาติกันและกัน
New Zeland ...ต่างคุนอยากจะลุยกันและกันเหมือนกัน
กลุ่มประเทศเอเซียใต้ EU ...เราอยากไปบ้านเขา เขาไม่อยากมาบ้านเรา
เปรู ...ต่างคนต่างเมินครับ
คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวิชาชีพข้ามชาติกันนะครับ
.
.
.
26 ก.พ. 2547 ข้อตกลงเรื่องเหล็กๆของสมาคมเหล็ก กับ สมาคมก่อสร้าง
กุมารทองกิติมศักดิ์ท่านหนึ่งกระซิบบอกมาว่า เมื่อวานนี้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง สมาคมผู้ผลิตเหล็กไทย กับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ และมีข้อสรุปว่า......
"ผู้ผลิตเหล็กจะจัดส่งเหล็กให้สมาชิกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ จำนวน ๑๗,๐๐๐ ตัน ในราคา ณ โรงงานผลิตในราคา ๑๙ บาท/กิโลกรัม (ราคาตลาดเฉลี่ยตอนนี้จากการซื้อยี่ปั้วประมาณ ๒๑.๕๐ บาท)"
เมื่อรวมราคาค่าขนส่งแล้ว จะใช้เงินเพิ่มอีกประมาณ ๑.๕๐ บาท/กก รวมราคาเป็นไปได้ก็จะประมาณ ๒๐.๕๐ บาท/กก. แต่จำนวนเพียง ๑๗,๐๐๐ ตัน ย่อมไม่เพียงพอ (เมืองไทยต้องการเหล็กรวมทุกชนิดประมาณ ๑๐ ล้านตันต่อปี) คงจะมีการแย่งกันน่าดูครับ ที่ขาดๆไป อาจจะไปถึง ๒๔ บาทเมื่อไรก็ได้ครับ (ไม่ถึงปี ราคาขึ้นแค่เท่าเดียวครับ อย่าตกอกตกใจ ตื่นตูมไปนะครับ)
ข่าวคืบหน้าจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปนะครับ
.
yy
27 ก.พ. 2547 <b>Schedule ROAD MAP เปิด F
27 ก.พ. 2547 Schedule ROAD MAP เปิด F.T.A. กับประเทศต่างๆครับ
จากข้อความที่ ๒๑ ที่กล่าวถึงการเปิดค้าเสรี Free Trade Agreement กับประเทศต่างๆนั้น มีกำหนดการเปิดแต่ละประเทศต่างวาระกัน โดยกำหนดเวลา schedule ไว้ดังนี้ครับ.....
Australia ... June 2004
China ... July 2004
Bahrain ... October 2004
New Zealand ... November 2004
USA ... November 2004
Japan ... December 2004
Peru ... July 2005
BIMST-EC ... December 2005
India ... January 2006
รู้กรรม รู้เวลา คนเราย่อมอยู่ในความไม่ประมาทครับ
.
.
.
2 มี.ค. 2547 สถาปนิกจบใหม่ ๑๐,๐๐๐ - ๑๒.๐๐๐ บาท แล้วนะครับ
ลองสอบถามและสืบสวนดูนิดหน่อยว่า ตอนนี้สถาปนิกจบใหม่ๆๆๆๆๆๆ ต้องการเงนเดือนเท่าไร และบริษัทต่างๆจะจ่ายกันประมาณเท่าไร ปรากฎว่าตอนนี้เศรษฐกิจคงจะดีขึ้น (หรือเปล่าหว่า) ตัวเลขของอัตราเงินเดือนของสถาปนิกจบใหม่จากเมื่อปีที่แล้วประมาณ ๘,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ บาท (ระยะ ๓-๖ เดือนแรก) ได้กลายมาเป็น ๑๐,๐๐๐ - ๑๒,๐๐๐ แล้วครับ
หมายถึงสถาปนิกที่ทำงานของสำนักงานปกตินะครับ ไม่ได้หมายถึงสำนักงานใดที่ผิดปกตินะครับ หรือหมายถึงการทำงานลักษณะพิเศษอื่นๆครับ ....เป็นข่าวดีข่าวหนึ่ง ถ้าอัตรานี้จะอยู่ได้อย่างสบายๆนานๆครับ
.
.
.
3 มี.ค. 2547 website... GPROCUREMENT รูปแบบใหม่วันจันทร์นี้
สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกาศการประกวดแบบ ประมูลราคาก่อสร้าง ซื้อของขายของ หาข้อมูลในการประมาณราคากลาง (Factor F, ราคากระทรวงพานิช ฯลฯ) ตลอดจนข้อมูลรายชื่อของผู้ถูกบัญชีดำของราชการ ก็จะเปิดติดตามข่าวใน website http://wwwgprocurement.or.th อยู่เนืองๆ และบางคนอาจจะห่างหายไปบ้าง จนข้อมูลบางอย่างของท่านไม่ update แล้ว เพราะ website ที่มีอยู่ไม่ค่อยสะใจบางอย่าง
กุมารทองกิติมศักดิ์ท่านหนึ่งจึงกระซิบบอกว่า website นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงแล้วครับ และจะ update ใหม่ทั้งหมดในวันจันทร์ที่ ๘ มีนาคม นี้ครับ เสียงกระซิบบอกว่ามีความรวดเร็วมากขึ้นครับ.... ใครสนใจก็ลองเปิดอ่านดูอาทิตย์หน้าดูนะครับ
ฟังกระซิบมา จึงกระซิบต่อแถวๆนี้นะครับ
.
.
.
5 มี.ค. 2547 บรรยากาศการลงทุนช่วงนี้อึมครึมชอบกลนะครับ
วันนี้ลองโทรศัพท์ไปคุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูง น้องนุ่ง พี่เชื้อ ลูกศิษย์ และครูบาอาจารย์ ในวงการอสังหาริมทรัพย์หลายท่าน ได้ความรู้สึกอย่างหนึ่งก็คือ บรรยากาศทั่วไปมันเหมือน "พยับแดด" ชอบกลครับ จะว่าร้อนรุ่มลุยโลดแบบที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่เดือนนี้ก็ไม่ใช่ จะว่ามันหยุดนิ่งก็ไม่เชิง แต่เป็น "พยับแดด" ที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ก็ต้องเดินต่อไปกันเรื่อยๆก่อนครับ
.
.
.
7 มี.ค. 2547 ข่าวแถม ข่าวดีๆของ... คุณรัตนา สัจจเทพ
คุณรัตนา สัจจเทพ นักสู้หญิง ที่ต่อสู้กับเครือข่ายข้าราชการผู้ชั่วร้ายของ กทม. เรื่องการรือ Townhouse ของติดตัสอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต ได้รับรางวัล "นักสู้หญิงเพื่อสิทธิสตรี" ในวันสตรีสากลที่ผ่านมาครับ ...ตอนนี้คุณรัตนายังไม่ชนะ มีโอกาสแพ้สูง แต่คุณรัตนาก็ยังต่อสู้ตัวคนเดียวต่อไปอย่างไม่ย่อท้อครับ
เป็นข่าวดีๆ ที่ต้องบอกให้ทราบกันครับ
.
.
.
7 มี.ค. 2547 ระวัง "บ้านทรงไทย" ที่มีการรับจ้างสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง นะครับ
ตอนนี้มีบริษัทแห่งหนึ่ง (ในกรุงเทพมหานคร) ที่รับจ้างก่อสร้างบ้านทรงไทยด้วยไม้เนื้อแข็ง โดยมีบ้านตัวอย่างให้ดู บ้านตัวอย่างทำด้วยไม้สักที่สวยงามดี แต่จะซื้อบ้านตัวอย่างนั้นไม่ไดั (ต่างกับทางสิงห์บุรี อยุธยา หรือราชบุรี ที่ซื้อบ้านตัวอย่างไปได้เลย)
บ้านที่เขาจะรับจ้างก่อสร้างนั้น ราคาประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ - ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่ว่าจะต่อรองได้อย่างไร (พื้นที่ประมาณ ๑๐๐ ตรม.) รับก่อสร้างทั่วราชอาณาจักร แต่เป็นบ้านที่ไม่ได้สร้างด้วยไม้สัก เป็นบ้านที่สร้างด้วย "ไม้เนื้อแข็ง" ครับ (ซึ่งการเป็นไม้เนื้อแข็งนั้นไม่เป็นไรครับ)
ปัญหาอยู่ที่ว่า.... บางครั้ง บริษัทแห่งนี้มีความรับผิดชอบน้อยมาก (กุมารทองกระซิบมา) เพราะเอาไม้เก่าที่รื้อจากบ้านต่างๆมารวมๆกันแล้วสร้างให้ ทำให้สีของไม้แปลกแยกมาก ไม้หลายๆๆชิ้นมีรอยที่ไม่น่าดู (เช่นแตก รอยตะปู รอบเปื้อน ฯลฯ) ซึ่งการใช้ไม้ที่หลากหลายเช่นนี้ จะทำให้การ "ยืดหดตัวต่างกัน" จะทำให้บ้านมีปัญหาเรื่องการรั่ว และน่าเกลียดตามมา แก้ไม่ตก ยกเว้นจะรื้อสร้างใหม่ครับ
อีกปัญหาหนึ่งก็คือการ sub ค่าแรง และปล่อยเลยตามเลย เนื่องจากมีการวางมัดจำและเก็บค่างวดค่อนข้างสูง ลูกค้าหลายคนที่ไม่ใช่ช่างจึงมีปัญหามากๆครับ
เล่าสู่กันฟัง แบบเสี่ยงๆหน่อย ถ้าเจ้าของร้านมันมาอ่านครับ
.
.
.
9 มี.ค. 2547 บ้านหรูฝรั่งลดเหลือแค่ ๔๐๐,๐๐ เหรียญ เท่านั้นเองครับท่าน
เมื่อปีที่แล้ว บ้านหรูๆตามเกาะหรูๆวิวดีๆริมทะเลทางภาคใต้ของเมืองไทย ราคาที่เป็นที่นิยมทำกันคือ 1-1.5 ล้านเหรียญอเมริกัน หรือประมาณ ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ - ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทไทย
แต่มาตอนนี้ ราคาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะบ้านราคาขนาดนั้นกำลังจะเต็ทตลาด ตอนนี้บ้านที่มีราคากำลังเป็นที่สนใจของชาวต่างประเทศก็คือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ เหรียญ หรือเป็นเงินไทยประมาณ ๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทไทย ซึ่งมีทำเลที่ไม่เป็น A+ ลดลงมาเป็น A เท่านั้น และลูกค้าก็ขยายวงเป็นพวกคนจีน และประเทศอื่นๆมากขึ้นครับ ....จึงขอเล่าข่าวมาให้คนจนๆอย่างพวกเราหมั่นใส้กันเล่นๆครับ
.
.
.
11 มี.ค. 2547 ผังเมือง กทม. ใหม่ อาจจะออกไม่ทันกรกฎาคมนี้ ก็ได้ครับ
เพราะมีคนคัดค้านกันมากมาย แม้ท่านผู้ว่าสมัคร อยากจะให้ออกมาก่อนที่ท่านจะลงจากตำแหน่งมากๆ แต่ข่าวหลายกระแสบอกว่า เดือนกรกฎาคมนี้อาจจะออกกันไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกำหนดค่า F.A.R. บางพื้นที่ ที่มีทั้งพ่อค้าทั่วไป และพ่อค้าประเภทไม่ทั่วไป คัดค้าน หัวชนฝากันขณะนี้ครับ
.
.
.
13 มี.ค. 2547 สถาปนิกอาสา วิศวกรใจดี เตรียมตัวนิดนะครับ...
อีกไม่นานเทศกาลบูทหมอบ้าน ก็จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วครับ ในงาน ASA 47 ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม นะครับ ตอนนี้มีวิศวกรใจดีเจ้าเก่า คุณกรมเชษฐ์ จาก Thaibase.com ติดต่อขอสมัครอาสาทำกุศลเข้ามาแล้วครับ
บูทหมอบ้านปีนี้อาจจะเล็กลงไปนิด แต่ก็เข้าไปอยู่ใกล้บูทของนิสิตนักศึกษาเพิ่มขึ้นหน่อย คงไม่เหงาหงอย หรือโดนแดดเผาอย่างปีที่แล้วครับ ข่าวคืบหน้าประการใด ท่านม่ หัวเรือใหญ่บูทหมอบ้าน จะแจ้งให้ท่านๆทราบต่อไปครับ สักต้นเดือนหน้าจะเปิดกระทู้แถวๆนี้ เพื่อรับสมัคร วิศวกรอาสา สถาปนิกใจดี เพื่อให้คำปรึกษาประชาชนนะครับ .....ขอบอก ขอบใจ ขอบคุณ เป็นการล่วงหน้านะครับ
.
.
.
14 มี.ค. 2547 งานก่อสร้างอาจจะท่วม "เชียงใหม่" ในอีกไม่นานนี้
เพราะเป็นนโยบายของท่านนายกทักษิน ที่จะผลักดันให้เมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของสิ่งต่างๆมากมาย ทั้งการท่องเที่ยว เทคโนโลยี การผลิต การส่งออกและกระจายสินค้า การเดินทาง (HUB) และอีกมากมาย....
ดังนั้นรัฐจึงวางงบประมาณไว้ใช้สำหรับโครงการต่างๆของจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (อ่านว่า สองแสนล้านบาท) ครับ ....จำนวนเงินที่ว่านี้ เป็นจำนวนเงินจากเฉพาะที่ภาครัฐเอาไปลงเท่านั้นนะครับ ของเอกชนคงจะมากกว่านี้อีกเยอะ เพราะรัฐพยายามบอกผู้ลงทุนให้เอาทุนไปลงที่โน่นมากหน่อย (เฉพาะโรงแรม ๕ ดาว ก็พอทราบว่าจะลงเพิ่มอีกเป็นสิบเหมือนกัน)
งานนี้ทำให้เมืองไทย นอกจากสมุย ภูเก็ต แล้ว คงจะต้องรวมเชียงใหม่เข้าไปใน Construction Project's Check List ของผู้ที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกชื่อหนึ่งนะครับ
บางคนคงกำลังจะหัวเราะ บางคนคงกำลังอยากร้องไห้ หรือเปล่าหนอ
.
.
.
16 มี.ค. 2547 ติดตามกรณี คุณสมชาย ทนายความชื่อดังของชาวอิสลามที่หายตัวไป ให้ดีนะครับ
.
yy
17 มี.ค. 2547 <b>Update เรื่องผังเมือง ก
17 มี.ค. 2547 Update เรื่องผังเมือง กทม. อีกนิดครับ
กระจิบข่าวบอกมาว่า เมื่อวานนี้ที่กรุงเทพมหานคร มีการประชุมกรรมการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผังเมืองของ กทม. ซึ่งปรากฎว่ามีผู้ร้องคัดค้าผังเมืองใหม่ (ตามที่กฎหมายให้โอกาสไว้) จำนวนเกือบ ๑,๐๐๐ ราย และเชื่อว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนเกือบ ๒,๐๐๐ รายเมื่อหมดกำหนดเวลาร้องเรียน (๒๒ มีนาคมนี้ครับ)
หากมีการสรุปข้อร้องเรียนแล้ว สามารถแก้ไขได้ หรือตอบคำถามสาธารณะได้ ก็จะส่งต่อให้หน่วยราชการอื่นต่อไป และจะประกาศใช้ประมาณวันที่ ๗ กรกฎาคม ครับ
แต่กระจิบข่าวกระซิบออกมาอีกนิดๆครับว่า ยากส์น่าดูที่จะประกาศได้ทันเวลาครับ
.
.
.
18 มี.ค. 2547 คอนโดมิเนียมราคารวมๆเป็นหมื่นล้านจะขึ้นที่สาธรปีนี้แหละครับ
ถนนสาธรกลายเป็นแหล่งรวมคอนโดมิเนียมพักอาศัยระดับ ๕ ดาวอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเงียบหายกลายเป็นอาคารสำนักงานเต็มไปหมดเมื่อ ๑๐ ที่ผ่านมา ตอนนี้มีโครงการ Residential Condominium ที่กำลังจะก่อสร้าง เป็นตึกใหญ่ตึกยักษ์เกือบ ๑๐ ตึกครับ (ข่าวจากกุมารทองหลายๆคน บอกข้อมูลมา แล้วเอามารวมกันดูครับ)
ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนจากประมาณช่วงกลางๆถนนสาธร ไปจนถึงทางสวนลุมครับ ใครที่อยู่แถวๆนั้น อาจจะต้องยอมรำคาญนิดๆกับการก่อสร้างนะครับ
.
.
.
19 มี.ค. 2547 อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดหรือเปล่าเนี่ยะครับ
ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นปัจจุบัน เป็นความไม่เน่นอนในความแน่ใจที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและสังคมไทย เป็นเหตุการณ์ที่ยากจะสรุปจุดสรุปว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในผลลัพท์ และบางเหตุการสร้างความไม่แน่นอนและไม่แน่ใจ เป็นวิกฤติศรัทธาที่ค่อยสะสมขึ้นในหัวใจของไทยบางคน และนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ....ลองคิดถึงเหตุการณ์เหล่านี้สักนิดครับ
๑. เหตุการณ์ภาคใต การผสมโรง หรือการรบที่แท้
๒. ข้อสอบ entrance คือความเป็นห่วงของผู้มีอำนาจ หรือการทุจริตโดยอำนาจ
๓. ม๊อบ กฟผ. เป็นการยื่อความอยู่รอดของชาติ หรือแค่เหตุแย้งผลประโยชน์
๔. ข่าวโทรทัศน์ปัจจุบัน ความจริงด้านเดียว หรือภาพฉายสังคม
๕. ........
เงยหน้าจากพิมพ์เขียวสักนิด เหลือบตาดูสังคมสักหน่อย ดีหรือไม่
.
.
.
23 มี.ค. 2547 Update ล่าสุด... เด็กจบใหม่ หางานง่ายดังพลิกฝ่ามือ
ได้มีโอกาสคุยกับลูกศิษย์ลูกหา ไถ่ถามข่าวคราวเรื่องเพื่อนๆเขา ก็ให้ทราบว่า ตอนนี้บัณฑิตจบใหม่ หางานง่ายมาก บริษัททั้งหลายต้องการสถาปนิกกันมากมาย แม้บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่หนักทางด้านการออกแบบ ไม่ค่อยต้อนรับเด็กจบใหม่เท่าไร แต่บริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง ขายของ ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตั้งอกตั้งใจรับเด็กจบใหม่กันมากมาย
.
.
.
24 มี.ค. 2547 ขอแสดงความยินดีกับนายกสภาสถาปนิกท่านใหม่ครับ
วันนี้ตอนเช้า มีการประชุมคณะกรรมการสภาสถาปนิกชุดที่ ๒ เป็นครั้งแรก โดยมีการเลือกนากยกสภาสถาปนิกเป็นวาระแรกๆ และมีผลการคัดเลือกดังต่อไปนี้ครับ......

นายกสภาสถาปนิก นายมติ ตั้งพานิช
อุปนายกท่านที่ ๑ นายบุญญวัฒน์ ทิพทัส
อุปนายกท่านที่ ๒ ศ.ดร. ตรึงใจ บูรณสมภพ
เหรัญญิก นายบุญเรือง จันทร์ประภาพ
เลขาธิการ (กำลังพิจารณาเชิญ)
ขอเป็นกำลังใจ และ ฝากสังคมสถาปนิกไว้ด้วยนะครับ
.
.
.
25 มี.ค. 2547 จากมือกระบี่มือ ๑ การประมินราคา สู่วงการ "นักเต้นรำ"
วันนี้เล่าสู่กันฟังแบบเบาๆห่อยก็แล้วกันนะครับ......
คนที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว จนถึงยุคฟองสบู่แตก ไม่น่าจะมีคนไม่รู้จัก ผศ.อัสวิน พิชญโยธิน นักประเมินราคา มือประมาณราคาการก่อสร้าง และปรมาจารย์ทาง Estimation ของเมืองไทย ลูกศิษย์เต็มเมือง ลูกค้าเต็มประเทศ อดีตอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สร้างหลักสูตรวิชาการประมาณราคาก่อสร้าง เป็นคนแรกของประเทศไทย
ท่านอาจารย์อัศวิน เป็นนักเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลมือเอกของประเทศไทย เป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้าง และราคาวัสดุ ค่าแรง ที่มีข้อมูลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และตำแหน่งสุดท้ายที่ท่านยอมรับทำก็คือ "ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์"
ผมได้มีโอกาสพบกับท่านอาจารย์วันนี้ อาจารย์เอานามบัตรมาให้ ที่นามบัตรของอาจารย์เขียนไว้ว่า.....

อัศวิน พิชญโยธิน
A.S. Dance Studio
เลควิวคอนโดเจนิวา ตึก ๑ ชั้น ๑๑ เมืองทองธานี

และอาจารย์ก็กระซิบบอกผมว่า ...."มีความสุขมาก" เพราะอาจตารย์เปิดโรงเรียนและศูนย์เต้นรำสากลขึ้นที่คอนโดของอาจารย์ ที่อดีตนั้นเคยเป็นสำนักงานของอาจารย์เอง ...ใครสนใจลองแอบไปดูเองนะครับ ...ท่านว่าสุขใดจะมีสุขได้เท่ากับการมีทุกข์น้อย ไม่มี
.
.
.
26 มี.ค. 2547 ดวงดาวนำทางดับไปอีกหนึ่งดวง ศิริชัย นฤมิตรเรขการ
อาจารย์ศิริชัย นฤมิตรเรขการ
ปูณขนียบุคคลทางสถาปัตยกรรม
อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
นักต่อสู้เพื่ออนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม แม้ยอมพลีชีวิต
ผู้นำทางความคิดของสถาปนิก ให้เข้าใจศาสตร์ทันสมัย แต่ต้องไม่ละทิ้งรากเง่าแห่งวัฒนธรรมชาติ
สถาปนิกที่บุคคลทั่วไป ยกมีไหว้ สรรเสริญ แล้วไม่เสียมือ

อาจารย์ศิริชัย นฤมิตรเรขการ ได้จากไปอย่างสงบที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากผ่าตัด by pass ได้เพียง ๓ วัน ขณะนี้ ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ครับ
ขอแสดงความเคารพอย่างสุดซึ่ง ขอให้พี่ศิริชัย สงบและมีความสุขในภพอื่น ...ขอเดินตามรอยเท้าที่พี่ได้เดินไว้เป็นตัวอย่าง ด้วยความตั้งใจและระลึกถึงครับ
.
.
.
30 มี.ค. 2547 ค น แ ก่ ขี้ บ่ น
เมื่อเศรษฐกิจดูจะบูมกันเหลือหลาย อยู่บนถนนทีไรเจอรถติดกันเหมือนที่จอดรถ รถป้ายแดงเต็มไปหมด งานมอร์เตอร์โชว์คนล้นออกมา นี่ขนาดว่าปิดเทอมอยู่ ก็ยังติดขนาดนี้ ถ้าเปิดเทอมจะขนาดไหนกันหนอ รัฐบาลก็ไม่ยอมให้น้ำมันราคาลอยตัว เอาเงินกองทุนไปช่วยหลายพันล้าน เพื่อให้น้ำมัน ๙๕ ราคาไม่ถึง ๑๗ บาท แต่จะไปได้นานแค่ไหนก็ต้องดูกันไปล่ะครับ
...แต่มองโลกในแง่ดีแบบนายทุน เขาบอกว่า ถ้าเมื่อไหร่รถติด ก็แปลว่าเศรษฐกิจกำลังจะเฟื่องฟู ...แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตลาดหุ้นถึงตกเอา ตกเอาก็ไม่รู้ ได้ข่าวว่าคนเล่นหุ้นอารมณ์กำลังไม่ค่อยจะดี ฝรั่งที่น่ารักก็เริ่มถอนขายหุ้นออกไปเรื่อยๆ รัฐวิสาหกิจก็แปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้ นับว่าการเป็นคนรวยก็มีความทุกข์อีกอย่างหนึ่งได้เหมือนกัน
วงการอสังหาริมทรัพย์เราตอนนี้ เข้าหน้าแล้งแล้ว การก่อสร้างทุ่มเทเร่งงานกันสุดๆ เพราะรู้ว่าหากผ่านช่วงแล้วเข้าช่วงฝนเมื่อไหร่ คนงานก่อสร้างและเทคนิคการทำงานก็จะยากเย็นกว่านี้เยอะ มีการแย่งคนงานประมูลรายหัวกันเป็นรายวัน เขาว่าเผลอไม่ได้ ถ้าใครเผลอ ตอนกลางคืนจะมีรถกะบะมาขนคนงานออกจากที่พักคนงานไปหมดได้ง่ายๆ ค่าหัวตอนนี้ก็ประมาณคนละ ๕๐๐ บาท โดยนายหน้าชักไป ๓๐๐ บาท ส่วนคนงานที่ย้ายงานก็จะได้ค่าย้ายงานเอาไปกินฟรีๆก่อน ๒๐๐ บาท ...นับว่าเป็นการแก้กันที่ปลายเหตุจริงๆ
.
.
.
30 มี.ค. 2547 มีข่าวล่า Update แอบมาเล่าสู่กันฟังครับ
๑. มีกุมารทองกิติมศักดิ์ แอบบกระซิบบอกมาว่า จากข้อความที่ ๒๕ เรื่องนายกสภาสถาปนิกท่านใหม่ และกรรมการบริหารของสภาท่านใหม่ๆแล้วยังขาด ตำแหน่ง "เลขาธิการ" อยู่นั้น กุมารทองกิติมศักดิ์กระซิบบอกว่า อาจจะเป็นท่านที่ชื่อ "สรศักดิ์" จากบริษัท AXIS Architect ก็เป็นไปได้ครับ

๒. มีกุมารทองกิติมศักดิ์อีกท่านหนึ่งกระซิบอีกแล้วครับว่า "ผังเมืองใหม่ กรุงเทพมหานคร" ที่ประกาศออกมาเป็นทางการว่าจะออกมาบังคับใช้ต้นเดือน กรกฎาคม นั้น ดูท่าทางจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว และกระซิบบอกว่า 99% เชื่อว่าจะประกาศใช้ปีหน้าแทน โดยยังใช้ประกาศผังเมืองเก่าต่อไปอีก ๑ ปีครับ (ดังนั้นผู้ที่เร่งของศึกษาสิ่งแวดล้อม และผู้ร่งการขออนุญาต เพื่อหลบหลีก FAR ที่มีค่าน้อยละในบางพื้นที่ คงไม่ต้องกระหืดกระหอบมากแล้วครับ)

๓. ดอกเบี้ยตอนนี้ start จะขึ้นอัตราแล้วตามที่เคยคาดไว้ในเล่าข่าวที่ ๙ โดยผู้ที่คิดว่าจะนำร่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็คือ ธนาคารทหารไทย ดังนั้นผู้ที่มีเงินฝาก ก็เตรียมยิ้มมากขึ้นอีกนิด ส่วนผู้ที่จะกู้เงิน ก็อย่าลืมเตรียมการส่วนตัวไว้หน่อยนะครับ (อัตราดอกเบี้ยที่เชื่อว่าต้องขึ้น เพราะรัฐบาลบอกว่าจะดันค่า GDP ให้สูงขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ และเมื่อค่าจีดีพี สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยก็จะต้องขึ้นตาม ตามที่บอกไว้ในทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ ครับผม)
จึงเล่าสู่กันฟังครับผม
.
.
.
31 มี.ค. 2547 การกลับมาอีกครั้งหนึ่งของหมู่บ้านเสรี
เมื่อหลายเดือนที่แล้ว เคยเขียนเรื่องการกลับมาของนักลงทุนทางอสังหาริมทรัพย์ ที่เคยล้มลุกคลุกคลาน หรือวางมือไปจากวงการและกลับมาอีกครั้งหนึ่งในยุคที่ดูจะเฟื่องฟู (อย่างน่าตกใจ) เช่นนี้ อย่างเช่นวิลเลี่ยมเช็ง ที่บ้านฉาง หรือคุณอนันต์ของบางกอกแลนด์ เป็นต้น
ข่าวล่าสุดที่กำลังจะกลับมาอีกก็คือ "หมู่บ้านเสรี" หมู่บ้านที่เคยโด่งดังด้วยปริมาณและคุณภาพ แถวๆหัวหมาก และเงียบหายไปเมื่อสิบปีที่ผ่านมา อาจจะเพราะเนื่องจากเกิดน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพมหานคร และหมู่บ้านเสรีหัวหมาก ที่ติดกับ ม.รามคำแหง และ ABAC เกิดน้ำท่วมเวิ้งว้างทั้งหมู่บ้าน....
กระจิบข่าวบอกว่า ตอนนี้หมู่บ้านเสรีจะหวนกลับมาทำบ้านชั้นนำอีกครั้งหนึ่ง บนถนนตัดใหม่ๆแถวๆพระราม ๙ ศรีนครินทร์ อีกครั้งหนึ่ง ข่าวบอกว่า ราคาบ้านแต่ละหลังก็เกินกว่า ๑๕-๒๐ ล้านขึ้นไป ถ้าโครงการนี้ประสบความสำเร็จ (ทั้งสร้างทั้งขาย) การกลับมาแจ้งเกิดของมือเก่าของปรากฎอีกครั้ง แต่ถ้าเจอวิกฤติอะไรเข้าไปสักอย่าง ...ความเงียบคงบังเกิดขึ้นครับ
.
yy
1 เม.ย. 2547 <b>A S A... ถูก ...B IC เบี
1 เม.ย. 2547 A S A... ถูก ...B IC เบียดจนหน้าเหลือง
ข่าววงในบอกมาว่า ปีนี้งานแสดงสินค้าส่งออกของกรมส่งเสริมการส่งออก หรือที่เรียกว่างาน "บิ๊ก" จะจัดใหญ่โตที่อิมแพค เมืองทองธานีเหมือนกับงานอาษา แต่จัดกอนประมาณ ๑ อาทิตย์ แถมจะจัดเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ ....นานจนไปยืดเบียดทับเวลาการเตรียมงานจัดสถานที่ของงานอาษาอีกด้วย
แต่เดิมทุกปี เวลาที่งานอาษาจะเตรียมสถานที่ก็ต้องใฃ้เร่งๆกันก็ ๔ วันเป็นอย่างน้อย แต่เนื่องจากความเข้าใจผิด (หรือแกล้งเข้าใจผิด) ของใครก็ไม่รู้ ทำให้งานอาษามีเวลาจัดเตรียมงานเหลือ ๒.๕ วันเท่านั้น
ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ กำลังต่รองอยู่ว่าจะเอายังไงดี ถึงจะไม่เกิดความเสียหายเกิดขึ้น เพราะว่าแต่ละบูทที่ยิ่งใหญ่ ทุ่มเงินกันก้อนมโหฬารเพื่อจัดบูทดีๆปีละ ๑ ครั้ง เช่นการที่ต้องการทำงานได้ทั้ง ๒๔ ชั่วโมง หรือการขอลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟฟ้าค่าน้ำ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนที่มาจัดบูท เป็นต้น
ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าผู้รับจัดงาน ทำไมถึงทำแบบนี้ หรือว่าเห็นคนจัดบูทเป็นวัวเป็นควายก็ไม่ทราบได้ ติดต่อสถานที่ถึงออกมาเป็นแบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีผลประโยชน์ใดแอบแฝงค้ำคออยู่หรือเปล่า ...รู้ข่าวแล้วก็เหนื่อย ถามไปก็บอกแต่ว่า "ลืมเซ็นต์สัญญากับเขา" ..งานนี้สมาคมและสมาชิด รวมถึงผู้จัดงานเสียหาย เสียหาย
สรุปว่าอย่าคิดมาก ใครเป็นคนจัดบูท ก็เตรียมการณ์ไว้ให้ดีๆละกัน เวลามันสั้นครับ
.
.
.
2 เม.ย. 2547 มีคนบอกว่า ตอนนี้ราคา "โยธาเขต" พุ่งสูงมาก
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเชื่อได้หรือเปล่า ฟังเขามาอีกที จะเชื่อหรือไม่ กรุณาใช้วิจารณฌานดีๆเอาเองก็แล้วกันนะครับ (แต่...ผมเชื่อว่า คนที่เปิดเข้ามาอ่านแถวๆนี้ ล้วนแต่มีวิจารณฌานเป็นเลิศกันทั้งนั้นเลยครับ)
วันนี้มีใครก็ไม่รู้มาบอกผมว่า "รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ คอรรับชั่นในกรุงเทพมหานคร กำลังเฟื่องฟูหนักมาก....." เขาบอกผมต่อไปว่า ตอนนี้เหมือนปล่อยผีให้เจ้าหน้าที่ที่ชั่วร้ายออกมาอาละวาด ทั้งรีดทั้งไถจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ทางใหญ่ๆก็เจรจาตกลงกันเป็นโครงการโครงการไป รีดไถกันตั้งแต่ร้านอาหารแผงลอยไปยังภัตราคารขนาดยักษ์ จะมีความผิดหรือเปล่าก็ไม่สนใจ คนจ่ายเงินก็ไม่สนใจ เพราะว่ากิจการกำลังจะดี ไม่อยากจะมีเรื่องมีราวอย่างอื่นให้เวียนหัว...."
เขากระซิบบอกผมต่อไปว่า ตอนนี้โยธาเขตบางแห่งประมูลตำแหน่งกันเป็นล้านๆบาท ยิ่งเขตที่อยู่ขอบนอกกรุงเทพจะชอบกันมาก เพราะมีบ้านเล็กบ้านน้อย หมู่บ้านจัดสรร และการต่อเติมอาคารขนาดไม่ใหญ่ เวลารับเงินมาก็ได้เหนาะๆเต็มๆ ไม่ต้องไปแบ่งให้ผู้ใหญ่มากคน เก็บใส่กระเป๋าตัวเองได้เลย ตั้งแต่ออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุมงาน ขออนุญาตก่อสร้าง จนไปถึงการเปิดใช้อาคาร หรือสร้างเสร็จแล้วก็ยังไปตรวจดูได้อีกหลายทอด ทำกันเป็นกลุ่มเป็นวงจร....
เขาถามผมผ่านสายโทรศัพท์มือถือระบบดิจิทอลล์อีกว่า "เขาว่าเวลาคอรรับชั่นมันเฟื่องฟู จะเกิดขึ้น ๒ เวลา เวลาแรกก็คือตอนที่เศรษฐกิจมันกำลังเฟื่องฟูสุดๆ คนจ่ายยินดีจ่าย เพราะเห็นเป็นเงินเล็กๆน้อยๆ และอีกเวลาหนึ่งคือก่อนที่เมืองจะแตก เจ้าหน้าที่ต้องพยายามรีดและโกงใหมท้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่า ต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น....." และเขก็ถามผมว่า ผมเชื่อว่าเป็นตอนไหน ....ผมไม่ตอบครับ
ฟังแล้วเชื่อหรือเปล่าครับ คิดว่ายังไงครับ
.
.
.
3 เม.ย. 2547 ความอาจจะโชคดี บนความน่าจะโชคร้าย
ปัญหาหารขาดแคลนแรงงานน่าจะคลี่คลายไปได้อีกไม่นาน.......
เป็นที่ทราบกันว่าตอนนี้วงการก่อสร้างกำลังบูมกันสุดๆ แรงงานขาดแคลนอย่างหนัก จนต้องมีการขโมยแรงงาน การประมูลตัวแรงงาน เพื่อให้ไปทำงานในหน่วยงานการก่อสร้างของตนเอง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาร่วม ๑ ปีแล้วนะครับ
แต่ปัญหาเหล่านี้อาจจะหมดไปในอีกไม่กี่อทิตย์ข้างหน้า เพราะว่าตามความคาดหมายแล้ว อากาศเมืองไทยจะเกิดการ "แล้ง" อย่างหนักมากในปีนี้ (จะป็นเพราะปรากฎการณ์ทางธรรมชาติเอง หรือเพราะว่าข้างบนท่านอาจจะต้องการสั่งสอนเมืองที่กำลังบาปในหลายๆเรื่องของเมืองไทยก็ไม่ทราบได้นะครับ) ...เมื่อแล้งมากแล้ว การทำนาทำไร่ต่างๆในเกือบทุกภูมิภาคของเมืองไทย คงจะเกิดขึ้นได้ยาก ความยากแค้นในชนบทเกษตรกรรมก็จะเกิดขึ้น ก็จะต้องมีการละทิ้งถิ่นฐานการทำเกษตรกรรมเพื่อความอยู่รอดเป็นธรรมดา และเมื่อมีการย้ายถิ่น(ชั่วคราว)เพื่อหนีแล้งนั้น ก็คงจะต้องมุ่งเข้ากรุง หรือเข้าสู่วงการผู้ขายแรงงานในที่สุด และวงการที่ต้องการแรงงาน(ที่ไม่ต้องมีความชำนาญพิเศษ) ก็คือวงการก่อสร้างของเรานั่นเอง
จ ะ ใ ห้ หั ว เ ร า ะ ห รื อ ว่ า ร้ อ ง ไห้ ดี ค รั บ
.
.
.
5 เม.ย. 2547 ปูนนอก อาจจะเข้ามาเมืองไทยในไม่นานนี้ครับ
หลังจากที่เหล็กมีปัญหาเรื่องการขาดตลาดและเรื่องของราคาที่ขึ้นกันอย่างไร้สาระ เรื่องของปูนซีเมนท์ก็ตามเข้ามาอย่างเงียบๆ เพราะว่าราคา (ราคาหมายถึงเงินที่จ่ายออกไปซื้อจริงๆ ไม่ใช่ราคาทีพิมพ์ที่ใบประกาศราคา) สูงกว่าปกติที่น่าจะเป็นมาก
คนในวงการคงจะทราบว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่ส่งออกปูนซีเมนท์ไปต่างประเทศ แต่ราคาที่ส่งออกไปต่างประเทศนั้น ถูกกว่าราคาที่ขายให้คนไทยในประเทศ ทำให้ราคาปูนซีเมนท์ในหลายประเทศนั้นมีราคาถูกกว่าราคาในเมืองไทย แต่จะนำเข้าปูนซีเมนท์จากต่างประเทศเข้ามาก็มีความยุ่งยาก และมี "กำแพง" หลายชั้นที่จะต้องปีนกัน จึงไม่ค่อยมีใครมีกรอบความคิดที่จะสั่งปูนซีเมนท์เข้ามาใช้ในเมืองไทย
แต่เมื่อราคาปูนในประเทศของเราสูงมากขนาดนี้ กรอบความคิดก็มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตอนนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่จะสั่งปูนซีเมนท์จากต่างประเทศเข้ามาแล้วครับ ถ้าข้ามกำแพงต่างๆไปได้จริง เชื่อว่าราคาปูน (จากการแข่งขันของสภาวะตลาดที่แท้จริง ไม่ใช่รวมตัวกันฮั้ว) ก็จะถูกลงครับ
อยู่เมืองไทยนี้สนุกจริงๆนะครับ เหมือนตัวเองเป็นลูกบิลเลียดบนโต๊ะชอบกลแฮะ
.
.
.
6 เม.ย. 2547 ก ร ะ เ บื้ อ ง จ า ก เ มื อ ง จี น ม า แ ล้ ว จ้ า
ตอนนี้ถ้าใครสังเกตุดูดีๆ กระเบื้องทั้งหลายที่ใช้ในวงการก่อสร้างเรา จะมียี่ห้อแปลกๆเข้ามาแล้ว สีสรรก็สวยดี ลัษณะแผ่นก็เรียบร้อยดี ผิดการเคลือบก็ดูเนียนดี ลวดลายก็เป็นที่ต้องตาต้องใจ...
กรุณาอย่าแปลกใจว่าเป็นบริษัทอะไรผลิตหนอ หรืออย่าคิดไปว่ากระเบื้องเหล่านี้มาจากอิตาลี หรือว่าแมคซิโก หรือว่าจากสิงค์โปร แต่อาจจะเป็นกระเบื้องมาจากเมืองจีนก็ได้ครับ ...ทราบข่าวมาว่า ราคานั้นถูกกว่ากระเบื้องในเมืองไทยมาก นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว
เคยคุยกับผู้ที่เคยใช้กระเบื้องจากเมืองจีนนี้ เขาบอกว่ามาตรฐานก็เหมือนกระเบื้องไทยเกรดเอทั่วไป แผ่นได้ขนาดเท่ากัน ไม่บิด ไม่โก่ง สีไม่ลอก เรียกว่าใช้แล้วแยกไม่ออกหรอกครับว่าเป็นกระเบื้องมาจากไหน
.
.
.
7 เม.ย. 2547 ขออนุญาตคุยต่อเรื่อง "กระเบื้องจากเมืองจีน" ข้างบนนะครับ
ความน่าสนใจเรื่อง "ราคา" ของกระเบื้องจากเมืองจีนในอีกไม่ช้านี้มีให้คิดกันอีก ๒ ประเด็นครับ

๑. การเปิดการค้าเสรี FTA ตอนนี้ของเรากับจีนยังไม่เปิดเต็มรูปแบบ เริ่มการค้าเสรีในส่วนของพืชผลการเกษตรไปแล้ว ไม่มีการเก็บภาษีกันให้ซ้ำซ้อนครับ ทำให้ตอนนี้ผลไม้จากเมืองจีนทะลักเข้ามาเมืองไทยเต็มตลาดจนสามารถรู้สึกได้ หากเมื่อไรเข้ามาถึงสินค้าประเภทอื่นๆ รวมถึงเรื่องกระเบื้องและสุขภัณท์แล้ว คงจะสนุกไม่น้อยครับ

๒. เรื่องการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะมีผลครับ เพราะการขนส่งกระเบื้องหรือเครื่องเคลือบต่างๆนั้น ค่าขนส่งทางอื่นจะแพงไม่น้อย เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มีน้ำหนักมาก หากเมื่อระเบิดแก่งแม่น้ำโขงตามนโยบายของชาติหมดไปแล้ว เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่จากจีนก็จะ "ล่อง" นำสินค้าหนักๆเข้ามาเมืองไทยได้สะดวก หากเมื่อขายสินค้าไปหมดแล้ว เรือก็เบาลง การเดินเรือกลับเบาๆ หรือซื้อสินค้าที่เบากว่าเดินทาง "ขึ้น" กลับไปก็จะไม่เปลืองพลังงานมาก ต้นทุนในการขนส่งในภาพรวมก็จะถูกลง เมืองไทยก็จะมีกระเบื้องใช้ถูกขึ้น.... ไชโย

จากระละเอียดเพิ่มเติมทั้ง ๒ ข้อดังกล่าวข้างต้น จึงมีข้อคิดตามมาอีกหลายประเด็นครับ คือ.....

๑. คนที่เคยไปเมืองจีนเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ที่เห็นสุขภัณท์ของ Cotto or American Standard จากเมืองไทยไปติดตั้งในโรงแรมหรูๆนั้น ต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว แต่ที่เมืองไทยจะมีสุขภัณท์ยี่ห้อต่างๆจากเมืองจีนมาติดมากกว่าในอนาคต

๒. นอกจากเรื่องของสุขภัณท์และกระเบื้องแล้ว อีกไม่นาน เราจะมี "แอ๊ปเปิ้ล ราคาถูกกว่า มันแกว" กินกันแล้วครับ แม้เมื่อก่อนราคาจะต่างกันเป็น ๑๐ เท่า ตอนนี้ราคาก็ใกล้เคียงกันแล้ว อีกไม่นานมันแกวจะขึ้นเหลาแทนแล้วครับ
ใครอยากยินดีก็เชิญ ใครอยากร้องไห้ก็ไม่ว่ากันครับ
.
yy
16 เม.ย. 2547 <b>เรื่องของ F.T.A. ตอนนี้
16 เม.ย. 2547 เรื่องของ F.T.A. ตอนนี้ไม่แค่จีนหรอกนะครับที่จะเป็นปัญหา
ตอนนี้กำลังมีการถกเถียงกันมากมายเรื่องของการทำ เอฟ.ที.เอ. กับสหรัฐอเมริกา ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสีย หลายฝ่ายนบอกว่า สนธิสัญญาแบบนี้ เป็นการเอา ประเทศไทยไปผูกพัน น่าจะต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นเหมือนกับการร่วมทำสงครามอย่างหนึ่ง แต่เป็นสงครามในรูปแบบใหม่ เป็นสงครามยุคใหม่ ...แต่เท่าที่ทราบมาจากข่าวสารต่างๆ ทางรัฐบาลเห็นว่าเป็นข้อตกลงทางการค้าธรรมดา จะเริ่มเป็นดเจรจากับสหรัฐอเมริกาในเดือนหน้านี้ (พฤษภาคม) และจะประกาศใช้สิ้นปีนี้หรือปีหน้าเป็นอย่างช้า
เฉพาะเรื่องของ "สิทธิทางปัญญา" ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดแล้ว อย่าไปมองเพียงเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ "ภูมิปัญญา" ของท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่ฝรั่งเขาเอาไปจดสิทธิบัตรกันมากมายแล้ว ถ้าเจรจากันไม่ดี ต่อไปจะทำ "น้ำปลาหวานจิ้มมะม่วง" ก็อาจจะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ก็ได้ (ผู้รู้เขาประชดมาให้ฟังครับ)
ไชโย ไชโย... Thailand, the land of SMILE
.
.
.
17 เม.ย. 2547 รายละเอียดอีกครั้งเรื่อง FTA ของไทยกับอเมริกาครับ
ในการทำข้อตกลง F.T.A. = Free Trade Agreement (Area) ของวประเทศต่างวๆนั้น เป็นการตกลงกันเป็น "ทวิภาคี" คือตกลงกันเพียง ๒ ประเทศ ประเทศอื่นไม่เกี่ยว (ถ้าเกี่ยวกันหลายประเทศเขาเรียกว่าเป็น "พหุภาคี") ซึ่งระหว่างไทยกับอเมริกานั้น จะมีข้อเรียกร้อง (หรือเรียกธะรมดาว่าเป็นข้อตกลง) ของแต่ละประเทศดังนี้ครับ.....
สิ่งที่ประเทศไทยอยากเข้าไปทำในอเมริกาคือ....
๑. การท่องเที่ยว
๒. สุขภาพและสปา
๓. การยอมรับคุณสมบัติของผู้ใหบริการจากเมืองไทย
๔. การจำหน่ายและการขนส่งโดยผ่าน Trading Firm
๕. งานด้าน Back Office
๖. การลงทุนเรื่องรถยนตร์และชิ้นส่วน
๗. อิเลคโทรนิคและ ไอซีที
การลงทุนและการบริการที่อเมริการต้องการมาทำในเมืองไทย...
๑. การทำ Digital Trade
๒. การเงิน การธนาคาร และการประกันภัย
๓. การโทรคมนาคม
๔. Express Delivery Service
๕. การบริการวิชาชีพต่างๆ.....
ส ถ า ป นิ ก - วิ ศ ว ก ร อ่ า น ข้ อ สุ ด ท้ า ย ดี ๆ น ะ ค รั บ
.
.
.
19 เม.ย. 2547 ต่อเรื่องเอฟ.ที.เอ. อีกนิดเดียวครับ.....
สังเกตุดูว่าสิ่งที่ประเทศไทยเรา ไม่ได้ต้องการขอเปิดการเจรจากับอเมริกาก็คือเรื่องของการบริการวิชาชีพต่างๆ แต่มีข้อมูลจริงที่น่าสนในในการให้บริการระหว่าง ปนะเทศไทย+อเมริกา+จีน ด้วยตัวอย่างง่ายๆก็คือ.....

สมมุติเรื่องการรับจ้างเขียนแบบบ้านสักหลังหนึ่ง
อเมริกา ค่าเขียนแบบบ้านหลังละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท
เมืองไทย ค่าเขียนแบบบ้านหลังละ ๓๐,๐๐๐ บาท
เมืองจีน ค่าเขียนแบบบ้านหลังละ ๓,๐๐๐ บาท
นี่คือเรื่องจริง และเป็นเรื่องที่ต้องรู้ครับ

มองไปไกลๆ จะเห็นการต่อท่อน้ำเพื่อ "ดูด" เป็นการต่อท่อตรงจากถังน้ำของเรา แต่ต่อท่อน้ำเพื่อ "จ่าย" อาจจะ by pass ไปได้ง่ายๆครับ ....เขียนให้อ่านกันเพลินๆครับ ใครอยากจะซีเรียสก็เชิญเต็มที่นะครับ
.
.
.
20 เม.ย. 2547 ลองมาคุยกันต่อเรื่อง F.T.A. ที่จีนต้องการที่จะเข้ามาในเมืองไทย
ภาพรวมที่จะตกลงกันนั้นมีอยู่หลายเรื่อง แต่มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ "จีนต้องการเข้าสู่ตลาดของอาเชี่ยน" ซึ่งก็หมายถึง การค้าเสรีและการลดภาษีต่างๆอีกหลายประการ และประการหนึ่งก็คือเรื่องของ "การบริการ" ที่วิชาชีพสถาปัตย์ และวิศวกรรมศาสตร์ เกี่ยวอยู่ตรงนี้กันโดยตรง
ตอนนี้ไทยเราก็เลยเหมือนนั้งอยู่กลางเขาโค ๒ เขา ถ้านั่งดีๆ กระตุกเชือกดีๆ โคก็อาจจะวิ่งไปตามทางที่เราอยากจะให้เขาวิ่งไป แต่ถ้านั่งไม่ดี ใจไม่มั่น ไม่รู้เรื่องที่จะบังคับโค ก็คงเหมือนกลายเป็นดังภาษิตโบราณที่ว่า "อยู่ระหว่างเขาโค" นั่นกระมังครับ
.
.
.
22 เม.ย. 2547 ตอนนี้เริ่มมีการตรวจจับ software อีกรอบแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทขนาดเล็กครับ
.
.
.
8 เม.ย. 2547 ฤ า อั ด โ ฆ ษ ณ า เ มื่ อ ถึ ง เ ว ล า ถ ด ถ อ ย
ใครตามข่าวสารตามสื่อต่างๆตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ จะรู้สึกถึงข่าว ๓ อย่างปะปนกันไปอย่างไม่รู้ตัวคือ.....

๑. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีเพิ่มขึ้นอย่างมาก งบประชาสัมพันธ์และโฆษณาประเคนกันดุเดือดในสื่อเกือบทุกชนิด เกือบทุกอาทิตย์ท่านอาจจะได้โบร์ชัวร์ของโครงการอสังหาริมทรัพย์หรูๆ ส่งถึงบ้านหรือโต๊ะทำงานท่านอยู่เนืองๆ

๒. ท่านที่อ่านข่าวเป็นประจำ (ข่าวเหล่านี้มักจะปรากฎในหนังสือพิมพ์ที่มีบทวิเคราะห์เท่านั้น) จะเป็นเรื่องของความถดถอยของการตลาด ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านราคาแพงในเมืองกรุง หรือเป็นบ้านพักต่างอากาศในจังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ข่าวมักจะบอกว่าบ้านหรูอยู่โอ่อ่า มีกำลังซื้อน้อยลง ทั้งคนไทยกันเองและของทั้งชาวต่างชาติ

๓. ท่านที่ติดตามข่าวทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ ในสื่อทุกชนิด จะรู้สึกถึงการเอาบริษัทที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง และเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น บ้างก็เป็นการเข้าไปครั้งวแรก บ้างก็เป็นการทำความความสะอาดแต่งตัวใหม่ และกลับเข้าไปตลาดอีกครั้งหนึ่ง

ได้คุยกับผู้รู้หลายท่านกลุ่มหนึ่ง ท่านบอกออกมาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจว่า เหตุการณ์ทั้ง ๓ ประเด็นที่เกิดขึ้นนี้ เป็น..... "ปรากฎการณ์ที่น่ากลัว ก่อนจะเกิดการถดถอย" เพราะทุกคนพยายามจะหาทรัพย์อย่างเร่งรีบ เพราะไม่เชื่อเรื่องการทำมาหากินระยะยาวกันเท่าไรแล้ว เป็นปรากฎการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นก่อนฟองสบูจะฟีบลงไป เร่งทำ เร่งขาย เร่งกิน เพื่อหนีให้ทันความถดถอยทั้งหลาย อันถือเป็นวัฒจักรธรรมดาที่เกิดขึ้น
ผมเขียนเรื่องทำน้องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว และจะเขียนไปเรื่อยๆครับ
.
.
.
10 เม.ย. 2547 ตอนนี้จะมีสัมมนาดีๆหลายเรื่องนะครับ ลองติดตามกันฟังนะครับ
เท่าที่รู้ก็จะมีการสัมมนาวิชาการและวิชาชีพกันหลายแห่งนะครับ อย่างในงานอาษาปีนี้ก็จะมีสัมมนาแยกเป็น ๒ ห้องครับ มีหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย (ถ้าอยากฟังทุกหัวข้อ จะต้องแยกร่าง หรือทำโคลนนิ่งก่อนนะครับ) ตัวอย่างของการสัมมนาที่งานอาษาก็เช่น.....
... การออกแบบบูติกโฮเตล
... เจาะลึกผังเมืองใหม่
... ซ้อฟแวร์เพื่องานออกแบบสถาปัตยกรรม
... สวยด้วยกล้อง
... มืออาชีพในการบริหารงานก่อสร้าง
... ออกแบบอาคารเพื่อเด็กและผู้สูงอายุ
...ศิลปะการเสนองานและการเจรจาต่อรอง
... สัญญาข้อตกลงระหว่างสถาปนิกกับเจ้าของงาน
... สถาปนิกกับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
... ออกแบบแสงในงานสถาปัตยกรรม
... รู้จัก กทม.และ พรบ.ควบคุมอาคาร
... ตั้งออฟฟิสใหม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง
... Acoustic Design
... Signage
... เคล็ดลับการก่อสร้าง

และทราบมาอีกเหมือนกันว่า จะมีการสัมมนาเรื่อง "สถาปัตยกรรมสู่โลกกว้าง สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงท้องถิ่น" จัดโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จัดขึ้นในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม นี้ ที่สถาบันจุฬาภรณ์ ครับ จัดกันทั้งวันครับ รวมไปถึงกลางคืนก็จะมีดินเนอร์ท๊อคด้วยครับ
วิทยากรทั้ง ๒ รายการ น่าสนใจและมีทุกระดับ ทั้งนักพูดอาชีพ นักทำงานอาชีพ อาจารย์อาชีพ กันมากมายครับ ทั้งสองรายการไม่เสียเงินค่าเข้าฟังนะครับ (คงมีน้ำแถมฟรีอีกต่างหาก) แต่ก็ต้องลุ้นว่าจะมีสถาปนิก (ที่ไม่ต้องเกณท์เข้าฟัง) จะไปกันสักกี่คนหนอ
.
.
.
12 เม.ย. 2547 ข่าวว่าสัมมนาของ "สถาปนิกทักษิน" จะมีหัวข้อทีเด็ดครับ
ติดลมเขียนต่อเรื่องเกี่ยวกับการสัมมนานะครับ มีคนสำคัญแถวๆสถาปนิกทักษินกระซิบบอกผมว่า งานประจำปีของสถาปนิกทั้งษิน ที่จะมีประมาณกลางๆ-ปลายๆปีนี้นั้น การสัมมนาจะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีหัวข้อที่น่าสนใจ theme ประมาณเรื่อง.....
" ค ว า ม ร อ บ รู้ ที่ ข า ด ห า ย ไ ป "
ประมาณนี้แหละครับ วิทยากรก็คงจะมีความหลากหลายตามมาด้วย ทราบข่าวว่าตอนนี้ได้เรียนเชิญ "พระพยอม" ท่านมาพูดเรียบร้อยแล้ว และท่านได้รับปากแล้วครับ (ท่านคงเทศน์เรื่องความรู้ที่ขาดหายในการดำรงชีวิต") ครับ
ส่วนหัวข้อความรู้(ที่ขาดหาย)หัวข้ออื่น ตอนนี้กำลังคิดกันอยู่ครับ
.
.
.
16 เม.ย. 2547 ในที่สุดบ้านคนรวยๆๆๆ ก็ต้องเปลี่ยนไป.. เปี๊ยนไป๋
หลังจาก ๒ ปีผ่านไป ที่บ้านคนรวยขนาดหลายสิบล้านออกสู่ท้องตลาดให้มีการซื้อและการขายกันอย่างเมามัน และในเล่าข่าวตอนที่แล้ว ที่เล่าว่ากระจิบข่าวบอกมาว่า บ้านราคาเป็นล้านๆเหรียญอเมริกัน ตามจังหวัดทางภาคใต้ที่สวยๆอย่างเช่นภูเก็ตนั้นเริ่มขายไม่ออกแล้ว และผู้ลงทุนหันมาจับตลาดบ้าให้คนไทยฐานะดีและคนต่างชาติที่ไม่รวยๆๆมากเป็นบ้านหลังละ ๑๐-๒๐ ล้านบาทแทนนั้น ....บัดนี้ ขยายขอบเข้ามาในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล และเมืองใหญ่ๆของไทยเราแล้วครับ
หากติดตามข่าวสารสักหน่อย คุยกับเพื่อนๆในวงการสักนิด จะเห็นได้ว่า ตอนนี้เหล่าบริษัทใหญ่ที่ทำบ้านจัดสรร ได้เคลื่อนไหวที่จะเปิดโครงการใหม่ๆ เป็นโครงการบ้านราคาต่ำหว่า ๗ ล้านบาทเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ธรรมดาอย่าง Property Perfect, ลลิลพร๊อปเพอร์ตี้, ศุภาลัย ไม่เว้นแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land & House ครับ .....สถาปนิกท่านใดที่เคยมือกับบ้านยักษ์ๆหรูๆ ต้องปรับมือนิดแล้วนะครับ
.
.
.
17 เม.ย. 2547 เชิญร่วมรดน้ำดำหัวผู้อาวุโส ที่สมาคมสถาปนิกสยามฯ ครับ
เช้าวันอาทิตย์หน้า วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๗ สมาคมสถาปนิกสยามฯ จะจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมฯ ครบรอบ ๗๐ ปีครับ พร้อมทั้งจัดพิธีรดน้ำดำหัวแด่สถาปนิกอาวุโสด้วยครับ โดยมีกำหนดการดังนี้นะครับ....
... ๑๐.๐๐ น. พิธีทำบุญเลี้ยงพระ
... ๑๑.๓๐ น. พิธีรดน้ำดำหัวสถาปนิกอาวุโส
... ๑๒.๓๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
ถ้าใครสนใจช่วยโทรศัพท์ไปกระซิบบอกที่สมาคมฯสักนิดก็น่าจะดี (เพราะจะได้เตรียมข้าวปลาอาหารไว้ ไม่ให้ขาดไม่ให้เกินมากนักครับ) ที่หมายเลข ๐๒-๓๑๙๖๕๕๕, ๐๒-๗๑๙๖๒๙๒-๔ หรือที่โทรสาร ๐๒-๗๑๙๖๒๙๕ คุณนพมาส นะครับ
.
.
.
20 เม.ย. 2547 มาช้าดีกว่าไม่มา ....ประชุมประจำปี "สภาสถาปนิก" ครับผม[/b
เงียบกันจัง ข่าวคราวช่วงการเปลี่ยนคณะกรรมการสภาสถาปนิกตอนนี้ แต่ก็ต้องมีข่าวเตือนใจเหล่าสถาปนิกที่กำลังต้องร่วมมือกันที่จะผลักดดันวิชาชีพกันครับ ใครอยากบ่นอะไร ใครอยากเรียกร้องอะไร ใครอยากจะแนะนำอะไร ตอนนี้มาถึงเวลาที่คิดว่าสำคัญที่สุดตอนนึ่ง ที่เราจะใช้สิทธิพื้นฐานของเรา เพื่อวิชาชีพ(และตัวเอง) แล้วนะครับ
สภาสถาปนิกจะมีการประชุมประจำปี ๒๕๔๗ กันครับ
วันเสาร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๔๗
ห้องคอนเวนชั่นชั้น ๒ ศูนย์ประชุมสถาบันจุฬาภรณ์
การประชุมนี้เป็นการประชุมร่วม ๔ วิชาชีพครับ มีหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจคือ
ก. รายงานการดำเนินงานที่ผ่านมาของ สภาสถาปนิก
ข. เลือกตั้งคณะกรรมการจรรยาบรรณวิชาชีพ
ค. ให้ความเห็นชอบแผนดำเนินการต่อไปของสภาสถาปนิก
ง. สมาชิกให้ความคิดเห็น
ใครไปได้ แล้วไม่ยอมไป ตอนหลังจะมาโวยวายลำบากเหมือนกันนะครับ
.
.
.
21 เม.ย. 2547 ขอบอกเล่าเก้าสิบเรื่องสัมมนาดีๆอีกสักหัวข้อนะครับ
ม ร ด ก ค ว า ม ง า ม ของสภาพแวดล้อม ท้ อ ง ถิ่ น ไ ท ย

จัดโดยภาควิชาสถาปัตยกรรม ลาดกระบังครับ เป็นงานที่ต้องการแสดงผลงานและความลุ่มลึกของ "อาจารย์จิ๋ว" (รศ.วิวัฒน์ เตมียพันธ์) ครับ มีทั้งนิมทรรศการภาพถ่ายและเสวนาสถาปัตยกรรมไทยพื้นถิ่นครับ วิทยากรแต่ละท่านล้วนคุณภาพคับแก้ว และเป็นผู้ที่เราสามารถยกมือใหว้ได้ทั้งร่างการยและหัวใจทั้งสิ้น เช่น....
... รศ. อนุวิทย์ เจริญศุภกุล
... รศ. ธีรมล ไวโรจนกิจ
เป็นต้นครับ และจะมีการสัมมนากันในวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้นะครับที่......
หอประชุมศาสตราจารย์ประสม รังสิโรจน์ คณะสถาปัตย์ (สจล)
วันพฤหัสที่ ๒๒ - ศุกร์ที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๗
ได้ข่าวว่ามีหนังสือรวมผลงานอาจารย์จิ๋วเด็ดๆในงานด้วยครับ
.
yy
21 เม.ย. 2547 <b>ร า ค า เ ห ล็ ก ก่ อ ส
21 เม.ย. 2547 ร า ค า เ ห ล็ ก ก่ อ ส ร้ า ง ณ วันนี้ ครับผม
หลังจากที่คนในวงการก่อสร้างเป็นโรคประสาทกันไปหลายเดือนแล้ว เพราะเหล็กเส้นก่อสร้างเจ้าขึ้นราคาได้ทุกวัน มาถึง ณ วันนี้ เหล็กที่เคยราคากิโลละ ๑๐-๑๒ บาท (หรือตันละ ๑๐,๐๐๐ - ๑๒,๐๐๐ บาท) ก็ขึ้นมาจนเหมือนจะหยุดนิ่งแล้ว กรมการค้าภายในแห่งประเทศไทยก็ประกาศราคาเหล็กขายปลีก ที่ท่านบอกว่าจะทำการควบคุมไว้ดังนี้นะครับ
เหล็กเส้นกลมดิ๊ก SR24 ราคาต่อกิโลกรัม/ราคาต่อเส้น ตามขนาดเหล็กคือ....
6mm = 24.37 / 54.12
9mm = 23.54 / 117.48
12mm = 22.99 / 204.13
15mm = 22.76 / 315.76
19mm = 22.76 / 506.76
เหล็กข้ออ้อยขวั้น SD30 ราคาต่อกิโลกรัม/ราคาต่อเส้น ตามขนาดเหล็กคือ...
12mm = 22.99 / 204.13
16mm = 22.66 / 359.24
20mm = 22.65 / 561.40
25mm = 22.77 / 877.16
ถ้าใครไม่อยากจ่ายเงินสด ก็บวกไปประมาณอีก 10% นะครับ
.
.
.
22 เม.ย. 2547 ร้อนนี้... ระวังการก่อสร้างตรงนี้นิดนะครับ
๑. อย่าลืมบ่มคอนกรีต และปูนฉาบ
๒. คนก่อสร้างหน้างานร้อนและเหนื่อย อารมณจะเสียบ่อย ระวังนิด
๓. เหล็กก่อสร้าง ตากแดดนานๆจะร้อนมาก ระวังมือพอง
๔. คนทำงานในสำนักงานสนาม หาที่บังแดดให้เครื่อง condencing นิดก็จะดีครับ
๕. คนทำงานดิน ตอกเข็ม ตอนนี้เป็นจังหวะวิ่งเต็มสูบสุดๆก่อนฝนมานะครับ
๖. สิ่งแก้ร้อนเช่น น้ำ(ไม่ต้องเย็นก็ได้) ที่อาบน้ำ หมวก ฯลฯ จะช่วยได้บ้างครับ
๗. ใครแพ้ฝุ่น อย่าอายที่จะมีเครื่องอุดจมูกครับ ตอนนี้ฝุ่นเยอะจริงๆครับ
๘. กรุณาเติมคำในช่องว่างครับ........ ฯลฯ
ขอความเยือกเย็นจงมีแด่ท่านครับ May the Freeze be with YOU
.
.
.
23 เม.ย. 2547 อีก ๓-๙ เดือน ระวังเรื่องค่าก่อสร้างขึ้น เพราะราคาน้ำมันนะครับ
เพราะตอนนี้รัฐบาลพยายามที่จะ "อั้น" ราคาน้ำมันอยู่ครับ เอาเงินกองทุนน้ำมันมีพยุงราคาน้ำมันไปเกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ มีข่าวบอกมาว่าคงใช้ไปจนถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่หลังจากนั้นไม่ทราบได้จริงๆว่าจะเอาเงินส่วนไหนมาพยุงราคาอีก
มีข่าวออกมาเหมือนกันครับว่า อาจจะขอยืมเอาเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานมาพยุงราคาน้ำมันที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้อีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่ากองทุนน้ำมันกับกองทุนอนุรักษ์พลังงาน มีกฎหมายที่ใช้บังคับแตกต่างกัน
ดังนั้นเมือไรที่รัฐบาลท่าน "อ้น" เอาไว้ไม่อยู่ ค่าน้ำมันก็จะพรวดขึ้นมาแน่นอนครับ (๙๕ อาจจะไปใกลๆ ๒๐ บาท ก็ได้ครับ) ทำให้สินค้าการก่อสร้างที่จะต้องมีการ "ขนส่ง" จะต้องขึ้นอย่างแน่นอนครับ (แม้ตอนนั้นรัฐบาลท่านอาจจะพยุงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ก็ตามนะครับ)
กุมารทองกิติมศักดิ์กระซิบบอกว่า ๓-๙ เดือน ก็เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองที่ต้องการเสถียรภาพมากๆช่วงนี้ครับ หากปล่อยให้หลายอย่างเกิดอาการลอยตัว อาจจะเกิดการ "กระตุกตัว" ของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ให้เป็นไปตาม "แผน" ที่อยากให้เป็นครับ
.
.
.
26 เม.ย. 2547 ประชุมสภาสถาปนิก เรียบร้อยดีทุกประการครับ
ท่านผู้อาวุโสหลายท่าน และกุมารทองบางท่าน ที่เข้าร่วมประชุมประจำปีของสภาสถาปนิก เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ ที่ผ่านมา กระซิบบอกมาว่า การประชุมสภาสถาปนิกครั้งที่ผ่านมา เป็นการประชุมที่เรียบร้อยที่สุดครับ ไม่มีการล่าช้าจนต้องเปิดประชุมช้า เพราะว่าคนมาไม่มครบ ไม่มีการเถียงกันให้น้ำไหลไฟดับ การประชุมก็ไม่ได้ล่าช้าออกไปจนหิวข้าวจนตาลายและอารมณ์เสียแต่ประการใด
มีการแถลงนโยบาย มีการเลือกตั้งผู้ตรวจสอบ มีการเลือกตั้งกรรมการจรรยาบรรณ เป็นที่เรียบร้อยทุกประการ ในตอนท้ายของการประชุมก็เป็นการให้แสดงความคิดเห็น ซึ่งความคิดเห็นที่มีการแนะนำก็เป็นในเชิงสร้างสรรกันครับ
นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีอย่างหนึ่ง ในรอบต้นปีนี้ครับ
.
.
.
27 เม.ย. 2547 ว า ท ะ วิ ศ ว ก ร เ กี่ ย ว กั บ ส ถ า ป นิ ก
เขาว่าวิชาชีพหลายๆอาชีพเป็นอาชีพที่คู่กัน ต้องเกื้อก฿ลกัน อย่างเช่นหมอกับพยาบาล สัปปะเหร่อกับอาแป๊ะขายโลงศพ หรือแม้กระทั่ว "วิศวกร และ สถาปนิก" ดังนั้น วาทะต่างๆของคนที่ทำวิชาชีพคู่กัน จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ในวิชาชีพมานานพอควร แยกแยะไม่บ้าวิชาชีพตัวเอง และเข้าใตวิชาชีพข้างเคียง....
ผมเองเคยได้ยิน "วาทะ" ของวิศวกรหลายท่าน ที่ฟังแล้วได้ความรู้สึก ฟังแล้วได้ความรอบรู้ เป็นความรอบรู้จากผู้ที่เข้าใจวิชาชีพสถาปนิก ให้เราได้สะท้อนมองตนเองบ้าง ดังเช่น......
ตึกสวยเขาถามว่า "สถาปนิกคนไหนออกแบบ" แต่ถ้าตึกนั้นพังลงมา เขาถามว่า "ตึกนี้ใครเป็นวิศวกรออกแบบ"
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว ผมเองยืนคุยอยู่กับท่านอาจารย์รชฎ กาญจนวนิช ปรมาจารย์ทางวิศวกรรมศาสตร์ ยืนคุยกันอยู่หน้าตึกๆหนึ่งที่ดูสวยดี ท่านอาจารย์คิดอย่างไรก็ไม่ทราบ แล้วก็ชี้ไปที่อาคารหลังนั้น แล้วก็บอกว่า.... "คุณยอดเยี่ยม คิดว่ามันยุติธรรมไหม ตึกสวยๆแบบนี้ ใครมาเจอก็จะถามว่า ตึกนี้สถาปนิกคนไหนออกแบบนะ ... แต่ถ้าพรุ่งนี้ตึกนี้มันพังลงมา หรือว่ามีไฟใหม้จนวิบัติ คนเค้าไม่ถามหรอกว่า ใครเป็นสถาปนิกออกแบบ แต่ถามว่า คนไหนนะที่เป็นวิศวกรออกแบบอาคารหลังนี้"

อาจารย์พูดเสร็จก็หันมามองหน้าผม แล้วก็พูดต่อว่า "คุณรู้สึกไม๊ว่า มันไม่ค่อยยุติธรรมกับวิศวกรเท่าไรเลยนะ ประเทศนี้หน่ะ...."
นายยอดเยี่ยม..... ยิ้มเจื่อนๆ แล้วไม่พูดอะไรต่อครับ
ถือเป็นการเล่าสู่กันฟัง จากคนรักกัน ชอบกัน ชื่นชมกัน ครับผม
.
.
.
28 เม.ย. 2547 ว า ท ะ วิ ศ ว ก ร ( ต่ อ )
ไม่เคยมีประชาธิปไตยที่แท้ในสำนักงานสถาปนิก

วิศวกรผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า "ไม่มีการบริหารระบบกระจายอำนาจที่เป็นประชาธิปไตย ในสำนักงานสถาปนิกชั้นนำ" และท่านก็อรรถาธิบายต่อไปว่า....

สถาปนิกที่ประสบความสำเร็จด้วยการเป็น "สถาปนิกนักออกแบบ" จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมาก และก็จะทำให้เกิดความ "เชื่อมันเกินพิกัด อันจะเข้าไปสู่สภาวะของ... การหลงตัวเอง" เพราะความหลงและความเชื่อมั่นนั้น เป็นมูลเหตุแห่งความสำเร็จ

เมื่อสำนักงานใหญ่ขึ้น สถาปนิกผู้ประสบความสำเร็จทางการออกแบบ ก็จะพยายามขยายสำนักงาน และต้องกระจายอำนาจ แต่พอผ่านไปพักหนึ่ง สำนักงานก็อาจจะตกต่ำลง (อย่างน้อยก็ในสายตาของเขา) และสถาปนิกที่ประสบความสำเร็จนั้นก็จะเข้ามายึดอำนาจในการตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง แม้บางครั้งจะแพ้ด้วยเหตุผล แต่ก็จะใช้ความเป็น "ศิลปิน" บวกกับอำนาจที่มี ทำการ "เผด็จการ" เพื่อชี้นำผลงานตามความคิดของตนเองออกมา

ด้วยเหตุดังนี้ ท่านจึงบอกว่า สำนักงานสถาปนิกในเมืองไทย ไม่มีทางที่จะเจริญเติบโตเกินกว่า "๒ ชีวิตคนทำงาน" หรือคงไม่เกิน ๓๐-๔๐ ปีเป็นอย่างมาก เพราะสำนักงานสถาปนิกไทย ไม่เคยมีการกระจายอำนาจและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งต่างกับสำนักงานสถาปนิกในต่างประเทศ ที่จะทำงานติดต่อก่อนเลิกกิจการได้เป็นหลายชั่วชีวิตคนทำงาน หลายแห่งมีอายุการทำงานกว่า ๑๐๐ ปีไปแล้วครับ
ฟังแล้วจะผ่านไป หรือกลับมาคิดแก้เซ็ง ก็แล้วแต่ท่านครับ
.
yy
5 พ.ค. 2547 <b>คณะรัฐมนตรีผ่านมติเปิด F.
5 พ.ค. 2547 คณะรัฐมนตรีผ่านมติเปิด F.T.A กับสหรัฐอเมริการแล้วนะครับ
เมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีแห่งสยามประเทศ ได้มีมติเอกฉันท์ที่จะเปิดเสรีการค้า (F.T.A. : Free Trade Agreement) กับสหรัฐอเมริการเรียบร้อยแล้ว โดยทางอเมริกันชนต้องการที่จะให้ไทยเปิดกว้างสุดล้าเรื่องของ "ทรัพย์สินทางปัญญา" เป็นสำคัญที่สุด
สิ่งที่ว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญานี้ อเมริกาของซีเรียสในเรื่องของซอฟท์แวร์ต่างๆ เพลงและภาพยนตร์ และสูตรของยาเภสัช ต่างๆเป็นการนำร่อง ซึ่งทางรัฐบาลไทยเองก็ได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อให้เตรียมการในเรื่องนี้อย่างเหมาะสมกับการเปิดเสรีทางการค้าครังนี้ครับ
ใครใช้ซอฟท์แวร์ที่อเมริกันเขาบอกว่าผิดกฎหมาย ก็เตรียมตัวนะครับ
.
.
.
5 พ.ค. 2547 อเมริกันบอกจะเปิดฐานทัพอเมริกาในเมืองไทย....
มีข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งปรากฎที่หน้าหนังสือพิพม์ภาษาฝรั่งบอกว่า ทางมหามิตรของไทยเราคือสหรัฐอเมริกา เป็นห่วงเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยต่างๆในประเทศไทย จึงแนะนำปนเสนอตัวเองบอกว่า สหรัฐอเมริกายินทีที่จะเข้ามาช่วยประเทศไทย โดยการมาตั้งฐานทัพสหรัฐฯถาวรในประเทศไทย ซึ่งผลที่ตามมาข้างเคียงที่ดีกับประเทศไทย ก็คือเงินทองจากต่างประเทศ จะไหลเข้ามาในเมืองไทยมากมากมาย เศรษฐกิจของเมืองไทยจะเจริญรุ่งเรือง.....
ท่ า น ทั้ ง ห ล า ย ดี ใ จไ ห ม ค รั บผ ม
.
.
.
6 พ.ค. 2547 มาเลเซียค้าเสียงหลง รัฐบาลไทย-อเมริกัน บอกว่าไม่รู้เรื่อง
อนุสนธิข่าวที่บอกไว้ข้างบน เรื่องการขอตั้งฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของชาวไทยมุสลิมนั้น ข่าวต่อเนื่องออกมาว่า รัฐบาลประเทศมาเลเซียออกข่าวคัดค้านดังลั่น บอกว่าไม่เห็นด้วยทุกประการ ถ้าไทยเอาเข้ามาในภูมิภาคนี้คงวุ่นวายน่าดู
หลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาจากเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกา บอกว่าไม่ได้ออกข่าวเรื่องนี้ และข่าวก็ออกมาจากรัฐบาลไทยอีก บอกว่าไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย ...ก็เลยไม่ทราบว่าเป็นเรื่องของ "โยนหินถามทาง" กันหรือไม่อย่างไรครับ
ใครไม่อยากปวดหัว ตอนนี้อย่าติดตามข่าวสารเลยอาจจะดีนะครับ
.
.
.
17 พ.ค. 2547 เลือกตั้งอินเดีย... บอกอะไรเราได้บ้างหนอ
ใครที่ติดตามข่าวการบ้านการเมือง และข่าวต่างประเทศกันบ้าง คงจะได้รู้ข่าวใหญ่เรื่องการเลือกตั้งที่ประเทศอินเดีย ที่มีการพลิกล๊อคกันถล่มทลาย จนขนาดว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์หลายพันปีของประเทศอินเดีย ที่ประมุขของประเทศนั้น เป็นคนต่างชาติ (อิตาลี) ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากการบุกรุกทำลายจากต่างชาติ

สิ่งที่น่าสังเกตุที่ข่าวบอกว่าเป็นการพลิกล๊อคนั้นก็คือ รัฐบาลเดิมที่ครองอำนาจมาเกือบ ๑๐ ปีนั้น เป็นรัฐบาลที่พาประเทศอินเดียพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ และกลายเป็นประเทศที่กระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างดีมาตลอดเวลา ทั้งการส่งออก ทั้งจีดีพี และตัวเลขอีกมากมาย ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่ทำไมหนอ จึงพ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งได้....

ข่าววิเคราะห์บอกมาว่า ที่รัฐบาลเดิมที่นำพาประเทศจนเศรษฐกิจรุ่งเรืองขึ้นนั้น เป็นการวัดโดย "ตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ตะวันตก" ทำให้ภาพรวมของประเทศดีขึ้น แต่ความร่ำรวยทั้งหลายนั้น ตกอยู่ในมือคนไม่กี่คน บริษัทไม่กี่แห่ง และตระกูลไม่กี่สกุล ....ในขณะที่ "ช่องว่าง" ของความร่ำรวยและยากจนของประชาชน ดูจะถ่างกางออกจากกันมากขึ้นมาก ประชาชนที่เป็น "รากหญ้า" รู้สึกเหมือนถูกให้ "ปุ๋ย" แต่ไม่ได้รับการปรับปรุง "สภาวะแวดล้อมแห่งการเจริญเติบโต" ซึ่งเมื่อประชาชนที่ถูกให้ปุ๋ยมาหลายปี หันกลับมามองตัวเอง ก็จำเป็นต้องตัดสินใจ....เปลี่ยนแปลง
.
.
.
19 พ.ค. 2547 ประชุมสัมมนาเพื่อวิชาชีพของสภาสถาปนิก+๔สมาคมฯ
กระจิบข่าวกระซิบบอกมาว่า เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีการประชุมระดมสมองของสภาสถาปนิก และสมาคมวิชาชีพ ๔ สมาคม (คือสมาคมสถาปนิกสยามฯ สมาคมมัณฑนากร สมาคมนักวางผังชุมชน สมาคมภูมิสถาปนิกไทย) เพื่อระดมสมองทั้ง "แผนรุก" และ "แผนรับ" เพื่อระดมสมองเรื่อง "วิชาการ และวิชาชีพ"
กระจิบข่าวบอกว่า เป็นการประชุมที่มีบรรยาศดีมาก เป็นเรื่องเป็นราว และได้ผลเป็นที่น่าพะอใจ เป็นปรากฎการณ์ที่กรรมการสภาทั้งหมด ไม่ขาดแม้แต่คนเดียว เข้าร่าวมประชุมครั้งนี้ โดยส่วนของสมาคมสถาปนิกสยามนั้น ท่านนายกสมาคมท่านใหม่ และท่านอุปนายกวิชาชีพท่านใหม่ ก็เข้าร่วมประชุมเอง
ในการประชุมนั้น ท่านอาจารย์เดชา บุญค้ำ กรรมการสภาสถาปนิก ได้จัดเตรียมเอกสารหนามากเรื่องข้อมูลของไทย ข้อมูลต่างประเทศ และแนวทางการดำเนินการ "ระบบ ๓ ประสาน" (สถาบันการศึกษา สภาสถาปนิก และสมาคมวิชาชีพ) และที่ประชุมได้ระดมสมองกันในเรื่องนี้กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีผลออกมาที่ "จับต้องได้" ครับ

หลังจากนั้นก็มีการลงนาม "สัตยาบรรณ ความเข้าใจ" ร่วมกันของทั้ง ๕ องค์การที่เข้าร่วมสัมมนา เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการในแต่ละองค์กร เพื่อปัจจุบันและอนาคตของวิชาชีพสถาปัตยกรรม
.
yy
20 พ.ค. 2547 <b>เขาว่าอุตสาหกรรมครึ่งปีห
20 พ.ค. 2547 เขาว่าอุตสาหกรรมครึ่งปีหลังจะไปได้ดี
อินทรีย์ข่าวแถวๆสภาอุตสาหกรรม กระซิบบอกมาว่า แม้สภาวะของเศรษฐกิจไทยดูจะเริ่มถดถอย มีข่าวไม่ดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็ฯเรื่องของม๊อบของกลุ่มคนต่างๆที่ยังประท้วงกันอยู่ หรือจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมันจะขึ้นราคากันอีกลิตรละ ๓ บาท หรือว่าจะเป็นเรื่องของความไม่เรียบร้อยในภาคใต ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของเมืองไทย ถอถอยลงไป แต่......
ก็มีข่าวน่าสนใจในวงการอุตสาหกรรมเมืองไทยว่า ตั้งแต่ครึ่งปีหลังของ ๒๕๔๗ นี้เป็นต้นไป จะมีการย้ายฐานการผลิตทางอุตสาหกรรม เกิดขึ้นในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งเป็นการย้ายฐานมาจากประเทศอื่น หรือเป็นการขยายฐานการผลิตเดิม หรือว่าจะเป็นการเริ่มกิจกรรมการผลิตใหม่ จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว เป็นรูปธรรมมากขึ้น แน่นอน
.
.
.
20 พ.ค. 2547 มีข่าวแพลมออกมาว่า "เหล็กก่อสร้าง" จะลดราคาครับ
อันเนื่องจากว่าทางประเทศจีนนั้น มีนโยบายชะลอการก่อสร้างลงสักนิด เพราะดูท่าทางเศรษฐกิจของประเทศเขาจะเจริญเติบโตร้อนแรงเกินไปแล้ว กรอปกับตอนนี้ผู้ก่อสร้างทั้งหลายเริ่มตั้งตัวติด เริ่งจะรู้ทันเลห์ของคนทำเหล็กและคนส่งเหล็กมาขาย ทำให้สภาวะของการขึ้นราคาทุกวันหยุดลง....
จึงมีข่าวออกมาว่า ราคาเหล็กเส้นน่าจะมีการลดราคาลงหลังเดือน ๖ นี้ (กรกฎาคม) แต่ก็มีกุมารทองกิตมศักดิ์กระซิบบอกมาว่า " ย า ก " และคาดว่าหากเหตุการณ์ของโลกยังเป็นอย่างนี้ ทางทวีปอเมริกาและยุโรปมีการก่อสร้างมากน้อยเป็นปกติ ในขณะที่ทางตะวันออกกลางและเมืองจีนมีการก่อสร้างน้อยลง ราคาเหล็กก่อสร้างในเมืองไทยก็มีแนวโน้มจะลดลงจริงๆ แต่คงไม่ใช่หลังเดือน ๖ น่าจะเป็นหลังเดือน ๙ มากกว่าครับ
.
.
.
21 พ.ค. 2547 ระวังจะมีของดีๆๆๆมาแจกจากสมาคมสถาปนิกนะครับ
อินทรีย์ข่าวท่านหนึ่งกระซิบบอกมาว่า กรรมการบริหารสมาคมสถาปนิกสยามฯ ชุดใหม่ มีโครงการมั่นคงที่จะจัดทำเอกสารสำคัญที่เป็นที่ต้องการของเหล่าสถาปนิกทุกคนคือ.....
๑. สรุปมาตรฐานการเขียนแบบก่อสร้าง
๒. มาตรฐานกลางรายการประกอบแบบก่อสร้าง
๓. กฎหมายก่อสร้าง ฉบับทันสมัย
เพราะหนังสือเอกสารทั้ง ๓ อย่างที่บอกมานี้ เป็นที่ต้องการของทุกคนจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเปิดบริการระหว่างประเทศ เอฟ.ที.เอ. กันในอีกไม่นานนี้ครับ
ตั้งหน้าตั้งตารอนิดนะครับ กรรมการชุดหนึ่งๆก็อยู่ไม่เกิน ๒ ปีครับผม
.
.
.
22 พ.ค. 2547 สัมมนาพลังงาน "ฟันธง ๒๐ ธง บ้านจัดสรรต้องทำ ไม่เช่นนั้น...อย่าซื้อ"
มีข่าวบอกมาว่า จะมีการจัดสัมมนาร่วมมือกันระหว่าง...
... ๑. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
... ๒. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
... ๓. สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร
เพื่อสรุปและประกาศหลักการ ออกแบบ-ลงทุน-พิจารณาซื้อ บ้านจัดสรรที่มีพื้นฐานการประหยัดพลังงานที่เหมาะสม โดยอาจจะมีการตั้งเกณท์พิจารณาเพื่อ "ฟันธง" สัก ๒๐ ธง หากหมู่บ้านจัดสรรใด มีมาตรฐานไม่ถึง ๑๔ ประการ ก็จะบอกข้างหูผู้บริโภคว่า.... " อ ย่ า ซื้ อ "

หลักการนั้นมีง่ายๆ ที่ผู้ออกแบบ ผู้ประกอบการ จะต้องร่วมมือกัน ก่อสร้างบ้านจัดสรรให้ประหยัดพลังงานพื้นซานได้ ยกตัวอย่างเช่น...
... ๑. ต้องมีฉนวนอย่างน้อย ๓ นิ้วที่หลังคา
... ๒. ต้องมีแผ่นพลาสติกกันชื้นปูก่อเทพื้นชั้นล่าง
... ๓. ต้องมีตำแหน่งวาง condensing ที่ไม่ร้อนอบอ้าว
... ๔. (และอีก หลายข้อครับ)
งานนี้คาดว่าจะมีประมาณกลาง-ปลายเดือนมิถุนายน ปีนี้ น่าจะจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตครับ คงเป็นการจัดประชุมสัมมนาฟรี และคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คนครับ
สถาปนิกนักออกแบบบ้านจัดสรร ต้องตามข่าวกันดีๆนะครับ ไม่งั้นอาจตกงานได้ครับ
.
.
.
24 พ.ค. 2547 สนามบินใหม่พังกันก็เฉพาะที่ฝรั่งเศสเท่านั้นนะครับ...
ใครอ่านข่าวหรือใครติดตามชมข่าว คงจะทราบกันโดยทั่วกันว่า ทางเดินเชื่อมอาคารของสนามบินชาลเดอร์โกล ที่ประเทศฝรั่งเศสนั้นพังลงมา และมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไปเป็นจำนวนไม่น้อยเลย ทั้งๆที่สนามบินแห่งนี้ เพิ่งจะเปิดใช้ในส่วนนี้มาเพียง ๑๑ เดือนเท่านั้นเอง
ตามข่าวเกริ่นบอกมาว่า การก่อสร้างของสนามบินแห่งนี้ มีการเร่งรัดมาก และผู้รับเหมาก็ขอดีเลย์งานไปหลายครั้งแล้ว แต่ข่าวยังไม่บอกมาว่า "ทำไมถึงพัง"
ทราบข่าวแล้วไม่ต้องห่วงสนามบินสุวรรณภูมินะครับ เพราะข่าวบอกว่าเสร็จทันกำหนดแน่นอน ผู้รับเหมาไม่มีดีเลย์ แม้อาจจะต้องเร่งรัดตัดเวลาในการทดสอบการใช้สนามบินไปสักหน่อยครับ
แ ต่ ข่ า ว ก็ คื อ ข่ า ว น ะ ค รั บ ผ ม
.
.
.
25 พ.ค. 2547 ไ ม้ น อ ก ท่ า ท า ง จ ะ ข า ย ดี
ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเพราะว่าสถาปนิกไทย เห็นความสำคัญของการรักษาป่าไม้ในประเทศ (รวมถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง) หรือว่าเป็นเพราะสถาปนิกไทย เริ่มเบื่อหน่ายกับไม้ไทยที่ผิวคล้ำๆหน่อย เนื่อละเอียดมากไปก็ไม่ทราบได้ครับ....
กระจิบข่าวสาวท่านหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับวงการไม้ที่สั่งมาจากเมืองนอก (ส่วนใหญ่จะเป็นไม้สนครับ) กระซิบบอกมาว่า ตอนนี้ยอดขาย ยอดสั่งจอง และการขอข้อมูลขากบรรดาสถาปนิกไทย สนใจไม้สนจากต่างประเทศมากขึ้นอย่างผิดสังเกตุครับ

กระจิบสาวคนเดิมที่คร่ำหวอดกับวงการสถาปนิกมาร่วม ๒๐ ปีบอกมากว่า สถาปนิอกหลายท่านบอกว่า ไม้สนที่ว่านั้นเป็นไม้ปลูกขึ้นมา ไม่เป็นการทำลายป่า และราคาไม่แพงกว่าไม้เมืองไทยทั่วไปอีกแล้ว แถมยังมีความสะอาดของผิวน่าสนใจดี จึงอยากจะลองเอามาใช้บ้างครับ
ก็เลยมีข้อคิดสักนิดบอกเหล่าวิศวกรและสถาปนิที่จะใช้ไม้นี้ เป็นส่วนของโครงสร้าง หรือส่วนกึ่งโครงสร้าง (เช่นเป็นพื้น หรือว่าเป็นผนัง หรือว่าเป็นโครงเคร่า หรือโครงหลังคา) ว่า ไม่ฝรั่งตาน้ำข้าวนี้เป็นไม้โตเร็ว ความแข็งแรงจะน้อยกว่าไม้ไทยแท้ ดังนั้นเมื่อจะใช้ จะต้องเป็นตาราง "ขนาดไม้" ให้ดีๆครับ และใช้ตามนั้น อย่าเคยชินกับขนาดไม้ไทยแลนด์ทั่วไปครับ อย่างเช่นตงตัวหนึ่งเป็นไม้ไทย อาจจะใช้ขนาด 1.5"x5" ก็อาจจะต้องใช้เป็นขนาด 2"x6" แทนเป็นต้นครับ
มีกระสือคนหนึ่งกระซิบข้างหูอีกว่า... ไม้สนที่ดี ต้องเป็นไม้สน "โตช้า" นะครับ
.
.
.
27 พ.ค. 2547 โครงการ "Architect Trainee" ก่อนเป็นสถาปนิกจริง ท่าจะเอาจริงครับ
ข่าวเล็กๆแต่มั่นคงจากวงการสภาสถาปนิก และสมาคมสถาปนิกสยามฯ บอกมาว่า โครงการ ๓ ประสานคือ
... ๑. สถาบันการศึกษา ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต รับรองการเป็นบัณฑิต
... ๒ สมาคมวิชาชีพ ฝึกปรือการเปลี่ยนวิชาการให้เป็นวิชาชีพ
... ๓. สภาสถาปนิก ทำหน้าที่รับรองการเป็นนักวิชาชีพ และดูแลการประกอบอาชีพ

ทำให้ในอนาคตอันไม่ไกลนัก การจะเป็นสถาปนิกลงทะเบียนระดับภาคีสถาปนิก จะต้องมีประสบการณ์ก่อนจึงจะมีสิทธิเข้าทดสอบความรอบรู้ได้ ....แต่หลักการและวิธีการจะเป็นอย่างไร คงจะต้องมีการประชุม การพิจารณา และการระดมสมองกันต่อไปอีกพักหนึ่ง ตอนนี้ก็ติดตามข่าวสารกันไปก่อนนะครับ
ปล. เมื่อไรจะมีการทดสอบความรอบรู้ของวุฒิสถาปนิกซะทีหนอ ...มีศักดิ์ อย่าขาด ความรู้
.
.
.
27 พ.ค. 2547 ที่ดินห่างไกลราคาถูกลง ที่ดินกลางใจเมืองราคาสูงขึ้น...
ตอนนี้ข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์บอกมาว่า ราคาซื้อขายที่ดินตอนนี้เริ่มแปลกๆครับ ที่ดินที่จะขายได้ราคา มักจะอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง ส่วนที่ดินที่อยู่ห่างไกล แม้จะเป็นที่ดินที่มีอนาคตที่ดีก็ไม่ค่อยมีคนสนใจ และราคาก็ต่ำลงกว่าที่เคยเป็น ซึ่งแตกต่างกับเมื่อ ๑๐-๓๐ ปีทื่แล้วครับ
กระจิบนักวิเคราะห์ข่าวบอกว่า เพราะตอนนี้ผู้ลงทุนต้องการ "กินสั้น ลงทุนสั้น" กันมากกว่าที่จะซื้ออนาคตการลงทุนที่ยาวๆครับ นโยบายเรื่องการสะสมที่ดินเพื่อการลงทุนในอนาคต (Land Bank) นันไม่เป็นที่นิยมกันแล้ว เพราะว่าเข็ดจากการฟองสบู่แตกเมื่อคราวที่แล้ว ที่นักสะสม Land Bank ย่ำแย่หงายหลังไปตามๆกัน
ข่าวนี้ใครตีความออก ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็บอกกันด้วยนะครับ
.
yy
29 พ.ค. 2547 <b>ในโอกาสที่ สมาคมสถาปนิกส
29 พ.ค. 2547 ในโอกาสที่ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของ สถาปนิกมีอายุครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้งสมาคม ในปี 2547
ทางสมาคมได้จัดการประกาศเกียรติคุณสถาปนิกดีเด่นขึ้น เป็นครั้งที่ 2 โดยใช้หลักเกณฑ์การตัดสิน 4 ประการคือ

1. เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และต่อเนื่องในอาชีพ 2. เป็นบุคคลที่ทำ ประโยชน์รับใช้ประเทศชาติและสังคมอย่างต่อเนื่อง 3. เป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อวงการวิชาชีพ และสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 4. เป็นบุคคลที่ดำรงตนอยู่ในความสุจริตและคุณธรรม

กลุ่มที่น่าสนใจในแวดวงของคอลัมน์นี้คือ.....

สถาปนิกดีเด่นด้านงานราชการและหน่วยงานรัฐ จำนวน 4 ราย ได้แก่
1. นายสันทัด สมชีวิตา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์
2. นายปรีดิ์ บุรณศิริ อดีตผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ
3. นาวาเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดี กรมศิลปากร
4. นายบุญญวัฒน์ ทิพทัส อดีตผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมจราจร กทม.

สถาปนิกดีเด่นด้านวิชาการ 6 คนคือ
1. ศ.กิตติคุณ ม.ร.ว.แน่งน้อย ศักดิ์ศรี
2. รศ.วิวัฒน์ เตมีย์พันธ์
3. ศ.อรศิริ ปาณินท์
4. ศ.เรืองศักดิ์ กันตะบุตร
5. นายสัญชัย หมายมั่น (ถึงแก่กรรมแล้ว)
6. นายวทัญญู ณ ถลาง

สถาปนิกดีเด่นด้านวิชาชีพ 9 คน คือ
1. นายนิธิ สถาปิตานนท์
2. นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
3. นายพงศ์พันธ์ พิศาลสารกิจ (ถึงแก่กรรมแล้ว)
4. นายเมธา บุนนาค
5. นายกฤษฎา โรจนกร
6. นายจุลทัศน์ กิตติบุตร
7. นายเสริญ วิเทศพงศ์
8. นายโรเบิร์ต จี บุย
9. นายอัชชพล ดุสิตนานนท์

สถาปนิกดีเด่นที่ประสบความสำเร็จในวิชาที่เป็นประโยชน์ ต่อ สังคมและวัฒนธรรม 4 คน คือ
1. นายขวัญสรวง อติโพธิ์
2. ร.ต.ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์
3. นางสาวสมสุข บุญญบัญชา
4. นางรตยา จันทร์เฑียร

บุคคลดีเด่นที่มีคุณูปการต่อวิชาชีพสถาปัตยกรรม 4 คน คือ
1. นายอรุณ ชัยเสรี (Engineer)
2. นางอินทิรา ศตสุข
3. รศ.เดชา บุญคำ
4. รศ.เสนอ นิลเดช

สถาปนิกรุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น 7 คน คือ
1. นางสาวกรรณิการ์ รัตนปรีดากุล
2. นายชาตรี ลดาลลิตสกุล
3. นายโยธิน ว่องวานิช
4. นางสาวจิรากร ประสงค์กิจ
5. นายพรชัย บุญสม
6. นายวิทวัช เจริญพงศ์
7. นางสาวปัทมา หรุ่นรักษ์วิทย์
ปล. ลอกจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มาเล่าสู่กันฟังครับผม
.
.
.
31 พ.ค. 2547 E-PLUS จะใช้กับเครื่องจักรงานก่อสร้างได้หรือไม่หนอ
ตอนนี้หากใครติดตามข่าวสารก็คงจะทราบถึงอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ติดตั้งเข้าที่รถยนตร์ของท่าน แล้ว "เขาว่า" จะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงไปได้ 10% - 20% เลยทีเดียวนั้น จึงมีคำถามจากคนก่อสร้างขึ้นมาว่า เครื่องจักรทั้งหลายที่เราใช้ในการก่อสร้าง ช่างกินน้ำมันมากหลาย หากเราติด อี-พลัส เข้าไปแล้ว จะช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงขึ้นบ้างหรือไม่....
เมื่อคืนวานนี้ได้มีโอกาสคุยกับนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมของเมืองไทยท่านหนึ่ง แล้วก็ถามคำถามนี้ ท่านบอกว่า..... ไม่ได้ดอก ...ไม่ได้ดอก เพราะว่ายังต้องมีการทดสอบและทดลองอีกมากหลาย ต้องดูผลตามมาว่าเครื่องจักรของเราจะ "พัง" หรือเปล่า ต้องดูที่ผลข้างเคียงและผลต่อเนื่องด้วย ตอนนี้ขอให้ใช้แบบเดิมไปก่อน อย่าเสี่ยง อย่าเสี่ยง เป็นอันขาดครับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบแบบมัวๆซัวๆแบบนี้แหละครับ
.
.
.
1 มิ.ย. 2547 นายกทักษินบอกว่าเทศกิจรีดไถ แต่ปลัด กทม.บอกว่าไม่มีการรีดไถใดๆ
เป็นข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งที่หลายท่านอาจจะมองผ่านไป แต่เป็นปัญหาหรือข่าวที่น่าสนใจมากข่าวหนึ่งสำหรับคนที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งกรุงเทพมหานคร และตามท้องถิ่นทั่วประเทศครับ
เพราะว่าหลังจากท่านนายกทักษินได้พบเจอะกับกลุ่มผู้ขับรถแท๊กซี่ (และช่วยจ่ายเงินค่าปรับให้ Taxi ที่ทำผิดกฎจราจร และโดนใบสั่งจากตำรวจไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท) ท่านก็ได้ออกมาบอกอีกครั้งว่า ได้ข่าวมาว่าเหล่า "เทศกิจ" ของกรุงเทพมหานคร นั้นเป็นขบวนการรีดไถ ทั้งพ่อค้า แม่ค้า ร้านรวง และกลุ่มงานก่อสร้าง ทั่ว กทม. ....ท่านบอกว่า ให้เลิกพฤติกรรมเหล่านั้นเสีย ไม่ยังงั้นต้องเจอดีกับนายกไทยแน่นอน
หลังจากนั้นหนึ่งวัน ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร คุณหญิงณฐนันท์ ก็ออกมาประกาศก้องว่า เทศกิจ ของกรุงเทพมหานครของท่านนั้น ไม่มีการรีดไถ ใดๆทั้งสิ้น ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะได้ข่าวผิด หรือเข้าใจผิดก็ได้ และหากใครมีหลักฐานใดๆ ก็ขอให้ช่วยเอามาบอกได้เลย
งานนี้เชียร์ท่านทักษินเต็มที่ แม้จะเบื่อๆเรื่อง Liverpool ก็ตามครับ
.
yy
3 มิ.ย. 2547 <b>อเมริกันไม่ใช่พ่อ.... วา
3 มิ.ย. 2547 อเมริกันไม่ใช่พ่อ.... วาทะผู้ว่า ร.ฟ.ม. ถึง ดร.วรศักดิ์ และวิศวกรรมสถานฯ

มีข่าวๆหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นข่าวต่อเนื่องเรื่อง "ความปลอดภัยของรถไฟฟ้าใต้ดิน กทม." ต่อเนื่องจากตอนที่มีการทดลองใช้รถไฟฟ้าเมื่อสงกราณที่ผ่านมา และมีสัญญาอันตรายในการใช้รถไฟฟ้าเกิดขึ้น ซึ่งนักวิชาการผู้รักประชาชนหลายท่าน ได้พยายามหาเหตุผลและข้อเสนอแนะ (ตามที่ ร.ฟ.ม. เคยบอกมาว่า ต้องการให้ทดลอง และขอข้อเสนอแนะ) และตอนนี้ก็มีนักวิชาการผู้สามารถและรักประชาชน ๒ ท่านได้ออกมาพูดเรื่องความปลอดภัย...

ดร. วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย (วิศวกรดีเด่น และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ.ไอ.ที และ คุณพิชญะ จันทรานุวัฒน์ (ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยด้านอัคคียภัย วิศวกรรมสถานฯ) ได้ออกมาให้ความเห็นว่า ความปลอดภัยนั้นน่าจะต้องมีมาตรฐาน โดยทั่วโลกตอนนี้ใช้มาตรฐาน NFPA 103 (National Fire Protection Association ซึ่งเป็นมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกาและอเมริกาเหนือ) กันอยู่ ซึ่งน่าจะเอามาตรฐานเหล่านี้เป็นหลัก หากจะมีการปรับเปลี่ยนก็สามารถทำได้ตามสภาวะของสังคมและสถานะการการก่อสร้างของแต่ละแห่ง เพราะการทำงานที่เกี่ยวกับประชาชนที่ไปรวมกันใต้ดินทีละหลายพันหลายหมื่นคนนั้น น่าจะต้องมีมาตรฐานของบุคคลที่ ๓ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากไม่มีการเตรียมการตรวจสอบหรือมาตรฐานเอาไว้ เกิดอะไรขึ้นก็จะเป็นการสูญเสียชีวิตของประชาชนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่.... ท่านผู้ว่า รฟม.เลยออกข่าวโต้ว่า "ไทยไม่ได้เป็นอาณานิคม อเมริกัน"...

นักวิชาการกังขามาตรฐานความปลอดภัยรถไฟฟ้าใต้ดิน อ้างไม่ใช้ระบบป้องกันอัคคีภัยของสหรัฐทั้งที่เป็นระบบสากลได้รับการยอมรับทั่วโลก วิศวกรรมสถานฯเผยอาคารที่อยู่ใต้ดินมีความเป็นอันตรายพิเศษ การตรวจสอบโดยบุคคลที่สามเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ว่าการ รฟม.โต้ไทยไม่ได้เป็นอาณานิคม ชี้ฮ่องกงไม่ได้ใช้"เอ็นเอฟพีเอ"



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทางด้านการป้องกันอุบัติภัยแสดงความเป็นห่วงต่อระบบการป้องกันอุบัติภัยของรถไฟฟ้าใต้ดินโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ที่กำลังจะเปิดใช้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากในการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา หน่วยงานที่ตรวจรับรองความปลอดภัยของภาครัฐนั้นยังไม่มีความชัดเจนในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้โดยสารระหว่างเกิดอุบัติเหตุขึ้นในระหว่างการเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งอยู่ในอุโมงค์ลึกจากพื้นที่ดินให้ปลอดภัยสูงสุด

นักข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ(กปอ.) ซึ่งมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 29 คนเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นำเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาในการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันอุบัติภัยในอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน

ตัวแทนของ รฟม. และบีเอ็มซีแอล อธิบายถึงการจัดเตรียมในด้านรักษาความปลอดภัย โดยบีเอ็มซีแอลอ้างมีแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน 3 แผน คือ 1.แผนการเดินรถในสภาวะฉุกเฉิน(Emergency Preparedness) 2.ระบบการควบคุมการบังคับบัญชาและการติดต่อสื่อสาร 3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรถในสภาวะฉุกเฉิน กรรมการบางคนเสนอแนะให้ว่าถ้าหากจะเป็นให้มีการใช้รถไฟฟ้าใต้ดินควรจะใช้มาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือเอ็นเอฟพีเอ(NFPA-National Fire Protection Association) ทั้งนี้น่าจะเชิญเอ็นเอฟพีเอมาเป็นผู้รับรอง และเสนอให้ กปอ.ดูแลด้วย

ในการประชุมดังกล่าว นายจาตุรนต์ตั้งข้อสังเกตว่าควรมีหน่วยงานที่ตรวจรับรองระบบความปลอดภัยตามกฎหมายที่เป็นหน่วยงานของรัฐ โดยเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก เพราะขณะนี้หน่วยงานของรัฐที่เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจรับรองความปลอดภัยยังขาดความชัดเจน

ต่อมา รฟม.เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน เมื่อวันที่ 15 เมษายน และเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทางบีเอ็มซีแอล และ รฟม.อ้างว่าควันไฟที่พวยพุ่งจากภายในอุโมงค์จนทำให้ประชาชนที่ใช้บริการตกใจวิ่งหนีกันอลหม่าน มีสาเหตุมาจากระบบห้ามล้อช่วย(Parking Break) ของรถไฟฟ้าขัดข้อง

หลังจากเกิดข้อขัดข้องขึ้นแล้ว รฟม.อ้างว่าศูนย์ควมคุมกลาง(Operation Control Center) ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้เตรียมการและผ่านการซักซ้อม โดยการนำขบวนรถไฟฟ้าดังกล่าวกลับเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง และจัดขบวนสำรองออกมาขนส่งผู้ทดลองโดยสารแทน ใช้เวลาดำเนินการแก้ไขประมาณ 1 ชั่วโมง ระบบการเดินรถจึงกลับเข้าสู่แผนการเดินรถปกติ ส่วนสาเหตุที่แท้จริง รฟม.และบีเอ็มซีแอลกำลังสอบสวน แต่มีความมั่นใจว่าเป็นข้อขัดข้องที่สามารถแก้ไขได้ และยังคงเป็นระบบรถไฟฟ้าที่มั่นใจได้ในความปลอดภัย

นายวรศักดิ์ กนกนุกูลชัย คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย(เอไอที) ให้ความเห็นต่อการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติภัย โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินว่า โดยความเป็นจริง การออกแบบควรจะเป็นไปตามมาตรฐานของเอ็นเอฟพีเอ ส่วนจะมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่โครงสร้างนั้นคงไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของระบบที่ยังไม่พร้อม ต้องทดสอบ และมีปัญหาเรื่องการเบรกที่เกิดกลุ่มควันขึ้นมา

"ผมคิดว่าไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาเรื่องระบบไม่ได้มาตรฐาน เพราะต้องมีระบบอยู่แล้วในการอพยพคนเมื่อเกิดเหตุขึ้น เวลาใช้งานจริงต้องมีหน่วยงานที่มีขั้นตอนว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจะต้องปิดที่ไหนเปิดที่ไหน จะประกาศให้คนออกไปทางไหน ตรงนี้ต้องมีหมด และจะต้องซ้อมด้วย" นายวรศักดิ์กล่าว

นายวรศักดิ์กล่าวว่า การจะมีมาตรฐานเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นคนละบ้านเมืองกัน อย่างไรก็ตาม ในการเตรียมการต้องเตรียมตั้งแต่การออกแบบในเรื่องการป้องกันอัคคีภัย คือการออกแบบสถานีให้มีทางหนีทางออกให้พร้อม ต้องคำนวนให้พร้อม ไม่ใช่แค่ระยะทาง ต้องดูความกว้างของทางออกด้วย ว่าสามารถระบายคนออกได้มากน้อยแค่ไหน ยังต้องคำนวณว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่ง คนต้องออกไปถึงข้างนอกภายในกี่นาทีตามมาตรฐานมีบอกไว้ชัดเจน และเวลาออกแบบต้องพิสูจน์ว่าเป็นไปได้จริง แต่ละเมืองอาจไม่เหมือนกัน ที่เอ็นเอฟพีเอกำหนดไว้ว่าระยะทางเท่าไร ต้องดูความกว้างของทางออกด้วย

นายวรศักดิ์กล่าวว่า การเข้ามาตรวจของเอ็นเอฟพีเอ ถ้าตรวจได้ก็ดี แต่ต้องมีมาตรฐานในการตรวจสอบ ไทยออกแบบตามมาตรฐานของไทยเอง เวลามาตรวจต้องตรวจตามมาตรฐานของไทย จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นเอ็นเอฟพีเอ อาจเป็นวิศวกร เอาองค์กรอิสระของวิศวกรรมสถานของประเทศไทยมาตรวจสอบก็ได้

นายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยด้านอัคคีภัย สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรฐานของเอ็นเอฟพีเอ 103 โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมการป้องกันอุบัติภัยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วโลก อาคารที่อยู่ใต้ดินมีความเป็นอันตรายพิเศษบางอย่างอยู่

"ผมคิดว่ามันมีความสำคัญมาก เพราะพี่น้องลูกหลานเราคงไปอยู่ข้างล่างกันเยอะ เป็นหลายๆ พันคน การตรวจสอบโดยบุคคลที่สามเป็นสิ่งจำเป็น ตอนนี้ในระบบสัมปทานที่เราจ้างผู้รับเหมาดำเนินการ เราใช้มาตรฐานเอ็นเอฟพีเอ แต่การตรวจจริงๆ มักจะเลี่ยงกันอยู่เรื่อยก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ความคิดเห็นผมว่าเอ็นเอฟพีเอไม่ได้เข้มงวดมากมายอะไร ยืดหยุ่นได้อยู่ ตอนนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็คงแก้ยากแล้ว แต่ถ้ารู้ว่าผิดพลาดตรงไหนจะได้แก้และปรับปรุงไป ในประเทศไทยก็ใช้มาตรฐานเอ็นเอฟพีเอเกือบทั้งหมด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องป้องกันอัคคีภัย แม้ว่ากฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำ แต่วิศวกรมักจะอ้างอิงเอ็นเอฟพีเอ"

แหล่งข่าวระดับสูงทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า เรื่องความปลอดภัยของชีวิตเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งในโครงการขนาดใหญ่ๆ หลายๆ โครงการต้องผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่มือความเชื่อถือระดับโลกที่สากลยอมรับ คือระบบมาตรฐานความปลอดภัยเอ็นเอฟพีเอเป็นสิ่งที่ทั่วโลกยอมรับ ไม่ใช่เฉพาะรถไฟใต้ดิน แต่ครอบคลุมทุกเรื่องทั้งบ้าน ตึก อาคาร หากอ้างว่าทุกอย่างทำตามเอ็นเอฟพีเอ 130 มีคำถามต่อว่า แล้วใครมารับรองรับรองได้อย่างไร ต้องเอาเอ็นเอฟพีเอ 103 มารับรอง

"คุณยืมสมองเขาแล้วไม่เอาเจ้าของสมองมาช่วยดูว่าถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งมันผิดปกติ แต่กลับอ้างว่าเอาโน่นเอานี่มารับรอง ซึ่งมันคนละเรื่อง ที่รับรองเป็นการรับรองอุโมงค์ว่าปลอดภัย ไม่ใช่รับรองความปลอดภัย ความปลอดภัยนี้เป็นคนละสาขากัน เช่น เกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือดับเพลิง ติดตั้งท่อฉีดน้ำ ระบบดับเพลิง หัวดับเพลิงที่สามารถประสานกับหน่วยราชการอื่นๆ ได้ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับระบบเยอะมาก เขาพยายามโมเมว่าตรวจแล้ว" แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวระบุว่า ทาง รฟม.อ้างมีใบรับรองในเรื่องของความปลอดภัย จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะตามหลักการชัดเจนว่าระหว่างการก่อสร้างและทดลองใช้ ให้ปฏิบัติตามพื้นฐานขั้นต่ำของเอ็นเอฟพีเอ มีการประชุมอ้างอิงถึงการตรวจสอบและทดสอบปฏิบัติ จัดหาอุปกรณ์พิเศษ ตั้งเป็นสถานีย่อยของ รฟม. โดยเฉพาะจุดที่เป็นหลักทุกอย่างมีไว้ให้หมด หลักสูตรการฝึกอบรมรักษาความปลอดภัยสามารถทำได้ในประเทศไทยโดยไม่ต้องส่งคนไปอบรมต่างประเทศ นอกจากความจำเป็นสำหรับครูฝึกบางประเภทเท่านั้น

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ในต่างประเทศ ทั้งในฮ่องกง สิงคโปร์ และอเมริกา หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเป็นคนรับรองระบบ เช่น ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐ จะมีหน่วยงานที่เหมือนกับ รฟม. ที่จะเป็นคนรับรองระบบ ตรวจสอบตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง การเตรียมความพร้อมเรื่องการเดินรถ และจะออกหนังสือรับรองว่าตรวจสอบแล้ว เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการแรก เราจึงให้วิศวกรอิสระเข้ามาตรวจสอบ แต่โครงการต่อไปเราจะตรวจสอบและรับรองเอง

"ไม่ต้องเอาเอ็นเอฟพีเอมาตรวจ ไม่ต้องใช้ไม่จำเป็น ประเทศไทยเราไม่ได้เป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา ที่ฮ่องกงก็ไม่ได้ใช้ของเอ็นเอฟพีเอ ไม่ต้องเอาองค์กรมารับรองคนให้ข่าวไม่รู้เรื่อง ขอถามว่าต้องเอ็นเอฟพีเอด้วยหรือ ใช้ของประเทศญี่ปุ่นก็ได้ เมื่อเราสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินไปสักพักก็จะสร้างมาตรฐานของเราเอง ส่วนเรื่องการสร้างห้องสุขาที่สถานีเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชน เรื่องการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นเรื่องของประเทศไทย เอ็นเอฟพีเอมีอำนาจอยู่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น การเปิดให้ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินถ้าไม่ 100% ไม่เปิดอยู่แล้ว และก็ไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่ระดับสูงสั่งมา อยู่ที่ต้องปลอดภัย อย่างไรก็ดี ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าเอ็นเอฟพีเอ 130 มันคืออะไร" นายประภัสร์กล่าว

เอาละครับ ก็มาถึงนี่แล้ว ...ใครอยากพูดอะไรก็เชิญครับ
.
yy
7 มิ.ย. 2547 <b>น้ำ มั น ขึ้ น ร า ค า แ
7 มิ.ย. 2547 น้ำ มั น ขึ้ น ร า ค า แ น่
ความจจิงไม่เห็นต้องมาเล่าสู่กันฟังแถวๆนี้ก็ได้นะครับว่า "น้ำมันขึ้นราคาแน่นอน" และก็จะต้องกระทบต่อระบบ "ราคาฎ ทั้งหลายแน่นอนอีกเหมือนกัน ....แต่ที่ยังไม่ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวกันตอนนี้ กระจิบข่าวคนหนึ่งกระซิบบอกมาว่า กำลังอยู่ใมนระยะเวลาตัดสินใจว่า จะ... "อุ้ม หรือว่า ลอยตัว" กันอยู่ครับ
ถ้าเป็นการ "อุ้ม" ก็หมายความว่าน้ำมันจะค่อยๆๆๆขึ้นราคาไปเรื่อยๆ จะหยุดเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที เพราะว่าจะต้องตรวจสอบปฎิกริยาต่างๆของ "มวลชน" ว่ารู้สึกและมีเสียงโต้อตอบ ตอบโต้อย่างไรบ้าง อาจจะขึ้นทีละ ๑ บาท หรืออาจจะขึ้นครั้งแรก ๑.๔๐ บาทก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยๆขึ้นทีละ ๑ บาทก็ได้ครับ
แต่หากตัดสินใจที่จะปล่อย "ลอยตัว" ก็จะขึ้นพรวดทีเดียวเกือบ ๔ บาทไปเลยครับ เนื่องจากตอนนี้คงไม่ไหวแล้ว เพราะกองทุนน้ำมันที่เอาไปอุ้มราคาน้ำมันอยู่นั้น หมดเงินไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วครับ เกินกว่าที่คาดหมายไว้แล้วครับผม
.
.
.
7 มิ.ย. 2547 คอนโดหรูราคาแพง ชักจะ "ขายฝืด" แล้วละครับท่าน
ความจริงก็ไม่เห็นน่าจะเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นประการใด เพราะเป็นที่คาดหมายมาตั้งนานแล้วว่าเรื่องแบบนี้ จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน จะเมื่อไร จะเร็วจะช้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ....แต่คราวนี้น่าจะถึงเวลาจริงๆแล้วก็ได้ครับ....... เพราะ
น.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการบริหาร บริษัท ซีบี ริชาร์ดเอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้มีทิศทางชะลอตัว เนื่องจากมีโครงการใหม่จำนวนมาก ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อนานขึ้น และคาดว่ายังไม่มีการขึ้นราคา แม้วัสดุก่อสร้างจะมีราคาแพงขึ้น
ทั้งนี้ไตรมาสแรกของปีนี้มีโครงการคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางกรุงเทพฯ กว่า 11,000 ยูนิต จาก 75 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่กำลังก่อสร้าง 59 โครงการ 8,525 ยูนิต อีก 16 โครงการ หรือ 2,700 ยูนิต ยังไม่เริ่มการก่อสร้าง

สาวสวยมือทอง ที่รู้จักกันมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว กล่าวเสริมอีกว่า..... "ที่ผ่านมามีนักลงทุนต่างชาติสนใจซื้อคอนโดมิเนียมใน กทม. เป็นจำนวนมาก เพื่อปล่อยเช่าหรือเพื่ออยู่อาศัยในอนาคต โดยเน้นระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาท และหวังผลตอบแทนในสัดส่วน 5-7% เชื่อว่าตลาดเก็งกำไรในระยะสั้นจะยังคงไม่มากนักสำหรับตลาดระดับบน ส่วนใหญ่เน้นการเก็งกำไรราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท เป็นหลัก"
อ่านแล้วบางคนคงยิ้มด้วยความสะใจ แต่บางท่านอาจจะใจหายนิดๆอยู่ก็ได้นะครับ
.
.
.
8 มิ.ย. 2547 จี น บุ ก ต ล า ด ก่ อ ส ร้ า ง ร ะ ดั บ โ ล ก แ ล้ ว ค รั บ ท่ า น
สิ่งที่หลายท่านคาดหมาย กำลังเป็นความจริงขึ้นมาอย่างรวดเร็วมากครับ เพราะตอนนี้ "จีน" ได้เรียนรู้วิธีกรรมและวิธีการก่อสร้างใหม่ๆของโลกมามากเพียงพอจากโครงการก่อสร้างในเมืองจีนเอง และก็เริ่มก้าวออกสู่ตลาดโลกแล้วครับ.....
เมื่อเร็วๆ นี้ ฟาร์อีสเทิร์น อีโคโนมิค รีวิว นิตยสารชื่อดังแดนมะกัน รายงานว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างจากญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มมีอาการหนาวๆ ร้อนๆ เนื่องจากเกิดกระแสมังกรข้ามถิ่นมาแย่งหม้อข้าวใบโตในประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ระดับโลก

สืบเนื่องจากอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เฟื่องฟูในแดนมังกรมานานนับ 20 ปี ทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างจีนในวันนี้ สยายปีกธุรกิจออกนอกประเทศ พร้อมคว้าสัญญาโครงการก่อสร้างในต่างแดน ทั้งประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐฯ ด้วย
ดังเช่น เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว บริษัทไชน่า คอนสตรักชั่น อเมริกา (ซีซีเอ) ซึ่งเป็นสาขาในสหรัฐฯ ของไชน่า สเตท คอนสตรักชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ป วิสาหกิจรัฐ ก็ได้คว้าโครงการก่อสร้างโรงแรมแมริออท คอร์ทยาร์ด ขนาด 220 ห้อง ในเขตฮาร์เลมของมหานครนิวยอร์ก มูลค่า 190 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้นครับ
การจัดอันดับบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่รับเหมาในต่างแดนประจำปี 2002 ของเอ็นจิเนียริ่ง นิวส์ เรคอร์ด ระบุว่า ในจำนวนบริษัทระหว่างประเทศ 225 อันดับแรก มี 43 บริษัทที่มาจากแดนมังกร ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 39 รายในปี 2001
มาเริ่มเรียนภาษาจีนกันดีไม๊ครับท่านสถาปนิก-วิศวกร
.
.
.
10 มิ.ย. 2547 ก ร ะ ท ร ว ง ก่ อ ส ร้ า ง ..... ถึ ง เ ว ล า แ ล้ ว ห รื อ ยั ง
วันนี้สมาคมคอนกรีตจัดสัมมนาเรื่อง "กระทรวงก่อสร้าง ถึงแวลาหรือยัง" ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่น มีผู้เข้าร่วมฟังสองร้อยกว่าคน โดยผู้ที่นั่งประจันหน้ากับผู้ฟังอยู่ ๖ คนคือ.....

๑. ดร.ประเสริษฐ ภัทรมัย นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษา
๒. รศ.ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานฯ
๓. ดร.พิชัย นิมิตรยงสกุล นายกสมาคมคอนกรีตไทย
๔. คุณสมยศสมวิวัฒน์ชัย อดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมคอนกรีตฯ
๕. คุณอังสุรัสมิ์ อารีกุล กรรมการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ
๖. นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ ...มาทำไมก็ไม่รู้

คุยกันอยู่ประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมงครับ สาระรายละเอียดน่าจะหาอ่านได้ตามหนังสือพิมพ์ทั่วไป มีสิ่งต่างๆที่เป็นข้อมูลทางลึกพร้อมการีวิเคราะห์มากมาย (เช่นถ้ามีกระทรวงก่อสร้างแล้วจะทำให้ "ฮั้ว" น้อยลงหรือเปล่า หรือจะทำให้ตึกพังน้อยลงไปไม๊ หรือว่าจำทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อะไร เป็นต้น) แต่... สรุปความ "สุดท้าย" ได้ดังนี้ครับ.....
วงการก่อสร้างของไทยเรามีปัญหาทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ปัญหาภายในนั้นเกิดจากการไม่ทำหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่มีประสิทธิภาพและสอดประสานกัน ส่วนภัยจากภายนอกนั้นคือเรื่องของการเปิดการค้าเสรีและข้อตกลง เอฟ.ที.เอ.
การแก้ปัญหาจะต้องมีการ "กำหนดยุทธศาสตร์" ที่ให้ทุกหน่วยงานและเอกชนเดินในแนวทางเดียวกันอย่างมีระบบ และมีสมอง มิใช่ต่างคนต่างเดิน หรือเดินกันคนละทาง หรือเดินบ้างนอนบ้างนั่งบ้าง.....
จึงเห็นว่าน่าจะมี.........

คณะกรรมการนโยบายการก่อสร้างไทย และ
สำนักงานนโยบายการก่อสร้างไทย หรือ
กระทรวงการก่อสร้างไทย
ข่าวคืบหน้าหรือสะเก็ดข่าวเพิ่มเติมประการใด จะเอามาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ
.
.
.
12 มิ.ย. 2547 ความเจริญของคนเมือง แสดงกันที่ "ความเงียบ" มิใช่สิ่งก่อสร้าง
เมื่อวานนี้ได้คุยกับสถาปนิกท่านหนึ่งที่ "มีความลุ่มลึก" มีความสามารถ และเป็นสถาปนิกที่เดินทางทั่วโลกมาแล้วหลายเมือง ถามท่านไปว่า เมืองที่ท่านไปทั้งหลายนั้น มีเมืองไหนที่ท่านคิดว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด หรือเป็นเมืองที่ท่านมีความประทับใจในความรุ่งเรือง
ท่านตอบมาว่า ".....การวัดว่าเมืองไหนมีความเจริญ ต้องค่อยๆเดินและอยู่ในเมืองนั้น เมืองที่เจริญนั้นจะมี "ความเงียบที่มีมารยาท" แม้จะมีคนอยู่มากมาย แต่ทุกคนก็เกรงใจซึ่งกันและกัน มีวัฒนธรรมแห่งการอยู่ร่วม เมืองหลายๆเมืองที่คนทั้งหลายมองว่าเป็นเมืองที่ไม่เจริญ ถ้าสังเกตุดูจะมีเสียงดังโหวกเหวกไม่เกรงใจดังลั่น ไม่ว่าจะเป็นเสียงแตรรถยนตร์ เสียงเพลงผ่านลำโพง เสียงตะโกนทักทายหรือด่ากัน เสียงเครื่องจักรเครื่องยนตร์ ฯลฯ ..... ดังนัน ความเงียบ จึงเป็นสิ่งที่บอกความเจริญของเมือง....."
เชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ครับ แต่เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่ารับฟังครับ
.
.
.
14 มิ.ย. 2547 F i n g e r P r i n t ต ร วจ จั บ อ า จ า ร ย์ส ถ า ปั ต ย์ จ อม ขี้ เ กี ย จ
มีกระจิบข่าวยักษ์ท่านหนึ่ง กระซิบบอกผมเมื่อวานนี้ว่า มีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ที่คณบดีท่านรู้สึกว่าอาจารย์ของท่านนั้นหลายคนขี้เกียจและขี้โกง ไม่ค่อยยอมมาทำงานตามเวลาราชการ พอจะให้เซ็นต์ชื่อก็เซ็นต์ย้อนหลังหรือไม่ก็เซ็นต์แทนกัน พอให้มีการตอกบัตรก็ตอกแทนกันอีก ดังนั้นท่านก็เลยเอาเครื่องตรวจลายนิ้วมือมาแทนการลงเวลา เพื่อไม่ให้อาจารย์คนไหนที่มีกลโกงเต็มหัวใจ จะได้โกงไม่ได้
ท่านมหากระจิบข่าวบอกผมว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าตกใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวินัยของอาจารย์ที่เป็นเช่นนี้ หรืออาจจะเป็นเรื่องของความเป็นโรคจิตของผู้ใหญ่บางคนก็ได้..... ท่านบอกว่า หากสถาบันการศึกษาระดับมันสมองของชาติยังต้องใช้วิธีการกันเช่นนี้ นักเรียนจะมีบรรยากาศเป็นอย่างไรหนอ
.
.
.
15 มิ.ย. 2547 ฟองสบู่เอย.... ท่าทางเจ้าจะมาจริงๆแล้วหนอ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีรุ่นน้องคนหนึ่งมาคุยเรื่องมีคนติดต่อให้ออกแบบงานลงทุนอสังหาริมทรัพย์โครงการหนึ่ง เขาบอกว่าเจ้าของโครงการไม่เคยทำงานอสังหาฯมาก่อน แต่เป็นตัวแทนจำหน่ยรถหรูราคาแพงมาก (ขออนุญาตไม่เอ่ยนายยี่ห้อรถ) และตอนนี้ลูกจ้างของเขาไม่มีอะไรจะทำแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ทำงานเกี่ยวกับการขาย
เขาบอกว่าลูกค้าของเขานั้น ขายรถหรูยี่ห้อแพงมากนั้นหมดไปแล้ว และหมดไปจนถึงสิ้นปี ๒๕๔๗ แล้วด้วย ไม่มีอะไรจะขายแล้ว เพราะคนมาจองหมดๆๆๆๆ ก็เลยคิดว่าจะให้ลูกน้องมาขายโครงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์แทน ...ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ครับ
คนไทยยุคนี้ ร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ จริงๆเลยนะครับ
.
.
.
16 มิ.ย. 2547 งานสถาปนิกประจำปี Hot Hot Hot จริงๆครับ
มีกระจิบข่าวบอกมาว่า งานสถาปนิกปีหน้าและปีโน้น (สถาปนิก ๔๘ และ ๔๙) ผู้จัดงานสถาปนิกได้ตกลงจะมอบรายได้ให้สมาคมเป็นเงินปีละ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (อ่านว่า... สามสิบล้านบาท ครับ) ซึ่งนับว่าเป็นเงินมากมายมหาศาลทีเดียว
จะเอาเงินเยอะแยะนี้ไปทำอะไรดีหนอ
.
.
.
17 มิ.ย. 2547 จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ถึงแก่อสัญกรรม
จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลายครั้ง เช่น เรียกร้องประชาธิปไตยในยุค 14 ตุลาคม 2516 และเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยวัย 93 ปี
ในปี 2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร ได้ทำรัฐประหารรัฐบาลของตนเอง และได้จัดตั้งสภาบริหารคณะปฏิวัติขึ้น จนกระทั่งมีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2515 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามธรรรมนูญการปกครองดังกล่าวได้มีมติให้จอมพล ถนอม กิตติขจร เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป
จอมพล ถนอม กิตติขจร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ 14 ตุลาคม 2516 อันเนื่องมาจากเหตุการณ์เรียกร้องรัฐธรรมนูญของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และเกิดเหตุการณ์ไม่สงบเรียบร้อยขึ้นภายในประเทศ จึงเดินทางออกนอกประเทศเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย รวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น 10 ปี 6 เดือนเศษ

มิมีใครสามารถปฎิเสธ ค ว า ม ต า ย ได้ฉะนี้
.
yy
18 มิ.ย. 2547 <b>ราคาเหล็กถูกลง แล้วรู้ส
18 มิ.ย. 2547 ราคาเหล็กถูกลง แล้วรู้สึกดี ใช่ไหมครับ....
ความจริงราคาไม่ได้ถูกลงก็ไม่ผิดนะครับ เป็นเพราะได้มีการ "ดัน" ราคาเหล็กจนทะลุเพดาน แล้วให้หน่วยงานของรัฐออกมาประกาศว่าราคาเหล็กก่อสร้างน่าจะเป็นเท่าไรในประเภทไหนของเหล็กแล้ว ในขณะเดียวกับ ประเทศจีนประกาศ "ชะลอ" ความร้อนแรงของธุรกิจการก่อสร้างในเมืองจีน (ซึ่งเคยเขียนไว้ในเล่าข่าวสู่กันฟังไปแล้วนะครับ) ก็เลยทำให้การดันราคาเหล็กต้องหยุดลงตามกลไกตลาดครับ อีกทั้งราคาเหล็กจะมีการขึ้นตอนปลายปี และจะมีการลงตอนกลางปี เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วครับ ดังนั้น หมดฝนนี้ อาจจะต้องปวดศรีษะกันต่ออีกนิดนะครับ
.
.
.
21 มิ.ย. 2547 ติดตั้งประตูหน้าต่างไม้ตอนนี้ ระวังอย่า "หลวม" มากๆนะครับ
ขออนุญาตเอามะพร้าวห้าวมาขายส่วนสักทะลายนะครับ.....
เพราะว่าตอนนี้อากาศชื้นหมดไปทั้งประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คนไทยเราเป็นหวัดกันงอมแงมตอนนี้เท่านั้น แต่ทำให้วัสดุบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ "ไม้" จะมีความชื้นสูง และมีการ "ยืดตัว" มากกว่าปกติครับ ดังนั้นเวลาเราติดตั้งประตูหรือหน้าต่างไม้ อย่าติดตั้งให้ "มีช่องว่างมากเกินไป" หรือเรียกว่า "หลวมๆ" นะครับ เพราะพอเมื่ออากาศเป็นปกติเมื่อไหร่ หรือยิ่งตอนอากาศห้างในหน้าหนาวหรือหน้าแล้ง บานประตูของเรากับวงกบก็จะเกิด "รู" ระหว่างกันได้ครับ ....จะมาเสริมขนาดบาน หรือจะลดขนาดวงกบ ก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆนะครับ
เป็นเส้นผมหน้าฝน ที่อาจจะมาบังตาเราได้ครับผม
.
.
.
22 มิ.ย. 2547 ประชุมใหญ่สภาสถาปนิกเรื่อง F.T.A. วันที่ ๑ กรกฎาคม นี้นะครับ

มีจดหมายจากสภาสถาปนิกมาว่า.......
เนื่องจากความตกลงทั่วไป ว่าด้วยการบริการ (GATS) และข้อผูกพันเปิดเสรีการค้าบริการ ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้น วิชาชีพสถาปัตยกรรมเป็นหนึ่งในสาขาบริการวิชาชีพที่มีการเจรจาในกรอบความตกลงนี้ นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาการเปิดเสรีการค้าเพิ่มมากขึ้นในอีกหลายเวที เช่น ASEAN, FTA, และ APEC Architect เป็นต้น และในเวทีดังกล่าว ได้มีการกำหนดเป้าหมายและเวลาที่ชัดเจนในการเร่งการดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้รัฐบาล ลงนามในความตกลงนั้นๆ

ดังนั้นสภาสถาปนิกจึงเห็นความจำเป็นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยทำความเข้าใจและเปิดรับความคิดเห็นจากสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมดังกล่าว เพื่อจะได้ปรับตัวรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
คณะกรรมการสภาสถาปนิก จึงมีมติในที่ประชุม ครั้งที่ 5/2547 ให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ในวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2547 เวลา 14.30 - 17.00 น. ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 2 ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดี-รังสิต ในเรื่องเกี่ยวกับ การเปิดเสรีการค้าบริการด้านสถาปัตยกรรม และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ใครว่างวันนี้ขอเชิญประชุม เพื่อจะได้ไม่ว่างในอนาคตอันใกล้ นะครับ
.
.
.
23 มิ.ย. 2547 คำคม คำคาย ที่กล่าวถึงสถาปนิก

คุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ .... "วัดร่องขุ่นแห่งนี้ ถูกสร้างโดยจิตรกรหาใช่สถาปนิกไม่ เราจึงสร้างไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ เพราะนี่คือ ชิ้นงานศิลปะ ไม่ใช่ตึกคอนกรีต"

นายวิลเลียม เช็ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ว่าจ้างบริษัท เดอะ แม็ป ดีไซน์ฯ สถาปนิกจากสิงคโปร์เป็นผู้ออกแบบ ที่อยู่อาศัยในรูปแบบใหม่ ทั้ง 5 โครงการของอีสเทิร์นสตาร์ฯ
เอาแค่ ๒ ข่าวก่อนนะครับ.... อ่านไปคิดไป และขอให้หลับฝันดีนะครับ
.
.
.
24 มิ.ย. 2547 วิธีตรวจสอบความฝืดขั้นพื้นฐานของโครงการครับ.....
เมื่อวานนี้ได้คุยกับท่านผู้รู้ท่านหนึ่งเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์ จึงถามท่านไปว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโครงการไหนเป็นอย่างไร จะไปต่อได้หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องทำงานเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเกรงว่า ถ้าโครงการไหนไปไม่ได้ ไม่มีเงินเพียงพอ หรืออาจจะมีอาการเงินขาดมือได้ ซึ่งก็จะทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายผู้รับเหมาหรือผู้ส่งสินค้า ซัพพลายเออร์) ท่านก็เลยกระซิบวิธีทดสอบขั้นต้นมาให้ว่า.......

ลองไป "จอง" บ้านเขาสักหลังหนึ่ง ลงทุนวางเงินไปสัก ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วหลังจากนั้นรอสัก ๒-๓ อาทิตย์ แล้วก็ไปขอเงินจองเขาคืน โดยบอกเขาไปว่าจะซื้อโครงการอื่น หรือไม่อยากจะซื้อแล้วด้วยเหตุผลอื่นๆ ถ้าเขาไม่คืนให้ และพยายามให้เราผ่อนต่อหรือซื้อต่อ (โดยไม่มีท่าทีจะไล่ให้เราไปไกลๆ เพราะต้องการยึดเงินค่าจอง) ก็แปลความเบื้องต้นได้ว่า .... โครงการเขาอาจจะมีอาการ "ฝืด" อยู่ครับ และโครงการที่มีอาการเหล่านี้อยู่ จะมีอยู่ประมาณไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมดที่กำลังก่อสร้าง หรือจะก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันนี้ครับ
ท่านผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์ใดจะเอาไปเป็นสูตรทดลอง ก็เชิญตามสบายเลยนะครับ
.
.
.
26 มิ.ย. 2547 วาทะนายกสภาสถาปนิกเรื่อง F.T.A.กับสถาปนิกไทย.....
วันนี้เปิดหนังสือพิมพ์เดลินิวส์อ่าน พบข่าวครึ่งหน้ากว่าเกี่ยวกับเรื่องวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่กำลังจะเปิดสู่โลกกว้าง (และโลกกว้างก็จะทะลักเข้ามา) ตามข้อตกลงการค้าบริการเสรี (FTA : Free Trade Agreement) เป็นคอลัมภ์วิเคราะห์เกี่ยวกับวิชาชีพก่อสร้างที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต และมีบทวิจารณ์สัมภาษณ์ของ "คุณมติ ตั้งพานิช" นายกสภาสถาปนิกที่น่าสนใจหลายตอน จึงขอเอามาเล่าให้อ่านกันครับ.....

มติ ตั้งพานิช นายกสภาสถาปนิก แสดง ความเป็นห่วงถึงปัญหา "ความไม่พร้อม" ของสถาปนิก และนักออกแบบของไทย "หากถามว่าสถาปนิก ไทยได้เปรียบจากการเปิดเสรีหรือไม่ เราไม่ได้เปรียบแต่ถ้าถามว่าเราเสียเปรียบหรือเปล่า แน่นอนเราเสียเปรียบแน่ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าวิชาชีพด้านการออกแบบถูกจัดให้เป็นคนกลุ่มน้อยของประเทศ ถูกมองว่าเป็น กลุ่มวิชาชีพที่ทำงานกับคนรวยเพราะมีค่าแบบ ดังนั้นเรา จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ต้องเสียสละเพื่อแลกกับประโยชน์ ที่ประเทศชาติจะได้รับจากการส่งออกสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมอาหาร หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งที่สถาปนิกและนักออกแบบทำได้ก็คือทำอย่างไร จะปรับตัวให้เข้ากับกระแสการเปิดเสรีได้ดีที่สุด"

"การใช้สถาปนิกคนไทยเข้ามาออกแบบอาคาร เขาก็จะออกแบบโดยอิงกับวัสดุก่อสร้าง หรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศ คำนึงถึงระบบการก่อสร้างที่ผู้รับเหมาไทยรับงานได้ ในขณะที่การออกแบบโดยสถาปนิกต่างชาติ เขาก็จะเลือกใช้แต่วัสดุก่อสร้างที่ประเทศเขาผลิต เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ประเทศเขามีแต่เรายังไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ไม่ดีเท่า ในระยะยาวผลก็คือเมื่ออาคารเปิดใช้ หากเกิดการชำรุดเสียหายของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของอาคาร กลายเป็นว่าเราต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพราะไม่มีผลิตในประเทศไทย"

"ทุกประเทศทั่วโลกอุตสาหกรรมก่อสร้าง เขาจะพยายามปกป้องและสงวนวิชาชีพนี้ไว้ให้กับคนในชาติอย่างสุดชีวิต เพราะมองในแง่ของการพัฒนาประเทศ แง่ของการสร้างชาติ มองในแง่ของแรงงาน ในแง่ของการผลิตวัสดุก่อสร้าง นอกจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้วยังมีผลในแง่ของความภูมิใจ"
.
.
.
29 มิ.ย. 2547 เปิด F.T.A. แล้วไม่ค่อยกลัวฝรั่งมังค่าหรือมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหรอกครับ....
เคยบันทึกไว้แถวๆนี้ว่า ที่น่ากลัวคือประเทศที่เรา "รู้สึก" ว่าด้อยพัฒนากว่าเราต่างหาก เพราะประเทศเหล่านี้เมื่อ "จับมือ" กับประเทศที่ใหญ่กว่าเรา ก็จะเข้ามา "แข่งขัน" กับเราได้อย่างดีและ "ขยัน" กว่าสถาปนิกไทยเราไม่น้อยครับ แต่ "ราคา" ถูกกว่าสถาปนิกไทย (และรู้เรื่องเมืองไทยน้อยกว่าสถาปนิกไทย) ....ตรงนี้ต่างหากครับที่น่าจะเป็นปัญหากับสถาปนิกโดยทั่วไป

โดยส่วนตัวไม่ค่อยเป็นห่วงกับบริษัทสถาปนิก วิศวกร หรือรับเหมาก่อสร้าง ที่มีขนาดใหญ่โตของประเทศไทยเราเท่าไรเลยครับ เพราะบริษัทเหล่านั้นจะมี connection กับต่างชาติเรียบร้อยแล้ว (หรือกำลังทำงานอยู่กับต่างชาติอยู่) และบริษัทใหญ่โตเหล่านี้จะ "ปรับและขยับ" ตัวทันสถานการณ์อยู่ครับ มีแต่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเท่านั้น ที่ไม่รอบรู้(กับความรู้และกลเม็ด) เพียงพอ จะกลายเป็นเหยื่อของแร้งกาไปนะครับ
ที่กล่าวมานี้เป็น "ความหวังดี" มิได้เป็นเพราะ "เสือก" ประการใดนะครับ
.
.
.
1 ก.ค. 2547 Confirm ผังเมือง กทม.ออกไม่ทันเดือนนี้แน่นอน (แต่บอกว่าธันวาคม ครับ)
เป็นการแน่นอนเรียบร้อยโรงเรียนจีนแน่นอนแล้วว่า ผังเมืองใหม่ของกรุงเทพมหานครจะออกไม่ทันให้ท่านผู้ว่าสมัครเซ็นต์แน่นอน แต่ทางการได้ออกข่าวออกมาว่าน่าจะออก (ประกาศใช้) ในเดือนธันวาคมนี้ครับ โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างจาก (ร่าง)ที่ให้ทำประชาพิจารณ์ครับ เช่น.....
1.เพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน(FAR) จากเดิม กำหนด 1.5:1 เมตร เป็น 2.5:1 เมตร และลดสัดส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม(OSR) จากเดิม 25% เป็น 12.5% ในที่ดินทุกประเภท ยกเว้น ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย(ย.1) ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม(พ.4 และพ.5) ที่ดินประเภทคลังสินค้า(อ.3) ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม(ก.3) และที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบท และเกษตรกรรม(ก.1 และก.2)
2. ยกเลิกแนวถนนสาย ข.3 สายวุฒากาศ-เพชรเกษม 3.ปรับลดความกว้างของถนนสาธารณะที่มีเขตทางที่มีสิ่งปลูกสร้างจากเดิมถนนต้องกว้าง 12,18, และ 30 เหลือเป็น 10, 16, 30
นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สามารถประกอบกิจการพาณิชยกรรมได้มากขึ้น ได้แก่ 1.พื้นที่สีเขียวลาย ก.1-ก.4 2.พื้นที่สีเหลือง ย.2-ย.4 3. พื้นที่สีส้ม ย.5-7
ทราบแล้วเปลี่ยนครับผม
.
.
.
2 ก.ค. 2547 นักวิจัยทางด้านพลังงาน "ต้อง" อ่านตรงนี้นิดนะครับ.....
คือว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือที่เราเรียกว่า ส.น.พ. (ส.พ.ช. เดิม) จะมีการให้ทุนวิจัยด้านพลังงานในบ้านอยู่อาศัย ร้อยกว่าล้านบาท ครับ โดยมีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้ครับ.....

๑. วัตถุประสงค์ของการให้ทุน ก็เพื่อสร้างฐานข้อมูลความรู้ทางด้านการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัย และ เพื่อส่งเสริมให้มีการทำวิจัยทางด้านการอนุรักษ์พลังงานที่จะนำประเทศไปสู่การพึ่งพาตนเอง

๒. คุณสมบัติเบื้องต้น คือเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

๓.โครงการวิจัย แบ่งเป็น ๔ หมวด มีจำนวนทั้งสิ้น ๘๓ โครงการ ประกอบด้วย
(๑) ข้อมูลมาตรฐานของสภาพแวดล้อม จำนวน ๕ โครงการ
(๒) การออกแบบอาคาร จำนวน ๖๓ โครงการ
(๓) วัสดุก่อสร้างทั่วไป จำนวน ๗ โครงการ
(๔) การออกแบบงานระบบและและอุปกรณ์ทั่วไป จำนวน ๘ โครงการ

ทราบข่าวว่า โครงการนี้ "ไม่มีเส้น" นะครับ (หากทราบว่าใครมีเส้นแล้วจะยึดทุนก้อนนี้ กรุณากระซิบกันแถวๆนี้ หรือช่วยอีเมลฺกระซิบให้ผมทราบสักนิดนะครับ จะลองไปอาละวาดดูครับ แพ้ชนะไม่ทราบได้ แต่จะลองสู้ให้ดูสักตั้งครับ)
ใครสนใจเปิดเจ้าไปดูที่ www.eppo.go.th นิดนะครับ
.
.
.
3 ก.ค. 2547 E-PLUS แผลงฤทธิ์เสียแล้วครับท่าน......
เมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้วเมื่อเริ่มมีสถานการณ์วิกฤตเกี่ยวกับพลังงานก็มีคำว่า อี-พลัส เกิดขึ้นมาในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้าไปที่รถยนตร์แล้วจะทำให้ "ประหยัดน้ำมันไปหลายเปอร์เซ็นต์" ครับ ซึ่งอีพลัสนี้ผลิตโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ครับ แต่ตอนนี้มีข่าวออกมาว่า.....
นายเฉลิมชัย ห่อนาค ประธานบอร์ด วว. สั่งตั้งคณะกรรมการทดสอบอีพลัส ว่าได้ผลจริงหรือไม่ รวมทั้งให้ยุติเผยแพร่การผลิต และประชาสัมพันธ์ จนกว่าจะได้ผลสรุป (ข่าวเมื่อวานซืนนี้) หลังจากนั้นก็มีข่าวเมื่อวานนี้ออกมาว่า....
ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอให้เอ็มเทค ช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพของอีพลัส หลังจากที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นทางภาคสนามแล้วพบว่า ได้ผลดีตามที่ผู้คิดค้นระบุ คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยเอ็มเทค จะมอบหมายให้นายกสมาคมวิศวกรรมยานยนต์เป็นผู้ทำการตรวจสอบ หลังทราบผลก็จะเป็นที่แน่ชัดว่าอีพลัส ดีจริงหรือไม่
ข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไปนะครับ ....เฮ้ออออ
.
.
.
5 ก.ค. 2547 ก รี ก เ ป็ น แ ช ม ป์ บ อ ล ยู โ ร บ อ ก อ ะ ไ ร เ ร า ไ ด้ บ้ าง ห น อ
ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้เคยมีโอกาสตื่นขึ้นตอนดึกเพื่อดูถ่ายทอดสดบอลยูโรเลยสักครั้งเดียว แต่ก็ติดตามผลการแข่งขันไปเรื่อยๆ และทีมหนึ่งที่ติดตามมองอยู่ห่างๆตั้งแต่วันเปิดแข่งขันก็คือ "กรีก" ที่เปิดสนามพลิกล๊อคชนะเจ้าภาพ ปอร์ตุเกส ไปนั่นเอง
ติดตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรอบชิงแชมป์ ก็ปรากฎเมื่อคืนนี้ว่า ทีมกรีกที่เป็นทีมที่อยู่นอกสายตา กลายเป็นแชมป์ยูโรจนได้ ถ้าถามว่าทำไม ? แล้วก็ตอบอย่างง่ายๆ ก็คงจะบอกว่า ..... ลูกบอลมันกลมๆ ...แต่ถ้ามองใน Layer อื่นๆ คิดไปเรื่อยๆ ก็อาจจะคิดออกมาส่วนตัวได้ว่า ที่กรีกชนะเป็นสิ่งบอกเหตุว่า...
๑. หมดยุค "วีรชน เอกชน" ดาวดัง ดาวเด่น (คนเดียว) แล้วนะ
๒. การจะชนะไม่ใช่ด้วยการบุกกบกระโดด แต่เป็นการอยู่กินพอเพียง มีเกมป์รับที่เข้มแข็ง สกัดจุดอ่อนตนเอง
คุ ณ คิ ด อ ะ ไ ร อ อ ก บ้ า ง ห รื อ เ ป ล่ า ค รั บ
.
.
.
6 ก.ค. 2547 ข่ า ว สั้ น วั น นี้
๑. ไทยลงนาม F.T.A. กับออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว
๒. อัยการสั่งไม่ฟ้องอุทธรณ์คดี "ดาบยิ้ม" กับลูกชายท่านเฉลิม อยู่บำรุง แล้วจ้า
๓. นักบาสเกตบอล NBA ประกาศถอนตัวไม่ไปโอลิมปิก เพราะกลัวโดนระเบิดตาย
๔. บิ๊กหอยประกาศ ถ้าเป็นผู้ว่า กทม. จะแก้รถติดได้
๕. ม๊อป กฟผ.บุกวางหรีด ก.คลัง งัดไม้ตายหากจะแปรรูปต่อ
๖. นส.จันดาลี ได้เป็นนางงามแห่งชาติลาวเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ สนับสนุนการจัดโดย Uniliver Thai
๗. World Trade Tower วางศิลาฤกษ์เมื่อวานนี้ และเปลี่ยนชื่อเป็น Freedom Tower :0
๘. รัฐบาลไทยดันกรุงเทพให้เป็นเมืองแฟชั่นโดยการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเหลือ 0%
๙. เบียร์ช้างชนะใจ ได้โฆษณาที่หน้าอกเสื้อทีเอฟเวอตัน แล้วคร๊าบ
จ บ ข่ า ว
.
.
.
7 ก.ค. 2547 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยดูจะสูงขึ้นแน่ อสังหาคงต้องกระเทือนบ้าง
ปัจจัยหนึ่งสำหรับคนที่ต้องยังชีพอยู่ในวงการออกแบบ ก่อสร้าง และอสัหาริมทรัพย์ จะต้องจับตาดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมัน แรงงานขาดแคลน ปัจจัยของวัสดุพื้นฐานเช่นเหล็กและปูนซีเมนท์ อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากๆคือ.... "อัตราดอกเบี้ย"
อัตราดอกเบี้ยของเมืองไทย เตี้ยตกต่ำมาเป็นนาน ทำให้คนฝากเงินไม่อยากเก็บเงินเอาไว้ เพราะได้อัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ คนอยากจะลงทุนก็กล้าที่จะลงทุน เพราะอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายไปน่าจะต่ำกว่าอัตรากำไรคืนทุน ทำให้เกิดการซื้อและการขายมากขึ้น เป็นวิธีการอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ....แต่แน่นอนว่า ความจริงก็คือความจริง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่การซื้อการขายหลายอย่างไม่ได้สร้างผลผลิต (เช่นอสังหาริมทรัพย์) จุดอิ่มตัวก็เกิดขึ้นได้ (อยน่างที่ดูเหมือนจะเป็นในขณะนี้) หกาเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ก็ย่อมทำให้วงการนักออกแบบ นักก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ มีผลกระทบแน่นอน
ขณะนี้กำลังจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งชาติอยู่ ซึ่งเราๆน่าจะจับตาและติดตามกันสักน้อย เผื่อจะได้เตรียมตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (เช่นรวยขึ้น รวยๆๆๆๆๆๆ เป็นต้น) ซึ่งท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า.....
"ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ผลการประชุมจะออกมาอย่างไร จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ แต่ที่แน่นอน คือไม่มีการปรับดอกเบี้ยลดลง ซึ่งจะทราบกันในวันที่ 21 ก.ค.นี้ คาดว่าจะเป็นการประชุมที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน และมีความจริงจังมากขึ้น และเชื่อว่าน่าจะมีการถกเถียงกันในหลายๆ เรื่อง ถือว่าเป็นการประชุมที่สำคัญเลยทีเดียว เพราะเป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดทราบทิศทางของนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของไทย"
ข่าวคืบหน้า จะคาบข่าวมาเล่าสู่กันฟังต่อไปนะครับผม
.
.
.
9 ก.ค. 2547 ข อ ไ ว้ อ า ลั ย แ ด่ พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร บุ ก ยิ ง บ้ า น ป ร ะ ช า ช นย า ม ค่ำคื น ที่ อ ยุ ธ ย า
.
yy
9 ก.ค. 2547 <b>F.T.A. ไทยกับออสเตรเลีย ย
9 ก.ค. 2547 F.T.A. ไทยกับออสเตรเลีย ยังไม่มีการกล่าวตรงๆถึงวิชาชีพสถาปนิกครับ

ข่าวดังในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของการที่ท่านนายกรัฐมนตรีไทย ได้บินไปลงนามข้อตกลงการค้าเสรี Free Trade Agreement ในระบบทวิภาคีกับประเทศออสเตรเลีย และมีการคัดค้ากันเรื่องของอาชีพเกษตรกรไทยบางอาชีพอาจจะสูญสลายไปได้ บ้างก็ว่าเป็นรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องโทรคมนาคม และท่านนายกออกมาบอกว่า ไทยเราได้ประโยชน์หลายประการ แม้กระทั่งนักเรียนไทยที่ไปเรียนหนังสือที่นั่น ต่อไปเสริฟอาหารได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

พยายามติดตามรายละเอียดและข่าวสารหลายอย่าง ข้อมูลมีค่อนข้างน้ย แต่เท่าที่ติดตามถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการกล่าวถึงการเปิดค้าเสรีการบริการ "วิชาชีพสถาปัตยกรรม" หรือ คำว่า Engineering Service มีแต่เรื่องที่ออสเตรเลียจะมีสิทธิ์เข้ามาเป็นผู้ก่อสร้าง Infra Structure ในเมืองไทยเท่านั้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ หากหาข้อมูลอะไรได้เพิ่มเติม จะรีบมารายงานครับ
.
.
.
9 ก.ค. 2547 ข่าวจริงๆที่น่าจะกลุ้มใจ แต่ไม่เห็นต้องกลุ้มใจนี่นา
๑. น้ำมันดีเซลขึ้นราคาแน่ แต่พยายามจะให้ขึ้นแค่บาทเดียว (แนวโน้มที่รัฐบาลจะปรับราคาน้ำมันดีเซล โดยหากปรับราคาดีเซลขึ้น 1.00-1.50 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวถึง 0.4%)

๒. ดัชนีย์ความเชื่อมั่นในเมืองไทยลดลงต่อเนื่อง กระทบต่อการขยายตัวและคงตัวของวงการอสังหาและสถาปนิกได้ง่ายๆเลย (นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนว่า ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 คือจาก 94.8 ในเดือนพฤษภาคม เหลือ 93.5 ถือว่าต่ำสุดในรอบ 9 เดือน)

๓. ไข้หวัดนกมาแล้ว มาตามฤดูกาลที่เปียกๆชื้นๆจริงๆ ปิดข่าวหรือเปิดข่าวก็ต้องกระทบ การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้น ก็อาจจะต้องชะลอดูอีกสักหน่อย เงินหมุนก็อาจจะไม่หมุนอย่างที่คิดครับ
หากเรายังเสพติดกับวัตถุและตัวเลข ก็ต้องกลุ้มใจมากนิดนะครับ
.
.
.
12 ก.ค. 2547 บ้านจัดสรรขนาดเกือบใหญ่ อาจจะต้องศึกษาสิ่งแวดล้อมแล้วครับ
ตามธรรมดาเวลาออกแบบหมทู่บ้านจัดสรร ตามกฎหมายการจัดสรรกำหนดไว้ว่า หากเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่เกินกว่า ๕๐๐ หลัง จะต้องมีการศึกษาสิ่งแวดล้อม แต่ตอนนี้มีข่าวออกมาว่า อาจจะมีการลดจำนวน ๕๐๐ หลังนั้นลงมาครับ อาจจะเหลือแค่ ๓๐๐ หลังขึ้นไปก็ได้ครับ ได้ข่าวว่าทางสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กำลังปรึกษากับทางราชการว่า การทำบ้านจัดสรรก็มีข้อกำหนดการจัดสรรเรื่องสาธารณูปโภคอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องซ้ำซอนอะไรกันแบบนี้
ที่น่าสนใจก็คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ไม่ค่อยจะมี "เกณท์" ที่แน่นอน หลายอย่างเป็น "ความรู้สึกของคณะกรรมการ" ได้ และทำให้เรื่องเกิดความยืดเยื้อไม่จบสิ้น เพราะทั้งผู้ประกอบการและผู้ออกแบบ ไม่สามารถคาดการณ์ "อารมณ์" ของท่านคณะกรรมการได้ล่วงหน้าครับ
.
.
.
13 ก.ค. 2547 การประปานครหลวงบีบบ้านจัดสรรให้ติดมิเตอร์รวม ไม่ติดแยกเป็นบ้านๆ ค่าน้ำเพิ่มขึ้นแค่ ๕ เท่าครับ
ขอต่อข่าวเรื่องบ้านจัดสรรอีกข่าวหนึ่ง คือข่าวที่การประปานครหลวงตอนนี้ บังคับให้โครงการบางโครงการที่อยากจะโอนบ้านให้ลูกค้าทันเวลา จะต้องติดมิเตอร์รวมเป็นทั้งหมู่บ้าน ไม่ให้ติดแยกเป็นบ้านๆอีกต่อไป ทำให้น้ำที่เข้าถึงแต่ละบ้านราคาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า เพราะโดนอัตราก้าวหน้าค่าน้ำ (เพราะยิ่งใช้น้ำในแต่ละมิเตอร์มากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งเสียค่าน้ำแต่ละยูนิตเพิ่มขึ้นเท่านั้น)
เท่าที่ทราบตอนนี้หลายโครงการต้องยอมต่อการประปา มิเช่นนั้นท่านก็ไม่ยอมจ่ายน้ำให้ โครงการใหญ่ขนาดลลิลพร๊อพเพอร์ตี้ หรือศุภาลัย ก็ยังต้องยอมให้เป็นแบบนี้ ....แต่เจ้าของโครงการมาแล้วก็ไป ลูกบ้านที่ซื้อบ้านต่างหากที่ต้องจ่ายค่าน้ำกันหน้ามืดไปอีกนาน
ข่าวบอกกระซิบเพิ่มมาว่า.... แต่ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวของการประปานครหลวง.ไม่ได้มีคำสั่งออกมาเป็นทางการ แต่ให้ผู้จัดการสำนักงานสาขาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแทน ซึ่งบางแห่งก็ยังไม่ได้บังคับ (หรืออาจจะเพราะว่ามีเหตุน่าสนใจอย่างอื่นต่อผู้พิจารณาให้ยังไม่ใช้บังคับก็ได้
เ อ วั ง จึ ง มี ด้ ว ย ป ร ะ ก า ร ฉ ะ นี้ ค รั บ ท่ า น
.
.
.
14 ก.ค. 2547 เขาว่าราคาบ้านจัดสรรจะลดลงประมาณปลายปีนี้ครับ
ก่อนจะอ่านเล่าข่าวสู่กันฟังต่อไป กรุณาอย่าเพิ่งดีใจแล้วยิ้ม ว่าราคาค่าก่อสร้างจะลดลงอย่างที่พาดหัวข่าวนะครับ เพราะความจริงแล้วราคาค่าก่อสร้างอาจจะเท่าเดิม หรืออาจจะสูงมากขึ้นก็ได้ในปลายปีนี้ (อันเนื่องมาจากอัตราค่าดอกเบี้ย และราคาน้ำมัน ตามที่เคยเล่าข่าวให้ฟังไปแล้ว) แต่หมายถึงราคาขายของบ้านแต่ละหลังของบ้านจัดสรรจะมีราคาขายลดลง และพื้นที่ก่อสร้าง ก็จะลดลงไปด้วย ...ก็คือว่าขนาดบ้านจะต้องลดลงไปด้วยนั่นเอง (แปลว่าสถาปนิกที่ถนัดออกแบบบ้านหลังใหญ่ๆโตๆ ต้องระวังตัวและมือนิดนะครับ)
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัย ธ.กสิกร บอกว่า.....ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อส่วนเกินที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างยังอาจคงตัวในระดับสูง การปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าจะเป็นการเสนอบ้านในระดับราคาที่ต่ำลงมาจากช่วงก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าในปี 2547 ราคาโดยเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยที่เปิดขายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท จากที่ในปี 2546 มีระดับราคาเฉลี่ยประมาณ 4.7 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยวราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท น่าจะเป็นเซกเมนต์ที่ตลาดให้ความสนใจสูง
ใครกำลังทำโครงการอยู่หรือกำลังวางแผนทำโครงการอะไร ชำเลืองอ่านข่าวนี้นิดนึง ก็น่าจะดีนะครับ
.
.
.
15 ก.ค. 2547 สภาวิศวกรตื่น FTA ไทย-ออสซี่เทงบฯ 1 ล้านบาทจ้างทีม ศึกษาผลดีผลเสีย
อาจารย์ฉดับ ปัทมสูตร นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา สภาวิศวกรได้ลงนามในการว่าจ้างนักวิจัยอิสระศึกษา "วิเคราะห์ท่าทีไทยในการเจรจาเปิดการค้าเสรี บริการทางวิศวกรรม" โดยมีนายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ และผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับเชิญเป็นประธานคณะที่ปรึกษา และมีนางอรุณวรรณ วิสมิตะนันทน์ อดีตข้าราชการซี 8 กระทรวงพาณิชย์และผู้เชี่ยวชาญการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

กรอบการทำงานเน้นไปที่การศึกษาวิเคราะห์ภาพรวมการเจรจาการค้าบริการ และบริการทางวิศวกรรม ครอบคลุมเรื่องของการเปิดตลาด การอำนวยความสะดวกและความร่วมมือ, เรื่องศักยภาพการแข่งขันทั้งจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และการออกไปทำงานกับชาวต่างชาติในต่างประเทศของวิศวกรไทย รวมทั้งลู่ทาง โอกาส อุปสรรคการบริการวิศวกรรมของไทยในการทำงานต่างประเทศ

โครงการนี้ใช้เงินว่าจ้าง 1 ล้านบาท คณะทำงานมีเวลา 6 เดือนเพื่อนำเสนอรายงานการศึกษาต่อสภาวิศวกร จากนั้นจะมีการประมวลเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเจรจาเปิดตลาดวิศวกรรม

ผลเป็นอย่างไร สภาสถาปนิกอาจจะขอเป็นกรณีศึกษาได้แน่นอนครับ
.
yy
17 ก.ค. 2547 <b>ขอคุยเรื่องส่วนตัวสักครั
17 ก.ค. 2547 ขอคุยเรื่องส่วนตัวสักครั้งนะครับ....

ผมได้เมล์มาจากลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ก็เป็นคนรักชาติและเป็นห่วงบ้านเมืองคนหนึ่ง เขาเขียนเมล์มาให้ผมอ่านตอนหนึ่งบอกว่า.....

"เรื่องหวยที่ตอนนี้รู้สึกว่าออกมามอมเมาชาวบ้านน่าดู ฟังดูแล้วนึกถึงเรื่อง ที่ อ.คึกฤทธิ์ เขียนเล่าเรื่อง “พม่าเสียเมือง” สังคมของพม่า ตอนก่อนตกเป็นเมืองขึ้น ก็บ้าหวยเหมือนกันครับ แต่หนักกว่ามาก คือ กษัตริย์พม่า อยากได้เงิน เอาไปสร้างวัง และ เจ้าเมืองก็อยากได้เงิน เอาไปซื้อตำแหน่ง

คิดมักง่าย อยากได้เงินง่าย ๆ กัน ก็ออกหวย จนมีหวยมากมายให้ประชาชนเล่นมากมายหลายรูปแบบมีตั้งแต่หวยประจำปี ประจำครึ่งปี ประจำสามเดือน ประจำเดือน ทุก ๆ สิบห้าวัน ทุก ๆอาทิตย์ จนกระทั่งหวย ออกทุก ๆ บ่าย (ซื้อเช้า บ่ายออก)

ทีนี้ คนก็ไม่ต้องทำอะไร รอเล่นแต่หวย ไป ๆ มาๆ คนได้หวย ก็ถูกปล้นโดยคนที่เล่นเสีย(ซึ่งมีเยอะกว่ามาก) สุดท้าย ก็เป็นวังวนของการมอมเมา ไม่มีใครอยากทำงาน รอเล่นหวยอย่างเดียว อีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น พม่าก็เสียเมืองครับ

มองในแง่ดี ว่า คนไทยคงฉลาดกว่าพม่ามากนะครับสนุกดีนะครับ ผมลองนึกภาพต่อไปว่า....

หากมี รายการรณรงค์ ต่อต้านการเล่นหวยทางโทรทัศน์ และ ระหว่างการสัมมนา ให้ผู้ชมทางบ้าน ส่งข้อความทางโทรศัพท์เห็นด้วย กดหนึ่ง ถ้าไม่เห็นด้วย กดสอง หรือรู้สึกเฉย ๆ กดสาม...... จบรายการจะจับฉลากหาผู้โชคดี ได้ตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ มัลดีฟ"

เขาเขียนนบันทึกมาแค่นี้ครับ อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างครับ
.
yy
20 ก.ค. 2547 <b>ขอคุยเรื่องตัวเองบ้างนิด
20 ก.ค. 2547 ขอคุยเรื่องตัวเองบ้างนิดนะครับ (ข่าวจาก นสพ.เดลินิวส์ครับ)

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ให้ข้อมูลในฐานะที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการผลักดันเรื่องของการประหยัดพลังงานภายในบ้านให้สามารถขยายผลในวงการจัดสรรของเมืองไทยว่าขณะนี้ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและสมาคมฯกำลังมีความคิดที่จะหารือร่วมกับผู้ประกอบการบ้านจัดสรรให้มีการนำมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างบ้านให้ประหยัดพลังงานไปใช้ในระบบการก่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยอยากให้เริ่มจากบ้านจัดสรรเป็นกลุ่มแรก

"แท้ที่จริงแล้วการสร้างบ้านให้ประหยัดพลังงานไม่ใช่ทำได้เพียงแค่การพัฒนาระบบการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ทำได้ตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ ส่วนผนังของอาคารไม่จำเป็นต้องใช้อิฐมวลเบาเสมอไป เพราะมีระบบการก่อสร้างที่เป็นทางเลือกหลายวิธีที่ช่วยลดการใช้พลังงานภายในบ้านได้"

อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจด้วยว่า สิ่งต่างๆมากมายที่ บริษัทพัฒนาที่ดินหลายแห่งเริ่มนำมาใช้กับการสร้างบ้านจัดสรรแล้ว เพียงแต่อาจจำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มบ้านราคาเกินกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงไม่มีการเผยแพร่ให้ผู้ซื้อบ้านเห็นถึงความสำคัญ และทำให้ผู้ซื้อบ้านได้ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วไม่ว่าบ้านจะมีสนนราคาเท่าใด ก็สามารถออกแบบให้ประหยัดพลังงานได้เหมือนกัน

หากความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาพลังงานทดแทน สมาคมสถาปนิกสยามฯและสมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ จับมือร่วมกันได้ เพื่อประกาศมาตรฐานของบ้านที่ออกแบบและสร้างให้ช่วยลดการใช้พลังงานได้ ระบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งวันนั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด.
.
.
.

เรื่องของเรื่องที่เป็นข่าวข้างบนก็เพราะว่า...... [/b

๑. การประหยัดพลังงานในบ้านจัดสรรเป็นนโยบายของรัฐบาล และถึงแม้จะไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล ผู้อยู่ร่วมในสังคมที่เห็นว่าประเทศชาติจะย่ำแย่แล้วเรื่องพลังงาน ก็ต้องหันมาสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และดูเสมือนหนึ่งว่าสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร จะเป็นสมาคมหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับบ้านจัดสรร ก็มีกรอบความคิดที่จะช่วยรนณรงค์ในเรื่องนี้อยู่ด้วย

๒. เป้าหมายในกรอบความคิดของผมที่คิดว่าอยากจะให้สังคมใหม่เป็นไป คือมิต้องการให้มีการแบ่งส่วนของ นักวิชาการ vs นักธุรกิจ หรือเป็นการแบ่งระหว่าง ราชการผู้ออกคำสั่ง vs ประชาชนผู้รับคำสั่ง หรือลักษณะของ ผู้คุ้มครองผู้บริโภค(ดูและประโยชน์ประชาชน) vs ผู้เอาประโยชน์จากประชาชน .....ซึ่งกรอบความคิดแบบนี้เป็นกรอบที่เก่าเกินไป และคงไม่สามารถพาประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติใดๆได้เอีกแล้ว ในปัจจุบันและอนาคต แต่ต้องเป็นความร่วมมืออย่างเข้าใจเป็นอันหนึ่งเดียวกัน โดยเอาประโยชน์ของประเทศและชาวบ้านเป็นที่ตั้ง (พูดแล้วเหมือนนักการเมือง แต่เป็นความจริงที่ต้องทำกระมังครับ)

๓. ผมคิดว่าเรื่องการประหยัดพลังงาน เป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ และกรรมวิธีการประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เพราะเป็นการนำเสนอในลักษณะของ Positive Approch ซึ่งอาจจะไม่ค่อยได้ผลกับสังคมไทยในปัจจุบัน จึงนำเสนอความคิดเชิง Negative Approch น่าจะได้ผลมากกว่า จึงนำเสนอหัวข้อ "๑๐ บัญญัติพลังงานในบ้านจัดสรรที่ดี" ที่เป็นบทบัญญัติที่บ้านจัดสรรโดยทั่วไปน่าจะทำได้อย่างน้อย ๗ ใน ๑๐ ข้อ โดยเป็น "ผลการประชุมร่วมระหว่างนักวิชาการของสมาคมสถาปนิกสยามฯ และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร" เพื่อมั่นใจว่าผลดีทางวิชาการนั้นสามารถปฎิบัติได้จริงในเชิงธุรกิจ และนำประกาศเพื่อใช้ปฎิบัติโดยทั่วไป

๔. ตัวอย่างของ ๑๐ บัญญัติฟันธงอาจจะเป็นดังนี้ครับ....
.... ๔.๑ ฉนวนหลังคาน่าหนากี่นิ้ว (ใยแก้ว ๓ นิ้ว)
.... ๔.๒ ปูพลาสติกก่อนเทพื้นชั้นล่าง (กันชื้นที่มีผลกับเครื่องปรับอากาศ)
.... ๔.๓ ด้านใต้และตะวันตกมีลานคอนกรีตที่ไม่มีต้นไม่บังแดดไม่ได้ (Thermal Mass)
.... ๔.๔ มีหลอดไฟใส้บ้างหรือเปล่า (เปลืองพลังงานไฟฟ้า)
.... ๔.๕ ตำแหน่งติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิตตากแดดแค่ไหน (ถ่ายความร้อนไม่ได้)
.... ๔.๖ คอนเดนซิ่งยูนิตหายใจออกหรือเปล่า (ระบายความร้อนไม่ได้)
.... ๔.๗ กันสาดยื่นมากี่เมตรทางใต้และตะวันตก (๑.๐๐ ม. อย่างน้อย)
.... ๔.๘ รับแสงเหนือบ้างไม๊ (Daylight Saving)
.... ๔.๙ มีบ่อน้ำตากแดดตื้นๆหรือเปล่า (Thermal Mass)
.... ๔.๑๐ ผนังด้านใต้และตะวันตกกันความร้อนได้หรือเปล่า (แค่ไหนพอกับห้องอะไร)
.... ๔.๑๑. ห้องติดแอร์มีประตูปิดเป็นเรื่องเป็นราวหรือเปล่า (Inflitation)

รอพบการสัมนาเรื่องแบบนี้จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ในไม่นานนี้ (กระมังหนอ)
.
yy
24 ก.ค. 2547 <b>ระเบียบพัสดุจะมีการเปลี่
24 ก.ค. 2547 ระเบียบพัสดุจะมีการเปลี่ยนในเร็ววันนี้
"ระเบียบว่าด้วยการพัสดุ" ซึ่งว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง น่าจะออกมาเริ่มใช้ในปีงบประมาณใหม่นี้ หลังจากที่เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว มีการสัมนาของเจ้าหน้าที่พัสดุทั่วประเทศเพื่อชี้แจงและกึ่งเก็บข้อมูลเพื่อแก้ไขปรับปรุงครั้งสุดท้าย และน่าจะออกมาใช้ในเร็ววันนี้
ทั้งนี้อาจจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ ๓ เดือน เพื่อเขียน "คู่มือ" ในการใช้ ให้เป็นที่เข้าใจด้วยกันทุกฝ่าย เพราะระเบียบใหม่นั้น ถือเป็นการ "ยกเครื่อง" เปลี่ยนเคร่องใหม่หมด ไม่ได้เป็นการปรับปรุงแก้ไขอย่างที่เคยเป็นมาครับ
ข่าวคืบหน้า จะนำเสนอต่อไปครับ
.
.
.
25 ก.ค. 2547 งานสถาปนิกทักษิน ประสบความสำเร็จ (ตามเคย)
งานพบปะและสัมมนาประจำปีของสถาปนิกภาคใต้ (สถาปนิกทักษิน) ปีนี้จัดขึ้นที่หาดใหญ่ ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประสบความสำเร็จได้อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับการสัมนา เปิดโดยพระพยอม มีคนเข้ามาฟังล้นห้องแล้วล้นห้องอีก มีการเลคเชอร์หลายหัวข้อ ตั้งแต่เรื่อง Resort & HIT Hotel, Lighting Design for Building เรื่องการพัฒนาเมือง และเรื่องอื่นๆมากมาย
แม้สถานที่จะไม่ได้เป็นสาธารณะมาก แต่การออกร้านของผู้ค้าวัสดุก็มีพอควร คนเดินอาจจะไม่มากจนเป็นที่สะใจของร้านค้า แต่ก็เป็นคนเดินที่เป็นกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ทราบข่าวมาว่า งานนี้ "ไม่ขาดทุน" ครับ
.
.
.
26 ก.ค. 2547 "สมาคมสถาปนิก"เปิดแนวรบรับFTA ติวเข้มยกระดับวิชาชีพสู่ต่างชาติ
สมาคมสถาปนิกสยามฯ ติวเข้มยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสถาปนิกไทยสู้ต่างชาติ เล็งเปิดแนวรบแข่งขันเต็มที่ รับมือเปิดเสรีทางการค้าและบริการ ทำคู่มือออกแบบทั้งซีดี-หนังสือแจกสมาชิก เสนอปรับปรุงหลักสูตรใหม่ พร้อมส่งทีมหารือประเทศ APEC หวังเปิดตลาดแข่งสถาปนิกนอก
พลเรือตรีฐนิธ กิตติอำพน นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์เปิดเผยว่า สมาคมกำลังเร่งแก้ไขปัญหาและหาแนวทางพัฒนาเพื่อยกระดับวิชาชีพสถาปนิก เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้าและการบริการ เพราะหลังเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคม เมื่อวันที่ 1 พฤกษภาคม 2547 ที่ผ่านมา ได้รับทราบข้อมูลว่าบริษัทสถาปนิกไทยและผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิกจำนวนมากกำลังหวั่นวิตกเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากการที่รัฐบาลเร่งผลักดันให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTA) กับหลายๆ ประเทศ เนื่องจากในอนาคตสถาปนิกไทยจะต้องแข่งขันกับสถาปนิกต่างชาติที่เข้ามารับงานในประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันในการไปรับจ้างงานออกแบบในต่างประเทศก็ประสบปัญหา ทั้งในเรื่องใบอนุญาตสากล การขาดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ และปัญหาเรื่องภาษา ทำให้บริษัทสถาปนิกไทยเพียงไม่กี่แห่งที่มีโอกาสรับงานในต่างประเทศ
ท่านนายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า.....

"เบื้องต้นแนวทางที่จะดำเนินการคือ จะจัดทำคู่มือการออกแบบงานสถาปนิกแบบได้มาตรฐาน ทั้งในรูปของหนังสือ และซีดี-รอม และปรับปรุงโปรแกรมพัฒนางานสถาปนิกในระดับสากล หรือเรียกว่า Intern ship ขณะเดียวกันได้จัดตั้งศูนย์อบรมสถาปนิกขึ้น เพื่ออบรมและให้คำแนะนำแก่สถาปนิกไทย ให้มีความรู้ความสามารถที่จะสู้กับสถาปนิกต่างชาติได้"

พลเรือตรีฐนิธกล่าวว่า สมาคมตั้งเป้าหมายจากนี้ไปจะเปิดแนวรบแข่งขันกับสถาปนิกต่างชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งทีมงานสถาปนิกไปร่วมประชุมกับประเทศสมาชิกในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC ในงานสถาปนิก APEC หรือ APEC Licenze ด้วย เพราะเบื้องต้นจะพยายามให้สถาปนิกไทยมีโอกาสรับงานออกแบบในประเทศสมาชิก APEC ด้วยกันก่อน จากนั้นจึงขยายไปในกลุ่มประเทศอื่นๆ นอก จากนี้ในเดือนสิงหาคม 2547 นี้ ณ มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะหารือเรื่องนี้อีกครั้ง

"สมาคมสถาปนิกสยามฯ ยังมีแผนที่จะปรึกษาหารือ กับบรรดาคณาจารย์ในแวดวงสถาปนิก โดยจะเสนอให้มีการปรับปรุงหลักสูตรวิชาชีพสถาปนิกไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพราะเห็นว่าปัจจุบันวิชาชีพสถาปนิกพัฒนาไปเร็วมาก"
(เป็นข่าวที่ออกมาสู่สาธารณะ จึงเล่าสู่กันฟังครับ)
.
.
.
28 ก.ค. 2547 ดร.สุนทร โดนหางเลขจากการหลอกลวง "แอร์เอื้ออาทร"
นายสาธิต ประชากุล หัวหน้าสำนักงานประกันภัยจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนจากข้าราชการและประชาชนกว่า 300 คน ว่าไปสั่งจองซื้อเครื่องปรับอากาศในราคา 9,999 บาท และราคา 11,829 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีนครสวรรค์ โดยเจ้าของบูธอ้างเป็นโครงการแอร์เอื้ออาทรของรัฐบาล พร้อมมีใบปลิวโฆษณาที่มีรูปภาพของ นายสุนทร บุญญาธิการ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ติดอยู่ โดยมีเงื่อนไขให้จ่ายค่าสั่งจอง 1,000 บาท และโอนเงินที่เหลือไปยังที่ ตู้ ปณ.242 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ปรากฏว่า หลังจากโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับแอร์ จึงโทรศัพท์ไปสอบถามก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าเป็นการหลอกลวง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อผู้เสียหายและหลักฐานทั้งหมดแล้ว มีทั้งข้าราชระดับหัวหน้าส่วนราชการหลายคน เพื่อร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมต่อไป
ดูเหมือนการหลอกลวง หลอกล่อ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของสยามเมืองยิ้มไปแล้วหนอ
.
.
.
30 ก.ค. 2547 น้ำ มั น ดิ บ พุ่ ง สู ง สุ ด ร อ บ 2 1 ปี
ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ของสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธที่ผ่านมา พุ่งขึ้น 1.06 ดอลลาร์ มาปิดที่ 42.90 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 21 ปี
ด้านน.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากความผันผวนมาจากทั้งการเก็งกำไรของกองทุนการเงิน หรือเฮดจ์ฟันด์ ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เชื่อว่าราคาค่าไฟฟ้าเอฟทีในเดือน ต.ค.นี้ จะเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน จากต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง และผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นในปีนี้ ตามต้นทุนที่เพิ่มสูงจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับขึ้นราคาสินค้าตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น 10-15 %โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมากคือ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้านำเข้าแบรนด์เนม คอมพิวเตอร์ และ เหล็ก
ไม่รู้ว่าเงินเดือนสถาปนิก-วิศวกร ปีหน้าจะทะยานขึ้นสักกี่เปอร์เซ็นต์นะครับ
.
.
.
3 ส.ค. 2547 ตลาดบ้านแคมเปนกันดุ แม้จะเป็นหน้าฝนก็ตาม ระวังหนอ ระวังหนอ
ตามปกติแล้ว ไตรมาศทที่ ๓ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่โครงการขายบ้านขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลาย จะชะลอตัวกันเพราะว่าฝนตก แต่ผลปรากฎว่า ตอนนี้เป็นระยะที่โครงการบ้านทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านราคาระดับกลางถึงระดับบน มีการแจก-แถม และแคมเปนกันหนักหน่วง โดยกลยุทธ์ตลาดที่เป็นที่นิยมยังเป็นการลด แลก แจก แถม อาทิ ลดเงินจอง ลดเงินทำสัญญา ฟรีค่าธรรมเนียมโอน แถมรถยนต์ แถมแอร์ แถมเฟอร์นิเจอร์ จัดส่วนให้ฟรี ตกแต่งบ้านให้ฟรีพร้อมเข้าอยู่ หรือแม้กระทั่งให้อยู่ฟรีโดยไม่ต้องผ่อนจ่ายค่างวดบ้าน ...ลองดูโฆษณาเหล่านี้เป็นต้นนะครับ..

แสนสิริ โครงการเศรษฐสิริ สนามบินน้ำ, รามอินทรา โดยให้ผู้ซื้ออยู่ฟรี 1 ปี นาราสิริ สาทร-วงแหวน ให้ผู้ซื้ออยู่ฟรี 2 ปี

แผ่นดินทอง ร่วมกับธนาคาร ปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ พร้อมให้สิทธิ์วางเงินดาวน์ 1 แสนบาทเข้าอยู่ได้ทันที

วังทองกรุ๊ป ดโ รังสิตคลอง 4 ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน พร้อมวางเงินดาวน์เพียง 49,000 บาท และรับส่วนลดสูงสุด 30,000 บาท จัดสวน รังสิตคลอง 3 ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน เครื่องปรับอากาศ วอลเปเปอร์ และจัดสวน ให้ส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท

ปริญสิริ นวลจันทร์ รับฟรีรถยนต์ Honda Jazz หรือ Gift Voucher เฟอร์นิเจอร์หรูกว่า 600,000 บาท และบางโครงการฟรีเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวเอส.บี.วอลเปเปอร์ และเครื่องปรับอากาศ จัดสวนสไตล์ทรอปิคอล

ศุภาลัย จัดแคมเปญจ่ายเพียง 50,000 บาท ให้กู้เต็มวงเงิน 100% หากกู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน

ขอให้โชคดี ขอให้โชคดี ขอให้โชคดีเด้อออ May the LUCK be with you
.
.
.
3 ส.ค. 2547 ความสำเร็จและเรื่องน่ายินดีของไทยกับ W.T.O.
มติอย่างเป็นเอกฉันท์ ของ 147 ประเทศสมาชิก องค์การการค้าโลก (WTO) ที่ลงความเห็นร่วมกัน ยอมเลิก"อุดหนุน"สินค้าเกษตร ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเท่ากับว่าของตกลงการค้าโลก สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังใช้เวลาการเจรจายาวนาน 5 วันโดยเฉพาะเรื่องน่ายินดีสำหรับประเทศเกษตรกรรม ที่อยู่ในขั้นกำลังพัฒนาทั้งหลาย เพราะก่อนหน้านี้สหรัฐ อียู และญี่ปุ่น หนักแน่นมาตลอดที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไข เพราะกลัวจะกระทบกับเกษตรกรของตัวเอง แม้จะเป็นอาชีพส่วนน้อยของประเทศ แต่เมื่อที่ผ่านมาได้รับความคุ้มครองและอุดหนุนมาตลอด

มติระบุว่า ให้มีการยกเลิกเงินอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร เนื่องจากมีการบิดเบือนการค้ามากที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ในหลักการสมาชิกเห็นชอบร่วมกัน แต่ก็ต้องกลับมานั่งถกกันอีกรอบ ว่ากรอบเวลาการยกเลิกเงินอุดหนุนนั้น จะเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร และเมื่อลงลึกเข้าไปในรายละเอียด สรุปได้ชัดเจนว่า ประเทศมหาอำนาจยอมแล้วอย่างจริงใจโดยไม่มีอะไรสอดแทรกเช่นบทเรียนในอดีต

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเป็นความความสำเร็จ เพราะปมความขัดแย้งดังกล่าว ถือเป็นจุดอับของการค้าโลก ภายใต้กรอบดับบลิวทีโอมาตลอด และเป็นอีกเหตุผลที่หลายประเทศ หันมาเจรจาแบบทวิภาคี หรือ FTA จำนวนมาก ดังนั้นเมื่อปมดังกล่าว ได้ปลดล็อกออกไปแล้ว ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่จะนำมาซึ่งการค้าโลกข้างหน้า ขณะเดียวกันก็จะเป็นการชะลอกระแสเอฟทีเอ เนื่องจากประเทศมหาอำนาจ จะหันมาเจรจาภายใต้กรอบใหญ่มากกว่า เหตุผลเนื่องจากต้นทุนต่ำกว่าแต่ได้ตลาดมากกว่า และที่สำคัญสามารถอธิบายกับรัฐสภาและประชาชนตัวเองได้ดีกว่า เอฟทีเอ

แน่นอน ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นเรื่องน่ายินดีกับคนไทย "ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ " ในฐานะผู้อำนวยการดับบลิวทีโอ ที่ประกาศเจตนารมณ์ ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งแล้วว่า พยายามในกรอบเจรจาเรื่องนี้ให้สำเร็จ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ต้องยืดเวลาประชุมจาก 3 วัน เป็น 5 วัน

อ่านข่าวนี้เสร็จแล้ว.... พอจะรู้เรื่องกันไหมเนี่ยะ.
.
.
.
7 ส.ค. 2547 อย่าประมูลก่อสร้างในช่วง ๒ อาทิตย์นี้เลยนะครับ
ผมคิดว่าอะไรหลายอย่างน่าจะจับตาดูอีกสักนิด โดยเฉพาะเรื่องนโยบายรัฐบาลอันเกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันของโลกที่ไม่แน่นอนเอาเลยจริงๆครับ ถ้ามีการประมูบลในช่วงนี้ เราอาจจะได้ราคาประมูลแพงเกินไป เพราะผู้รับเหมาท่านก็ต้องเผื่อความไม่แน่นอนของราคาวัสดุต่างๆไม่น้อยเลย
แต่หากผู้เข้าประมูลท่านยึดราคาปัจจุบันเพื่อให้ได้งาน แต่ภายหลังราคาน้ำมันและวัสดุผันผวนขึ้นไปมากๆๆ ผู้รับเหมาก็ย่อมขาดทุน และโอกาสงานของเราที่จะไม่เสร็จก็มีความเป็นไปได้สูงมาก เป็นความล้มเหลวของโครงการที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกระมังครับ
ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆอีกสักนิดนะครับ
.
yy
10 ส.ค. 2547 <b>กระเบื้องปูพื้นแข่งเลือด
10 ส.ค. 2547 กระเบื้องปูพื้นแข่งเลือดสาด ผู้ผลิตรายใหญ่เปิดฉากดัมพ์
ตลาดกระเบื้องถึงยุคแข่งเดือดอีกครั้ง ค่ายยักษ์เปิดฉากตัดราคาชิงส่วนแบ่งลูกค้าโครงการ หลังแห่เพิ่มกำลังผลิตจนเริ่มส่อแววซัพพลายล้นตลาด ด้าน "แกรนด์โฮมมาร์ท" เอเย่นต์วัสดุรายใหญ่รับ มีผู้ผลิตให้ส่วนลดเพิ่มขึ้นจริง ชี้ "ซัพพลายล้น-อสังหาฯชะลอตัว-กระเบื้องนำเข้าจากจีน" เป็น 3 ตัวแปรหลักทำให้ผู้ผลิตต้องยอมเฉือนกำไร

การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอสังหาฯในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตกระเบื้องทุกรายคาดการณ์ว่า แนวโน้มของธุรกิจกระเบื้องจะเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูอีกครั้ง ปีนี้ผู้ผลิตเกือบทุกรายจึงลงทุนขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯที่เริ่มคลายความร้อนแรงลง รวมทั้งปัจจัยลบอื่นๆ ที่มากระทบ เช่น ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การลงทุนพัฒนาโครงการเริ่มชะลอตัวลง ส่งผลกระทบทำให้ธุรกิจกระเบื้องในช่วงครึ่งปีหลัง มีการแข่งขันกันรุนแรงขึ้นตามไปด้วย

สรุปข่าวว่าขณะนี้ซัพพลายเออร์บางรายนำกลยุทธ์ลดราคาสินค้ามาใช้แล้ว โดยให้ส่วนลดเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักๆ น่าจะมาจาก
...1.แต่ละโรงงานผลิตสินค้ามากเกินความต้องการ
...2.อสังหาฯ เริ่มชะลอตัว
...3.มีกระเบื้องจากจีน ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาตีตลาด
.
.
.
14 ส.ค. 2547 ผู้รับเหมาไทยปอดแหกหรือว่าผู้รับเหมาจีนกล้า ที่บ้านเอื้ออาทร
โครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล จะมีการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรทั่วประเทศ แต่เป็นที่ทราบกันในหมู่วงการก่อสร้งไทยว่า "ราคา" ค่าก่อสร้างโครงการเอื้ออาทรนั้น "หิน" จริงๆครับ จนในการเปิดประมูลครั้งล่าสุด ๔ โครงการคือ....
...1.โครงการสันติสุข 490 ยูนิต มูลค่า 127 ล้านบาท
...2.อยู่วิทยา 417 ยูนิต มูลค่า 143 ล้านบาท
...3.ประชาสำราญ 480 ยูนิต 157 ล้านบาท
...4.แก้วประดับ 240 ยูนิต 66 ล้านบาท
ปรากฎว่าไม่มีผู้รับเหมารายใดยื่นประมูลเลย จนต้องเปิดประมูลอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังไม่มีใครยื่นประมูลอีก จนกระทั่ง......ต้องเปิดให้ยื่นประมูลวิธีพิเศษ และมีผู้เข้ายื่น ๑ รายคือ.....

บริษัท ไชน่า จงต้า วิศวโยธา จำกัด จึงได้งานไป ......เท่าที่ทราบผู้รับเหมารายนี้เป็นรายใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ ต้องการรับงานนี้เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่การประมูลรับงานภาครัฐและเอกชนในไทยในอนาคต
เมื่อเปิด F.T.A. เต็มๆเรื่องงานออกแบบ-ก่อสร้างแล้ว คงจะมีอะไรน่าสนใจกว่านี้ตามมาแน่นอนครับผม
.
.
.
16 ส.ค. 2547 Australia ก็มาช่วย "เอื้ออาทร" อีกประเทศครับ
หลังเปิดตัวในฐานะหนึ่งในจำนวนผู้รับเหมา เทิร์นคีย์ในการจัดหาที่ดินและก่อสร้างที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทร ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ให้กับการเคหะแห่งชาติ จำนวน 974 ยูนิต "บริษัท ลิบร้า ไลท์ครีท (ประเทศไทย) จำกัด" ได้เริ่มหยั่งรากธุรกิจผลิต วัสดุก่อสร้างระบบสำเร็จรูป เพื่อแจ้งเกิดในวงการ ก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายทางธุรกิจในระยะ 5 ปีข้างหน้าที่ชัดเจน คือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนเพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การเข้ารับงานจากการเคหะฯเป็นเพียงช่องทางหนึ่งในหลายๆช่องทางในการทำตลาดของบริษัทเท่านั้น เพราะหมากตัวต่อไปที่ได้รับการบรรจุในแผนกลยุทธ์เพื่อรุกคืบไปอีกขั้น นั่นคือ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเอง เพื่อแสดงถึงศักยภาพของระบบเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการก่อสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่ยังใช้สร้างบ้านระดับบน รวมทั้งอาคารพักอาศัยประเภท Low Riseได้ด้วย

บริษัท ลิบร้า ไลท์ครีทก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิ.ย.46 ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มทุนออสเตรเลียซึ่งเป็นเจ้าของโนว์ฮาวระบบไลท์ครีท ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการ ผลิตวัสดุมวลเบาเพื่อใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์และอาคารอุตสาหกรรม โดยใช้ระบบอัดแรงภายหลังของผนังและแผงพื้น ซึ่งเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยปราศจากคานเพื่อก่อเป็นโครงสร้างของอาคาร
.
.
.
17 ส.ค. 2547 รายชื่อสถาปนิกที่อยู่ในทีผู้สมัครผู้ว่า กทม.
ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครหลายท่าน ได้ประกาศชื่อทีมงานออกมาแล้ว และเท่าที่ตามข่าว ก็ทราบว่ามีสถาปนิกอยู่ ๓ ท่านที่อยู่ในทีมต่างๆ จึงขอคัดลายชื่อมาเพื่อเชียร์กัน หรือพิจารณากันตามสมควรครับผม

พิจิตร รัตตกุล .... ดร.บรรณโสภิษ เมฆวิชัย อีดรองผู้ว่า กทมฯ
อภิรักษ์ โฆษะโยธิน .... ดร.ตรึงใจ บูรณสมภพ อดีตอธิการบดี ม.ศิลปากร
ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ .... ทินกร รุจิณรงค์ นายกสมาคมมัณฑนากร คนปัจจุบัน
ใครจะเชียร์ใคร จะเลือกใคร จะทำยังไง ก็ตามสบายนะครับ
.
.
.
19 ส.ค. 2547 ไ ท ย บุ ก จี น แ ล้ ว น ะ ค รั บ

ค้าปลีกซิเมนต์ไทยปักธงในจีน ใช้เป็นฐานบุกตลาดเอเชีย

"ค้าปลีกซิเมนต์ไทย" บุกเมืองจีนเปิดสำนักงานในกว่างโจว หวังใช้เป็นฐานขยายตลาดนำเข้า-ส่งออกในแถบเอเชีย รับนโนบาย FTA วางเป้าหมายเทิร์นโอเวอร์ปีแรกไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท จากเป้ารวม 1.9 หมื่นล้าน ปีหน้าเล็งขยายสาขาในจีนเพิ่ม พร้อมรุกคืบสู่อินเดียและอินโดนีเซีย
นายกลินทร์ สารสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด (SCT) ธุรกิจในเครือซิเมนต์ไทย ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า เปิดเผยว่า ได้เปิดสำนักงานตัวแทนการค้าในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นับเป็นสาขาที่ 16 หลังจากก่อนหน้านี้ SCT ได้ส่งออกสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง, สินค้าเกษตร และสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงนำเข้าสินค้าในกลุ่มพลังงาน, เครื่องจักร และวัตถุดิบจากประเทศจีนมานานกว่า 20 ปี โดยเชื่อว่าการเปิดสำนักงานในเมืองกว่างโจวจะช่วยรองรับการขยายฐานการค้าในเอเชีย และนโยบายการเปิดเขตการค้าเสรี

โดยสินค้าที่บริษัทนำเข้า-ส่งออกจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้างและซีเมนต์, เคมี-กระดาษ, วัตถุดิบ และสินค้ากลุ่มพลังงาน โดยปัจจุบันสัดส่วนสินค้านำเข้า 60% จะขายให้กับบริษัทในเครือซิเมนต์ไทย และอีก 40% จะขายให้ลูกค้าทั่วไป แต่ภายใน 5 ปีนับจากนี้บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50 : 50
ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย......
.
.
.
19 ส.ค. 2547 จี น บุ ก ไ ท ย ( ต า ม เ ค ย ) น ะ ค รั บ
กระเบื้องนำเข้าจีนทะลักตลาด FTA ตัวแปรใหญ่บี้ผู้ผลิตไทย
นับวัน "กระเบื้อง" ปูพื้นและบุผนังจากประเทศจีนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดบ้านเรา แม้คุณภาพจะเป็นรองสินค้าจากยุโรป แต่ด้วยราคาที่ต่ำกว่า ทำให้กระเบื้องจีนเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว
ย้อนกลับไปปี 2545 ซึ่งเป็นยุคแรกๆ ที่ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัสดุเริ่มนำเข้ากระเบื้องจากจีนนั้น ถือว่า "ไดนาสตี้" เป็นรายแรกที่สั่งเข้ามา

จากนั้นอาร์ซีไอ, ยูเอ็มไอ ก็ทยอยนำเข้ามาขายบ้าง รวมถึงเอเย่นต์รายใหญ่ อาทิ บุญถาวร, แกรนด์โฮมมาร์ท, อินเตอร์สุขภัณฑ์, โฮมโปร, โฮมเวิร์ค, ไพโรจน์สุขภัณฑ์ ฯลฯ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 รายต่างกตบเท้าเข้ามาเล่นกับตลาดนี้มากขึ้น
สินค้านำเข้าจากจีนที่นิยมมากคือกระเบื้องพอร์ชเลนขัดเงา และกระเบื้องแกรนิตไซซ์ใหญ่ ขนาดตั้งแต่ 40x40 ถึง 60x60 ซ.ม.
สาเหตุเนื่องจากบางรายไม่สามารถผลิตกระเบื้องไซซ์ใหญ่ได้ และถึงแม้จะผลิตได้เอง ก็ยังมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้าจากจีนที่ถึงแม้จะเสียภาษีสูงถึง 30% แต่กระเบื้องจีนสามารถตั้งราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 300-600 บาทเท่านั้น ขณะที่ถ้าผลิตเองในไทยต้นทุนจะไม่ต่ำกว่า 700 บาท
ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย ไชโย......
.
yy
28 ส.ค. 2547 <b>จะรื้อโรงพิมพ์คุรุสภาอีก
28 ส.ค. 2547 จะรื้อโรงพิมพ์คุรุสภาอีกแล้วหนอ......
โรงพิมพ์คุรุสภาแถวๆสะพานผ่านฟ้า ใกล้ถนนราชดำเนิน ซึ่งเคยถูกจะรื้อมาเมื่อหลายปีที่แล้ว และมีการต่อต้านกันมากมาย รวมทั้งนักกิจกรรมเพื่อสังคมของสมาคมสถาปนิกสยามฯในสมัยนั้นก็ออกโรงร่วมคัดค้านการรื้อไปด้วย จนโรงพิมพ์คุรุสภา ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตหลังแรกๆของเมืองไทย ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน แม้จะไม่ใช่เป็นอาคารที่สวยงามตระการตาประการใด แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่ง ที่บอกถึง ชีวิต และงานสถาปัตยกรรมของประเทศไทย ...และโรงพิมพ์จึงอยู่รอดมาถึงปัจจุบัน แต่บัดนี้มีข่าวออกมาแล้วว่า.......
คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน กำลังจะพิจารณาโครงการรื้อถอนอาคารโรงพิมพ์คุรุสภาเก่า สมัยรัชกาลที่ 7 เขตพระนคร กทม. บริเวณป้อมพระสุเมรุ ที่อยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ เพื่อจัดสร้างเป็นสวนสาธารณะ ทั้งที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอาคารโรงพิมพ์คุรุสภาไว้แล้ว

แต่ก็มีเสียงคัดค้านออกมาว่า......นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรเคยคัดค้านการรื้อถอนอาคารโรงพิมพ์คุรุสภาดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งชาวชุมชนบางลำภูก็เคยมีการเสนอไม่ให้รื้อถอนอาคาร และขอใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการชุมชน อีกทั้งพื้นที่บางส่วนได้เสนอให้สร้างเป็นสวนสาธารณะด้วย ทั้งนี้ การจะรื้อโบราณสถานนั้นจะต้องดูคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของอาคารโรงพิมพ์คุรุสภาแห่งนี้นับเป็นโรงเรียนการพิมพ์แห่งแรกของไทย และชั้นแรกเคยเป็นคูเมืองโบราณกรุงรัตนโกสินทร์
ท่านอธิบดีกรมทศิลปฯกล่าวสรุปว่า.... "ขณะนี้ผมได้มอบให้คณะกรรมการวิชาการอนุรักษ์โบราณสถานไปพิจารณาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแล้ว รวมทั้งเมื่อมีกรณีประชาชนคัคค้าน ก็เป็นสิ่งที่จะต้องรับฟังเสียงจากชุมชน และต้องอยู่บนพื้นฐานทางวิชาการด้วย"
สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะว่าอย่างไรดีครับ
.
.
.
30 ส.ค. 2547 รายงานพิเศษ คนรักหมา....... อย่าทิ้งไว้ในรถ แม้แง้มกระจกก็ยังตายสนิท
ข่าวนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่รักสุนัขและนำสุนัขไปไหนมาไหนด้วยบนรถ ตำรวจภูธรอำเภอเมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจากตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ว่าได้พบรถเก๋ง มิตซูบิชิ แลนเซอร์ทะเบียน 8ฐ 9865 กรุงเทพมหานครซึ่งขับมาโดยสุภาพสตรีอายุประมาณ 35 – 40 ปี นำรถมาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. และภายในรถยนต์มีสุนัข เพศผู้ พันธุ์ชิสุ อายุประมาณ 2 – 3 ปี อยู่ในรถโดยเจ้าของได้เปิดกระจกประตูหลังลงข้างละประมาณ 1 – 2 นิ้ว เวลาผ่านล่วงเลยไปกว่า 6 ชั่วโมง เจ้าสุนัขตัวน้อยได้ตายลง อย่างทรมาน เพราะทนความร้อนไม่ไหว
เจ้าหน้าที่เห็นเหตุการณ์ไม่ดีจึงช่วยกันนำช่างมาเปิดประตู แต่ไม่ก็สามารถช่วยสุนัขตัวน้อยไว้ได้ทัน ตำรวจได้รอนำตัวเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวไปเปรียบเทียบปรับ ฐานกัก ขังหน่วงเหนี่ยวทรมานสัตว์ไร้อิสรภาพ และทารุณสัตว์
ข่าวนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ที่รักสุนัขให้พึ่งระวังและไม่ควรปล่อยให้สุนัขหรือบุตรหลานที่ยังเล็กอยู่ อยู่ในรถ ยนต์เพียงลำพัง แม้ว่า เปิดกระจกไว้ทั้งสองด้านแต่เวลานาน ถึง 6 ชั่วโมง สุนัขน้อย ชิตสุ ก็สิ้นลม อย่างทรมาน

อ่านข่าวนี้แล้ว อธิบายปรากฎการณ์ทางสถาปัตยกรรมได้บ้างไหมครับ
ปัญหาที่เกิดความร้อนขึ้นในรถยนตร์มากก็เพราะว่า....
คลื่นความร้อนที่ผ่านเข้าไปทางกระจกรถยนตร์ตอนแรกนั้นเป็น "คลื่นสั้น" มีความสามารถในการทะลุทะลวงสูง (เหมือนคลื่นวิทยุ เอฟ.เอ็ม) แต่พอผ่านเข้าไปแล้ว กลายสภาพเป็นความร้อนเต็มรูปแบบ คลื่นสั้นก็กลายเป็นคลื่นยาวหลังจากที่ผ่านตัวกลาง (กระจก) ทำให้ความสามารถในการทะลุทะลวงน้อยลง จึงระบายความร้อนออกมาจากตัวรถได้ยาก ความร้อนจึงสะสมอยู่ภายในรถยนตร์นั้น จนมีอุณหภูมิสูงจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในรถได้

นักการพลังงานทางสถาปัตยกรรม จึงกลัวการสะสมความร้อนในอาคารในลักษณะนี้เป็นอย่างยิ่ง จนมีผู้รู้บอกว่า เมื่อกลับถึงบ้าน ในบ้านจะร้อนมากกว่าปกติ (เพราะการสะสมเหมือนรถยนตร์) จึงขอให้เปิดประตูหน้าต่างสักพักให้ความร้อนถ่ายเทออกไป แล้วจึงปิดประตูหน้าต่าง แล้วจึงเปิดเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศจะได้ทำงานเบาลง และประเทศชาติก็เสียเงินออกไปซื้อเชื้อเพลิงจากนอกประเทศน้อยลงครับ
เป็นการยกตัวอย่างที่ค่อนข้างเศร้าไปนิดหนึ่งนะครับ
.
.
.
31 ส.ค. 2547 3สมาคมจัดสรรปลอบใจ อสังหาฯสดใสท้าทายน้ำมันแพง

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในครึ่งปีแรกยอมรับว่ามียอดขายต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบดังกล่าวแต่... "เชื่อว่าครึ่งปีหลังสถานการณ์จะกลับมาคึกคักมากขึ้น" เพราะผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ต่างๆ เข้ามากระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเพื่อทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้า ประกอบกับช่วงปลายปีก็เป็นช่วงไฮซีซั่นของการขายบ้าน

นายประสงค์ เอาฬาร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตนมองว่าธุรกิจอสังหาริม ทรัพย์ในปี 2547 เติบโตไปตามเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ไข้หวัดนก และดอกเบี้ยในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปไม่หวือหวาเหมือนปี 2546 ที่มีมาตรการกระตุ้นด้านภาษีจากภาครัฐเข้ามารองรับทำให้ตลาดเติบโตแบบ "ก้าวกระโดด"

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 12 เปิดเผยว่า งานดังกล่าวที่เมืองทองธานี จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมาเพราะมีการขยายพื้นที่แสดงสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจร่วมออกบูทกว่า 580 บูท "สะท้อนให้เห็นภาพธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริง" ว่าจะเฟื่องฟูหรือถดถอยกันแน่

จะเป็นแสงเทียนแวววาวยาวนาน หรือเป็นแสงเทียนว๊าบสุดท้าย ก็ต้องคอยดูกันครับ
.
yy
1 ก.ย. 2547 <b>สถาป้ตย์ขอนแก่น ได้คณบดีท
1 ก.ย. 2547 สถาป้ตย์ขอนแก่น ได้คณบดีท่านใหม่แล้วครับ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น ตั้งมาก็เกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ มีคณบดีมา ๓ ท่านแล้ว คือ รศ..ธิติ เฮ็งรัศมี (ผู้ก่อตั้งคณะ), ร.ศ.วีรวรรณ ศีติสาร, และบัดนี้ท่านอาจารย์ธนู พลวัตร ก็ครบเทอมแล้ว หลังจากบริหารขันแข็มมาครบ ๔ ปีครับ และการสรรหาคณบดีท่านใหม่ก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งได้แก่ รศ.ดร.ธาดา สุทธิธรรม ครับ

รองศาสตราจารย์ ดร.ธาดา สุทธิธรรม จบการศึกษา สถาปัตยกรรมศาสตร บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร M.Sc.(Historic Preservation) จาก University of Oregon ประเทศสหรัฐอเมริกา Ph.D.(Regional Planning and Resource Development) จาก University of Waterloo ประเทศแคนาดา และการศึกษาเฉพาะทางด้านการอนุรักษ์โบราณสถานประเภทอิฐและหินจากประเทศอิตาลี เคยทำงานกับ Oregon State Historic Preservation Office ในสหรัฐอเมริกา และ เป็นสถาปนิกด้านการอนุรักษ์และวางแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดก วัฒนธรรมให้กับกรมศิลปากร
ฝากอนาคตเด็กๆไว้ในมือท่านด้วยนะครับ.... อ.ต้อม
.
.
.
4 ก.ย. 2547 สถาป้ตย์ศิลปากร ได้คณบดีท่านใหม่แล้วครับ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากรสถาปนาขึ้นเมื่อปี 2498 ในนาม “คณะสถาปัตยกรรมไทย” ที่บริเวณวังตะวันออกของเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ และพลเรือโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ ์กรมหมื่นปราบปรปักษ์ เจ้ากรมช่างสิปป์หมู่ โดยมี พระพรหมพิจิตร ดำรงตำแหน่งคณบดี อาคารเรียนหลังแรกเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังคามุงสังกะสีชื่อ “โรงเขียว”
ต่อมาในสมัย ศ.อัน นิมมานเหมินท์ เป็นคณบดี (2501-2507) ก็ได้ขยายหลักสูตรตไปจนถึงระดับปริญญาตรี ใช้ระยะเวลาศึกษาตลอดหลักสูตรทั้งสิ้น 5 ปี ตามระบบสากลนิยม ส่วนสถานที่สำหรับการเรียนการสอนได้ใช้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 2 ชั้น ต่อจากอาคารคณะจิตกรรมและประติมากรรม

ปัจจุบันคณะสถาปัตย์ จัดการเรียนการสอนทั้งที่วังท่าพระ กทม. และ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยได้เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ทั้งในระดับอนุปริญญา ปริญญาบัณฑิต ปริญญามหาบัณฑิต และปริญญาดุษฎีบัณฑิต รวมทั้งสิ้นจำนวน11หลักสูตร
บัดนี้สถาปัตย์ศิลปากร ได้คณบดีท่านใหม่แล้วคือ.... ผศ.วาสิฏฐ์ อิ่มแสงจันทร์ ลูกหม้อตัวจริงเสียงจริง ผศ.วาสิฎฐ์ เรียน สถ.บ. ศิลปากร, M.Arch., Pratt institute, U.S.A., รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จากนิด้า
ขอให้มีความสุขความเจริญ และทำความสุขความเจริญแด่คณะนะครับ
.
.
.
6 ก.ย. 2547 การประปานครหลวงยอมถยเรื่องเก็ลค่าน้ำรวมเป็นหมู่บ้าน
เคยเขียนไว้แถวๆนี้ว่า.... การประปานครหลวงได้เปลี่ยนแปลงระเบียบของการติดตั้งมิเตอร์น้ำ แทนที่จะติดตั้งให้บ้านแต่ละบ้าน แต่ดันไปบังคับว่าจะติดทีเดียวมิเตอร์เดียวให้ทั้งหมู่บ้านเลย ทำให้ราคาค่าน้ำที่ประชาชนต้องใช้มีราคาสูงขึ้น (เพราะอัตราก้าวหน้า ที่ใช้น้ำมาก ค่าน้ำแต่ละลิตรก็จะแพงขึ้น) และมีการให้เหตุผลผ่านกุมารทองมาด้วยว่า ...ต้องทำเช่นนี้เพราะการประปาต้องการกำไรเยอะขึ้น เนื่องจากกำลังแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
แต่การทำดังกล่าวถูกวิจารณ์และต่อต้านกันมาก มีการร้องเรียนจากสมาคมอสังหาฯทั้งหลาย การประปาจึง "ใจอ่อน" หรือว่า "อ่อนใจ" ไม่ทราบได้ ตอนนี้จึงมีนโยบายยกเลิกการกระทำดังกล่าวแล้ว จะเริ่มทำอย่างไร จะเป็นจริงเป็นจังหรือไม่ ....ต้องติดตามข่าวใกล้ชิดต่อไปครับ
สวัสดีประเทศไทย สวัสดีประชาชนไทย
.
.
.
7 ก.ย. 2547 ยุววิศวกร วิศวกรรมสถานฯ จัดประกวดแบบบ้านเอื้ออาทรประหยัดพลังงาน ...ครับ
ไม่ใช้เพียงแต่คนในวงการสถาปนิกที่กำลังสนใจออกแบบเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานของบ้านเท่านั้น บัดนี้วิศวกรไทยโดยกรรมการยุววิศวกร ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ก็จัดประกวดแบบบ้านประหยัดพลังงานด้วยนะครับ..... โดยมีจุดประสงค์ว่า.....
การจัดประกวด “แบบบ้านเอื้ออาทรประหยัพลังงาน” มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกในการประหยัดพลังงาน และทำให้เกิดแนวความคิดริเริ่มในการใช้หลักวิชาการด้านวิศวกรรม มาประยุกต์ใช้กับการอนุรักษ์ และการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะ ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญใกล้ตัว อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดที่จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนารูปแบบการก่อสร้าง วัสดุ และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด การจัดวางผัง การออกแบบเบื้องต้นให้สอดคล้องกับธรรมชาติ และการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการอยู่อาศัยได้จริง ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ความสบาย ขั้นตอนเทคนิค และความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง

การประกวดออกแบบบ้านเอื้ออาทรประหยัดพลังงาน เป็นการจุดประกายให้นักศึกษาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ และการประหยัดพลังงาน ซึ่งเลือกให้แบบบ้านเอื้ออาทรเป็นต้นแบบในการแข่งขันเพราะเป็นแบบบ้านขนาดเล็กที่เน้นพื้นที่การใช้สอย การประหยัดค่าก่อสร้าง อีกทั้งยังมีการก่อสร้างสำหรับประชาชนจำนวนมาก โดยแนวความคิดที่ได้รับจากการประกวดในครั้งนี้อาจจะใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนาการแบบบ้านเอื้ออาทรที่จะนำไปก่อสร้างในอนาคตได้ในโอกาสต่อไป ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดทรัพยากร และเป็นการอนุรักษ์ พลังงานของประเทศชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ท่านใดสนใจเพิ่ม ลองคลิ๊กไปที่ http://www.eit.or.th/ymeit/activity/home/ นะครับ
.
yy
8 ก.ย. 2547 <b>เวปนายวิญญูครบรอบ ๕ ปี ..
8 ก.ย. 2547 เวปนายวิญญูครบรอบ ๕ ปี ..... แต่เดวิดฉลองวันเกิด ๕๐๐ ปี

เวปของท่านวิญญูครบรอบตั้ง ๕ ปีซะแล้วที่เมืองไทย แต่ที่อิตาลี "เดวิด" กำลังฉลองครบรอบ ๕๐๐ ปีนะครับ.....

วันนี้เมื่อ 500 ปีที่แล้ว รูปสลักหินอ่อนของ ฝีมือศิลปินก้องโลก ไมเคิล แองเจโล ศิลปินหนุ่ม วัย 23 ปีได้ปรากฎโฉมสู่สายตาชาวฟลอเรนซ์เป็นครั้งแรก

เดวิด โด่งดังไปทั่วโลกและได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความงามของบุรุษ รวมทั้งท่วงท่าที่ศิลปินรังสรรค์ ขึ้นนั้นได้ก็รับการยอมรับว่ามีสัดส่วนสมบูรณ์แบบที่สุด...... แต่แม้ใครต่อใครต่างชื่นชมว่า 'เทพบุตรสุดหล่อ' ของแองเจโลนั้นแสดงท่าทีสมบูรณ์แบบที่สุด ตรงกันข้าม ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรศาสตร์ชาวอังกฤษกลับเห็นว่า หากเดวิดเป็นชายหนุ่มที่มีชีวิตจิตใจจริงๆ แล้วละก็ เค้าอาจจะเป็นหนุ่มที่มีอาการปวดหลัง เจ็บสะโพก เพราะท่ายืนโชว์หุ่นแบบนี้

"ปัญหาอยู่ที่ท่าทางนี้ขาดความยืดหยุ่น นำหนักตัวของเดวิดจะทิ้งลงที่สะโพกด้านขวามากเกินไป ซึ่งจะทำเค้ามีอาการปวดหลัง" ...นอกจากนี้ยังอ้างว่า กระดูกเชิกกรานของเดวิดนั้นยังผิดท่าผิดทางไปหมด เพราะมันรุนไปข้างหน้า กดไปที่สะโพกข้างหนึ่ง ด้านขวาก็ไม่ตรง "ถ้าคุณลองเข้าห้องน้ำแล้วลองยืนท่าเดียวกับเดวิดดูละก็ คุณก็จะรู้สึกว่าไม่สบายตัวเลย"

ก็เลยขออวยพรให้ท่านวิญญู(และเวปนี้) จงยืนท่าสบายๆ ไม่ต้องมีพิธีมาก จะได้ไม่ปวดหลังนะครับ
.
yy
9 ก.ย. 2547 <b>ประกาศผล ป ร ะ ก ว ด แ บ
9 ก.ย. 2547 ประกาศผล ป ร ะ ก ว ด แ บ บ "บ้านเอื้ออาทร" ของการเคหะแห่งชาติ ครับ
ตามที่การเคหะแห่งชาติได้จัดประกวดแบบบ้านเอื้ออาทรขึ้น โดยแบ่งการประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถว ภายใต้โจทย์การนำเสนอรูปแบบการอยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และราคาค่าก่อสร้างต้องไม่เกิน 2.5 แสนบาท/ยูนิต การเคหะฯบอกว่าได้รับความสนใจจากสถาปนิก วิศวกร ตลอดจนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 40 ทีม แต่ผ่านการคัดเลือกเพียง 13 ทีม ......อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดไม่มีทีมไหนได้รับรางวัลชนะเลิศ เนื่องจากแบบที่เสนอมีราคาสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หากนำไปก่อสร้างจริงๆ ราคาบ้านจะอยู่ระหว่าง 3.25-4.64 แสนบาท/ยูนิต ซึ่งแพงเกินไป

สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลชมเชย ได้แก่ แบบบ้านแฝด รหัส STU 1522 และ รหัส RUS 1256 ได้รับเงินรางวัลทีมละ ๒๕,๐๐๐ บาท และรายละ ๑๐,๐๐๐ บาท สำหรับ 11 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก

ชาติไท จันเสน" หัวหน้าทีม STU 1522 กล่าวว่า "ก่อนส่งผลงานเข้าประกวดได้เดินทางไปศึกษาแบบบ้านเอื้ออาทร รังสิต คลอง 3 เพื่อนำข้อมูลมาใช้ออกแบบบ้าน ยอมรับว่าโจทย์ที่ให้มาค่อนข้างยาก เพราะมีข้อจำกัดเรื่องค่าก่อสร้างที่ต่ำมาก ทำให้ไม่สามารถใส่ไอเดียได้เต็มที่ ขั้นตอนออกแบบจะมองในภาพรวมก่อน แล้วค่อยมาตัดรายละเอียดบางส่วนออกไป เพื่อให้ค่าก่อสร้างอยู่ในเงื่อนไข ที่อาจจะพลาดไปบ้างก็คือไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่จะได้นำไปใช้ในงานต่อๆ ไป"

รุซลี รูมะ หัวหน้าทีม RUS 1256 กล่าวว่า "จุดเด่นของบ้านในบ้านแบบนี้ นอกจากประโยชน์ในการใช้สอยแล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่นด้วย"
.
.
.
10 ก.ย. 2547 เล่าข่าววันนี้เป็นข่าวไร้สาระ อย่าไปสนใจมากนะครับ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน กระทรวงการคลังปรับลดอัตราการขยายตัวของประเทศปีนี้จาก 7.1% เหลือ 6.5-7.0% ความกังวลต่อการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย การปรับลดลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ความวิตกต่อภาวะหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารกรุงไทย และปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เป็นปัจจัยลบส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม 2547 ลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2547 โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมลดลงจาก 95.2 มาระดับ 92.0 ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน

๑. ความเชื่อมั่นต่อโอกาสการหางานทำ ลดจาก 91.1 มาระดับ 88.1

๒. ความเชื่อมั่นต่อรายได้อนาคต จาก 108.6 มาระดับ 106.2

๓. ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค(CCI) ปรับตัวลดลงจาก 98.3 เป็น 95.4 ต่ำกว่าระดับ100 เป็นครั้งที่สองและต่ำสุดในรอบ 12 เดือน

๔. ความมั่นใจต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ลดลงจาก 90.5 มาระดับ 87.8 ต่ำสุดรอบ 12 เดือน

๕. ความมั่นใจต่อสถานการณ์ในอนาคต(6 เดือนข้างหน้า) ปรับลดจากระดับ 100.1 มาระดับ 96.9 ต่ำสุดรอบ 14 เดือน และเป็นการต่ำกว่า 100 ครั้งแรกในรอบ 14 เดือน

นายธนวรรธน์กล่าวว่า หากปัจจัยลบดังกล่าวยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นหรือไม่ได้รับการคลี่คลาย คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนต่อๆ ไปจะยังเป็นขาลง และเคลื่อนตัวระดับต่ำต่อเนื่องไปถึงปี 2548 ทำให้เกิดผู้บริโภคปรับลดรายจ่าย โดยพิจารณาได้จากดัชนีความเหมาะสมต่อ การซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ ท่องเที่ยว และลงทุน ลดลงทุกรายการ
บางคนบอกว่าตัวเลขเหล่านี้เชื่อถือไม่ได้ เป็นการคาดเดาไปอย่างไม่รู้จริง ก็อย่าไปสนใจเลยดีไม๊ครับ
.
.
.
11 ก.ย. 2547 กรรมาธิการสถาปนิกล้านนา รับเกียรติพิจารณารูปลักษณ์อาคารเทศบาลเชียงใหม่
ใครที่อยู่แถวๆเมืองเชียงใหม่ คงจะพอทราบเรื่องว่า เทศบาลเมืองเชียงใหม่จะก่อสร้างอาคารที่ทำการเทศบาลแห่งใหม่บริเวณริมแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นอาคารที่สูงพอสมควร และออกแบบได้ "ผิดกฎหมาย" เรื่องความสูงของอาคารที่ริมแม่น้ำปิง จนมีเสียงคัดค้านกันอยู่อื้ออึง แต่เทศบาลก็ยังทำการประมูลก่อสร้างไปเรียบร้อยแล้ว ในงบประมาณมากกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
แต่การคัดค้านอย่างที่ว่า เมื่อดังมากขึ้นเรื่อยๆ ทางจังหวัดก็เข้ามามีส่วนร่วม และจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องขึ้น และมีข่าวที่น่ายินดีว่า..... มติของที่ประชุมยอกว่า.... "ต้องมีการปรับแก้และออกแบบอาคารดังกล่าวใหม่ โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าเทศบาลนครเชียงใหม่ จะต้องออกแบบให้เป็นอาคารที่มีความสูงจากพื้นดินไม่เกิน 12 เมตร ไม่รวมความสูงของหลังคา และจะมีอาคารส่วนที่ก่อสร้างลงไปใต้พื้นดินอีก 2 ชั้น " ทั้งนี้ในมติยังบอกเพิมอีกด้วยว่า..... ทางสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยามจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ตัวอาคารที่บ่งบอกความเป็นล้านนา"
จึงขอแสดงความชื่นชมในความตั้งใน และขอเป็นกำลังใจแด่ท่านๆทั้งหลายมา ณ ที่นี้ครับผม
.
.
.
17 ก.ย. 2547 ท่านม่ครับ.... อสังหาขอนแก่นอาจจะไปไม่รอดแล้วครับ
มิตรรักแฟนเพลงแถวๆนี้คงพอทราบอยู่ว่า ท่านม่ขาประจำเวปนี้ เป็น Freelance ตัวใหญ่ที่จังหวัดขอนแก่น แต่ก็ไม่ทราบว่าท่านม่จะทราบหรือไม่ว่า เหล่าบรรดานักลงทุนรายใหญ่ของของแก่น เขากำลังหวาดผวากันว่า ..ความเงียบงันของธุรกิจเมื่อต้นปี ๒๕๔๖ แล้วมีการขยับตัวนิดๆตอนกลางปีทมี่ผ่านมา กำลังจะเป็นแสงเทียนที่วูบวาบเกรงจะดับไปในเวลาไม่นานนี้ครับ ตามข่าวเขาบอกฟันธงว่า....
"หมดยุคทองธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองหมอแคน เหตุเจอปัจจัยกระทบรอบด้าน ทั้งขาดมาตรการสนับสนุนจากรัฐ ดีมานต์ตลาดเริ่มอิ่มตัว ดอกเบี้ย เงินกู้ปรับขึ้น ผู้ประกอบการฟันธงน้ำมันแพงกระทบอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบ เหตุต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวตามราคาน้ำมัน ส่งผลราคาบ้านพุ่ง" โดยผู้ที่ให้ข่าวเหล่านี้ก็ล้วนเป็นนักลงทุนโครงการขนาดใหญ่ๆทั้งสิ้น อาทิเช่น.....

....ชาญวิทย์ ตั้งธนวัฒน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แก่นคูณ พร๊อพ เพอตี้ เจ้าของโครงบ้านจัดสรร ชัยพฤกษ์ เลควิว
....ชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสานพิมานกรุ๊ป จำกัด
....พงษ์ศักดิ์ สฤษฎีชัยกุล เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร วี.ไอ.พี. โฮม
ไม่เชื่อลองเช็คดูนะครับ.... แต่ผมว่าท่านม่ย้ายออกจากขอนแก่นเลยก็ได้นะครับ ๕๕๕
.
.
.
18 ก.ย. 2547 มาแล้วครับ... บ้านและคอนโด "ให้เช่า" ครับผม
อ่านหัวข้อแล้วเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจใช่ไหมครับ เพราะว่าความน่าสนใจนั้นแฝงตัวอยู่ในบางจุดที่เราอาจจะคาดไม่ถึง เพราะว่าโดยทั่วไปแล้ว การทำบ้านหรือทำห้องให้เช่า เป็นกิจการทั่วไปที่ "ผู้ลงทุนรายใหญ่" มักไม่ให้ความสนใจ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทในตลาดหลักทรัพย์) เพราะ "ตัวเลข" เงินเข้าออก เร่งและเร็ว ไม่เพียงพอ
แต่หากเมื่อไรที่ผู้ลงทุนก่อสร้างบ้านหรือห้อง "เพื่อขาย" มียอดขายอืด หรือขายไม่ออก ก็จะต้องเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่กลายเป็นปล่อยบ้านหรือห้องที่ขายไม่ออกนั้นเพื่อ "การเช่า" ครับ และ ณ บัดนี้มีข่าวเล็กๆที่น่าสนใจเกิดขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์ ๒ ข่าวครับ คือ.....

๑. นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่ตลาดบ้านหรูเริ่มมียอดขายชะลอตัว บริษัทได้ปรับแผนการทำการตลาดและการขายสินค้าในบางทำเล ให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและความต้องการของลูกค้า โดยล่าสุดได้ปรับแผนตลาดโครงการ บ้านแสนสิริ สุขุมวิท สุขุมวิท 67 ใหม่จากเดิมสร้างเพื่อขาย มาเป็นการเพิ่มสัดส่วนให้เช่า

๒. นายธีราธร ประพันธ์พงศ์ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) กล่าวว่าแนวโน้มตลาดในอนาคตว่าภายในสิ้นปี 2548 จะมีการพัฒนาที่พักอาศัยให้เช่าในทำเลสุขุมวิท ลุมพินี และสาทร ปล่อยออกสู่ตลาดอีกประมาณ 500 ยูนิต ส่วนคอนโดมิเนียมที่คาดจะทยอยสู่ตลาดในช่วงเดียวกันกว่า 8,900 ยูนิต ยังไม่สามารถระบุตัวเลขจำนวนห้อง ที่จะนำมาปล่อยเช่าได้ เนื่องจากจะต้องตกแต่งห้องให้แล้วเสร็จ และต้องรอยอดโอนที่แน่นอน แต่คาดว่าน่าจะมีการปล่อยเช่าประมาณ 10-15%
อ่านเรื่องนี้จะเกี่ยวอะไรกับเรา "โดยตรง" หรือไม่ ต้องคิดกันเอาเองล่ะครับผม
.
.
.
20 ก.ย. 2547 จีนมาอีกแล้วครับท่าน.... คราวนี้ตีเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไทยครับ
เมื่อมังกรยักษ์ตื่นขึ้นมา แผ่นดินก็ต้องสะเทือนเป็นธรรมดา ที่ผ่านมาเคยคุยเล่าข่าวกันเรื่องการทำ F.T.A. ของไทย-จีน ที่มีผลต่อพืชผลการเกษตร จนทำให้ตอนนี้ มันแกวเริ่มจะแพงกว่าสาลี่ไปเสียแล้ว ...และที่เราคุยกัน ก็เป็นเรื่องของการก่อสร้างและวิชาชีพ ที่จะต้องกระทบกระเทือนจากมักกรที่ขยับตัวแน่นอน
ก้าวใหม่อีกก้าวหนึ่งของมักกรพลิกตัว ก็คือการแย่งตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยไปญี่ปุ่น ซึ่งอภิมหากุมารทองกระซิบดังๆออกมาเป็นข่าวว่า..."ขณะนี้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยกำลังประสบปัญหาเฟอร์นิเจอร์จากจีนเข้าไปแย่งตลาดหลัก อาทิ ญี่ปุ่น ทำให้มีอัตราการขยายตัวในตลาดดังกล่าวลดลง 8% เนื่องจากสินค้าจากจีนมีราคาถูกกว่าไทย ส่งผลให้การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยในช่วงที่ผ่านมาลดลง 8.5% และเฟอร์นิเจอร์โลหะลดลง 20%"

แต่ในข่าวร้ายก็มีข่าว "จะดี" ขึ้นบ้าง เพราะมีข่าวมาว่า.... "ล่าสุดสหรัฐกำลังจะใช้มาตรการตอบโต้เฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากจีน ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีของเฟอร์นิเจอร์ไทย ที่จะเข้าไปเจาะตลาดผู้บริโภคสหรัฐมากขึ้น" .....แม้ยังเป็นเพียงความฝันที่จะได้ไปแอบหยิบชิ้นปลามันบ้าง แม้ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริงได้แค่ไหน ...แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี "ความฝัน" เลย..จริงไหมหนอ
ใครมีเชื้อสายจีน ลองอพยพกลับเมืองมังกรดูบ้างก็ได้นะครับ
.
.
.
20 ก.ย. 2547 ปรากฏการณ์ตื่นตะลึง ! หนังสือคุณทักษิน บวก/ลบ ฮ๊อต สุดๆ
นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตะลึงในยุคที่คนไทยอ่านหนังสือกันปีละ 6 บรรทัด เมื่อในวันนี้หนังสือที่เกี่ยวข้องกับ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" หลั่งไหลออกมาสู่ท้องตลาดร่วม 50 ปก เรียกได้ว่าเอกซเรย์ทุกแง่ทุกมุมของ "ทักษิณ" ทั้งมุมบวกอย่าง "ครอบครัว ชีวิต คิด พูด มอง ทำ ..." หรือมุมลบ จำพวก "รู้ทัน ชำแหละ พิษ เตือนภัย" ผุดขึ้นสะพรั่งเป็นดอกเห็ดหน้าฝน ในช่วงขาขึ้นนั้น ร้านขายหนังสือถึงกับเอ่ยปากว่า ขอเป็นหนังสือเกี่ยวกับทักษิณเถอะ เล่มไหนก็ขายได้ "ทักษิณ ชินวัตร ตาดูดาว เท้าติดดิน" ที่พิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 2542 บัดนี้ตีพิมพ์ถึงครั้งที่ 25 เข้าไปแล้ว หรือ "ทักษิณ ชินวัตร อัศวินคลื่นลูกที่สาม" ก็พิมพ์ครั้งที่ 17

แต่ในขณะนี้ปรากฏการณ์เกี่ยวกับหนังสือ "ทักษิณ" พลิกผันไปแล้ว และสะท้อนสัญญาณบางอย่าง นั่นคือหนังสือแนววิพากษ์-ชำแหละนโยบายกลับมาขายดีระเบิดแทนที่กลุ่มเดิมแล้ว ทั้ง รู้ทันทักษิณ-พิษทักษิณ-ชำแหละทักษิโณมิกส์ ก้าวขึ้นมาติดอันดับท็อปเทนแทน พิมพ์ซ้ำกันหลายรอบ

ซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ ให้ข้อมูลว่า หนังสือชุดทักษิณที่ขายดีขณะนี้มี รู้ทันทักษิณ, รู้ทันทักษิณ 2, แปลงทักษิณเป็นทุน และทักษิณ ชินวัตร คนดวงแตก ของสำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน พิษทักษิณ ของสำนักพิมพ์โอเพ่น และ ทักษิณ ชินวัตร ตาดูฟ้า-ขา (ก้าว) ลง ส่วนร้านนายอินทร์กล่าวว่า ตอนนี้หนังสือที่เกี่ยวกับทักษิณเล่มที่ขายดีที่สุดคือ รู้ทันทักษิณ 1
เหล่าสถาปนิก-วิศวกรทั้งหลายอยู่ในกระแสแบบนี้บ้างหรือเปล่าครับ
.
.
.
21 ก.ย. 2547 ASA และ สภาสถาปนิก ใน APEC ARCHITECT
พรุ่งนี้ที่ HAWAII ประเทศอเมริกา มีการประชุมสถาปนิกเอเปคขึ้น โดยมีสถาปนิกไทยไปในงานดังกล่าว ๕ ท่านด้วยกัน
๒ ท่านเป็นตัวแทนสถาปนิกไทย ตามกฎหมายในนามสภาสถาปนิก
๓ ท่านไปสังเกตุการณ์ในนามของสมาคมสถาปนิกสยามฯ
๒ ท่านนังตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด
๓ ท่านนั่งชั้นธุรกิจ หมดเงินสมาชิกไปสองแสนกว่าบาท

APEC ARCHITECT เป็นอีก floor หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติวิชาชีพของสถาปนิก อาจจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับ GATS (General Agreement on Trade in Service) ที่กำลังมีการเจรจาในระดับโลก (ซึ่งประเทศมหาอำนาจกำลังเอาเงื่อนไขการเปิดเสีการบริการนี้มาแลกกับ ความยุติธรรมทางการเกษตร ที่ WTO เพิ่งรับหลักการณ์ไปเมื่อไม่นานมานี้) และ APEC Architect อาจจะไม่ได้มีผลที่รวดเร็วอย่างข้อตกลงทวิภาคีอย่าง F.T.A. .....แต่ APEC Architect ก็มีความสำคัญที่ผู้แทนของไทยต้องพิจารณากันให้ดีๆ และต้องเอากรณีศึกษาข้อตกลงที่วิศวกรไทยไปลงนามใน APEC Engineer เมื่อหลายปีที่แล้ว เป็นข้อคิดและข้อควรระวังเสมอๆ
เขียนมาเป็นกำลังใจ เป็นส่งเป็นกำลังสมองและกำลังกายไปช่วยครับ
.
yy
22 ก.ย. 2547 <b>สุ ด ย อ ด UNSEEN THAILA
22 ก.ย. 2547 สุ ด ย อ ด UNSEEN THAILAND ใ น ว ง ก า ร อ สั ง ห า ริ ม ท รั พ ย์
เมื่อหลายอาทิตย์ที่แล้ว อ่านหนังสือพิมพ์ เขาทำข่าวเกี่ยวกับ Unseen น่าสนใจในวงการก่อสร้างเมืองไทย เลยเก็บตกเอามาเล่าข่าวสู่กันฟังครับ
๑. การก่อสร้างโครงการที่ยาวนานที่สุด คือโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ (หนองงูเห่า) ที่มีแนวความคิดเริ่มการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2503 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
๒. อาคารที่มีความสูงที่สุด ในประเทศไทย ยังคงเป็นของโรงแรมใบหยกสกาย หรืออาคารใบหยก 2 ที่ยังไม่มีอาคารใดลบสถิติได้
๓. บ้านแพงที่สุดเป็นของบริษัท ดิ เอ็มเพอร์เร่อร์เฮ้าส์ เป็นบ้านที่สร้างให้ลูกค้าในหมู่บ้านกฤษดานคร 25 มีนบุรี สูง 3 ชั้น สไตล์คลาสสิค มีพื้นที่ 3,500 ตร.ม. มูลค่า 217 ล้านบาท (สำรวจเฉพาะจากบนริษัทรับสร้างบ้านเท่านั้น)
๔. บ้านจัดสรรที่แพงที่สุด ยังไม่มีใครลบสถิติของคฤหาสน์หรู เอเวอร์กรีน ฟิเรนเซ่ เป็นคฤหาสน์ที่สร้างเพียงหนึ่งเดียวในแต่ละเฟส ราคาสูงถึง 129 ล้านบาท
๕. อาคารสำนักงานที่มีราคาแพงที่สุด ต้องยกให้อาคารออลซีซั่นส์เพลส มีราคาเช่า ตร.ม.ละ 600-650 บาท นอกจากนี้อาคารออลซีซั่นส์แมนชั่น เป็นอีกส่วนหนึ่งทำลายสถิติราคาขายคอนโดสูงสุดที่ ตร.ม.ละ 140,000 บาท
๖. สำนักงานที่มีพื้นที่มากสุดหรือใหญ่สุด เป็นของ เอ็มไพรร์ ทาวเวอร์ ถนนสาทร เป็นอาคารสำนักงานมีขนาดพื้นที่150,000 ตร.ม
๗. ที่ดินที่มีราคาแพงที่สุด ยังคงอยู่ที่ถนนสีลม ริมถนนราคาตร.ว.ละ500,000 บาท ส่วนที่ดินในต่างจังหวัดที่มีราคาแพงที่สุดในช่วงนี้คือที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ตราคาไร่ละ 40 ล้านบาทหรือราคาตร.ว.ละ 1 แสนบาท
๘. อาคารศูนย์การค้าที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด คือฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มีพื้นที่ประมาณ กว่า 300,000 ตร.ม. ขณะที่สยามพารากอนมีพื้นที่ประมาณ กว่า 200,000 ตร.ม.เท่านั้น
ด้านสถาปนิก-วิศวกรไทยแลนด์ยังคง Unseen กับค่าแบบ 1.75% ของทางราชการ สุดๆเหมือนเดิมครับ
.
.
.
12 ต.ค. 2547 น้ำมัน-เหล็ก-ดอกเบี้ย ท่าจะยังไม่เลวร้ายนัก....ก่อนการเลือกตั้ง
ตอนนี้การเคลื่อนไหวทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ดูเหมือนจะเข้าไปในกรอบของ "การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘" กันทั้งสิ้น และคนในวงการก่อสร้าง ก็ได้รับผลพวงอันนี้มาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
๑. น้ำมันดีเซล ...ที่ประกาศชัดว่าจะไม่ขึ้นราคาก่อนมีนาคม ๔๘ แม้ตลาดโลกจะไปไกลแสนไกลเสียแล้ว
๒. เหล็ก ....ก็จะมีการพยายามให้นำเข้าจากต่างชาติมากขึ้น เพื่อต่อสู้กับราคาเหล็กที่ผลิตในประเทศ ที่หลายท่านมองว่าเป็นการปิดตลาด(ตีแมว)อยู่ในขณะนี้ แต่ก็จะปล่อยไปเหมือนเดิมในเดือนมีนาคมปีหน้าเช่นเดียวกัน
๓. ดอกเบี้ย..... ไม่มีท่าทีว่าจะขึ้นไปอีกละลอก ทั้งที่มีแนวโน้มน่าจะขยับตัวตามตลาดโลกไปแล้วหลายครั้งก็ตาม เพื่อเป็นการกระตู้นการจับจ่ายใช้สอย แทนที่จะเก็บเงินเอาไว้ในแบ๊งค์

เหมือนกับว่าเป็นสิ่งดี แต่ต้องระวังว่ามาตรการเหล่านี้ อาจเป็นเหมือนเพียงยา "พาราเซทตามอล" แก้ปวดระงับปวดได้เท่านั้น หากใครปวดศรีษะเฉยๆก็คงได้ผลดี แต่หากใครเป็นมะเร็งอยู่ อีกไม่นานผลที่แท้คงจะออกมา
โอกาสนี้จะเป็นโอกาสหรือจะเป็นวิกฤติของใคร ก็ต้องเลือกทางเดินดีๆหล่ะครับผม
.
.
.
13 ต.ค. 2547 วาทะ....เรื่องคอรับชั่นของท่านเลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย.....
ดร.สุขุม สุขพันธ์โพธาราม เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) แฉ..... ทุจริตวงการก่อสร้างไทย 10 ปี สูญ"1 ล้านล้านบาท" โดยท่านได้ให้รายละเอียดไว้ว่า.....

"มีตัวเลขจากสภาที่ปรึกษาฯ ประมาณการณ์ ไว้ว่า ใน 10 ปี (พ.ศ.2536-2545) หากมีการทุจริตเกิดขึ้นท่ร้อยละ 15 ของค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างของรัฐ และงบลงทุนในรัฐวิสาหกิจ ความสูญเสียของรัฐที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่น้อยกว่า 500,000 ล้านบาท และหากมีการทุจริตเกิดขึ้นที่ ร้อยละ 30 ความสูญเสียของรัฐในช่วงระยะเวลาเดียวกันจะเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท หรือโดยเฉลี่ยตกปีละ 1 แสนล้านบาท

พร้อมชี้ให้เห็นว่า โครงการก่อสร้างของทางราชการมีหลายขนาด ต่างกันที่งบประมาณที่ใช้ ตั้งแต่โครงการขนาดเล็กที่ใช้งบประมาณเพียง 500,000 บาท โครงการขนาดกลาง และโครงการขนาดใหญ่ จนถึงโครงการขนาดใหญ่มาก (เมกะโปรเจ็กต์) ที่มีมูลค่างานเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท ซึ่งการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน ของโครงการก่อสร้าง และเกิดจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการก่อสร้าง

"โครงการก่อสร้างจะสำเร็จหรือหายนะ เริ่มตั้งแต่ขบวนการคิด โครงการ การจัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ การของบประมาณขั้นต้น การจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการ และการศึกษาความเป็นไปได้ และความทุ้มทุน การของบประมาณ การประมาณราคากลาง การกำหนดข้อกำหนดรายละเอียด การกำหนดTOR (Term of Rerferences) การจัดซื้อจัดจ้าง การลงนามในสัญญาก่อสร้าง และการตรวจรับงาน เป็นต้น

ท่านเลขาธิการกล่าวเตือนนายกฯนักการเมืองต้องปลอดธุรกิจ....
" ถ้าเราจะเป็นนักการเมือง ต้องไม่ประกอบธุรกิจ เพราะนักการเมืองเป็นผู้กำหนดนโยบาย ถ้าประกอบธุรกิจอยู่แล้วก็เลิก มีกฎหมายอันหนึ่งให้นิติบุคคลมาบริหารแทน แต่เขาไม่ค่อยปฎิบัติ ถ้ามีลักษณะของผลประโยชน์ทับซ้อนบริหารบ้านเมืองไม่ได้หรอก เพราะไม่ใช่ธุรกิจแอบแฝงเป็นธุรกิจตรงๆ จึงไม่ควรมีธุรกิจเลย หรือที่เราอาจจะตัดออกได้ เช่น ข้าราชการประจำ ไม่ควรเป็นข้าราชการการเมือง เราทำได้แล้ว ก็ต้องรณรงค์ ถ้าไงขอฝากถึงนายกฯทักษิณด้วย ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ เพราะอย่างไรมันต้องทับต้องซ้อน เพราะมันเป็นตัวปัญหาหลัก อยู่ในกระทรวงนี้งบตั้งไว้ อยู่ในบริษัทพี่น้อง ไปประมูลได้ แม้กระทั่งออกแบบอะไรต่างๆ เอื้อประโยชน์กัน ถ้าเราทำหน้าที่ใด หน้าที่หนึ่งให้ดี ก็น่าจะเพียงพอแล้ว มันเป็นหลักที่ดีอยู่แล้วคือ ต้องไม่มี Conflict of Tnterests "

แต่ท่านเลขาธิการก็ยอมรับว่า....วิศวกรก็ทุจริตมี แต่คงไม่มาก โดยกล่าวว่า...จากการศึกษา จะเห็นได้ว่า แม้แต่ในขันตอนการให้คำปรึกษา วิศวกรมีบทบาทสูงในขั้นตอนดังกล่าว โอกาสเกิดการคอรัปชั่น ย่อมมีบ้าง แต่ดร.สุขุม ยอมรับว่า นักวิศวกรอาจบางคน อาจมีส่วนร่วมในการกระทำผิด แต่ไม่มาก ถ้ามีมากคงเสียหายมากกว่านี้เยอะ ตัวเลขไม่ได้ศึกษา เพราะการศึกษาต้องใช้เวลา ใช้เงินเยอะ การเกี่ยวข้องก็มีทุกขึ้นตอน ตั้งแต่คิด จนถึงตรวจรับงาน งานไม่ดีบอกว่าดี งานไม่ถูกบอกว่าถูก ออกแบบก็สิ้นเปลือง เสียงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชน

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะประกาศอะไรออกมาเพิ่มเติมบ้างก็ได้นะครับผม
.
.
.
14 ต.ค. 2547 วั น นี้ วั น ที่ ๑ ๔ ตุ ล า ค ม ค รั บ
.
yy
16 ต.ค. 2547 <b>กลุ่มดอกไม้และนกกระดาษเพ
16 ต.ค. 2547 กลุ่มดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติ ชักชวนชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันพับนกกระดาษ 60 ล้านตัว ส่งถึงพี่น้องชาวใต้ เพื่อเป็นสื่อกลางยุติความรุนแรง สร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงคุกรุ่นและไม่มีทีท่าจะสงบลง ก่อให้เกิดความห่วงใยจากชาวไทยทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของโครงการ “60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ” ของกลุ่มดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติ ซึ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ภายใต้การผลักดันของกลุ่มผู้รักในสันติภาพ มีทั้งปัญญาชน , ศิลปิน , นักคิด , นักเขียน และประชาชนทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้

สำหรับโครงการ “60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ” นั้น จะเป็นการชักชวนให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมกันพับนกกระดาษซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ จำนวน 60 ล้านตัว เพื่อเป็นสื่อกลางส่งความปรารถนาไปถึงพี่น้องชาวใต้

โดยกลุ่มดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติมีกำหนดจะจัดงานรณรงค์ให้ชาวไทยร่วมกันพับนกกระดาษใน 4 จังหวัดใหญ่ ตลอดเดือนพฤศจิกายน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 7 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ , วันที่ 12 ถึง 14 จัดที่จังหวัดอุบลราชธานี , วันที่ 19 ถึง 21 จัดที่กรุงเทพมหานคร บริเวณท้องสนามหลวง และปิดท้ายในวันที่ 26 ถึง 28 ซึ่งจะลงใต้ไปจัดงานที่จังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งจะนำนกกระดาษที่รวบรวมได้ทั้งหมดไปมอบให้กับพี่น้องชาวใต้
ลอกข่าว-เล่าข่าวสู่กันฟังครับ..... ท่าน "คิดยังไง" กับข่าวนี้บ้างครับ
.
.
.
18 ต.ค. 2547 เกือบจะต้องประกวดแบบ TOKYO TOWER ใหม่กันซะแล้วครับ
สำนักข่าวรอยเตอร์ติดตามอ่านหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นฉบับวันนี้ (18 ตุลาคม) รายงานข่าวเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบิน "โอเรียนท์ไทย" ที่หวิดชนโตเกียวทาวเวอร์ กลางเมืองหลวงแดนปลาดิบ ขณะที่ทางสายการบินเผยได้สั่งพักงานกัปตันรายนี้แล้ว

หนังสือพิมพ์ไมอิชิ ชิมบุนของญี่ปุ่นรายงานว่าเครื่องบินของสายการบินโอเรียนท์ ไทยเกือบบินชนโตเกียวทาวเวอร์ตั้งแต่เมื่อประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 18 กันยายน (ตั้งเดือนมาแล้ว แต่ไม่มีใครรู้เรื่องเลย) ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังจะลงจอดที่สนามบินฮาเนดะ นสพ.ไมอิชิรายงานว่าเครื่องบินลำดังกล่าว บินห่างจากโตเกียวทาวเวอร์เพียงแค่ 200 เมตร ขณะอยู่ในขั้นสุดท้ายของการร่อนลงจอดที่สนามบิน แต่เคราะห์ดีที่บนเครื่องบินลำนี้ไม่มีผู้โดยสารแต่อย่างใด เนื่องจากกำลังเดินทางมารับผู้โดยสารแบบเหมาลำเพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ดังกล่าวยังรายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์จากสายการบินโอเรียนท์ ไทยที่ระบุว่ากัปตันของเครื่องไม่ได้อธิบายให้กับลูกเรือทราบเกี่ยวกับการบังคับเครื่องให้ลงจอดด้วยกัปตัน และในขณะนี้ทางสายการบินก็ได้สั่งพักงานของกัปตันคนดังกล่าวแล้ว ......ด้านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นเผยว่าเครื่องบินลำดังกล่าวบินเข้าใกล้โตเกียว ทาวเวอร์มาก ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงก็ยังไม่ทราบถึงสาเหตุว่าทำไมเครื่องบินลำดังกล่าวถึงลดระดับการบินลงมาต่ำถึงระดับดังกล่าว นอกจากนี้ยังเสริมอีกว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทางกระทรวงก็กำลังสอบสวนหาสาเหตุอยู่
ญี่ปุ้นแดนปลาดิบคงไม่รู้หรอกว่าเดี๋ยวนี้คนไทยเรา "ใจถึง" แค่ไหนแล้ว
.
.
.
20 ต.ค. 2547 เปิดทางบ้านเอื้อฯ สร้างบนพท.สีเขียวนำร่อง 3 พันยูนิตย่านรังสิตคลอง 4-5
บ้านเอื้ออาทรมีปัญหาในการหาที่ดินก่อสร้าง ก็เพราะว่าพื้นที่หลายพื้นที่ที่น่าจะก่อสร้าง เป็นพื้นที่สีเขียวซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ....แต่บัดนี้ lock ดังกล่าวจะมีการแก้ไขแล้ว เพราะว่า...โยธาฯไฟเขียวสร้างบ้านเอื้ออาทรในพื้น ที่สีเขียว ได้โดยจะเปลี่ยนกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองให้บ้านเอื้ออาทร โดยทางการเคหะแห่งชาติเตรียมขึ้นที่รังสิต คลอง 4 และคลอง 5 บนที่ดินกว่า 300 ไร่ สร้างบ้านได้ 3,000 ยูนิต คาดลงมือเริ่มสร้างอีก 3 เดือนข้างหน้า
จบข่าวครับ...... จบข่าวแล้วจริงๆครับ
.
.
.
25 ต.ค. 2547 เขาว่าตอนนี้ "เหล็กไทย" แพงที่สุดในโลกแล้วครับ
เมื่อ ๒ วันที่แล้ว ได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมฯ จึงทราบว่าตอนนี้ "เหล็ก" ของสยามประเทศที่ขายๆกันอยู่นี้ เป็นเหล็กที่มีราคาแพงที่สุดในโลกแล้ว ...จึงไม่น่าเป็นห่วงประการใดที่เหล็กบ้านเราจะขึ้นราคาไปมากกว่านี้ (ข่าวดีหรือว่าข่าวร้ายก็ไม่ทราบ) ....มาวันนี้เปิดดูประกาศเรื่องราคาเหล็ก ก็พบว่ากรมการค้าภายใน ได้มีมติกำหนดราคาขายปลีกแนะนำเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อยให้ผู้ใช้เหล็กได้รับทราบเพื่อเป็นราคาเปรียบเทียบในการสั่งซื้อสินค้าและแก้ปัญหาการกักตุน รวมทั้งยังช่วยให้ผู้บริโภคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการในการขายเหล็กสูงเกินจริง โดยบอกว่า....

เหล็กเส้นกลม SR 24 ราคา"โรงงาน" เป็น "เงินสด" ในเขต "กรุงเทพ" ไม่รวม "VAT"
6 มม. ราคาตันละ 21,500 บาท (ขายปลีก ๒๔,๓๒๔ บาท)
9 มม. ราคาตันละ 21,000 บาท (ขายปลีก ๒๓,๔๔๗ บาท)
12 มม. ราคาตันละ 20,400 บาท (ขายปลีก ๒๒,๗๔๘ บาท)

เหล็กข้ออ้อย ราคา"โรงงาน" เป็น "เงินสด" ในเขต "กรุงเทพ" ไม่รวม "VAT"
SD 30 12 มม. ราคาตันละ 20,400 บาท (ขายปลีก ๒๒,๗๔๘ บาท)
SD 40 12 มม. ราคา 20,600 บาท (ขายปลีก ๒๒,๙๗๓ บาท)
.
.
.
26 ต.ค. 2547 ขอเรื่องเหล็กๆอีกทีนะครับ... คราวนี้ญี่ปุ่นกับยูเครนโวยวายแล้วครับ
ที่ญี่ปุ่นกับยูเครนเขาโวยวายนั้น ไม่ใช่เพราะว่าเหล็กของเขา "แพงที่สุดในโลก" อย่างบ้านเรานะครับ แต่เป็นเพราะว่าเขารู้สึกว่าไทยแลนด์กีดกันการส่งเข้าของเขาโดยการตั้งกำแพงภาษี (โดยออกกฎหมายป้องกันการทุ่มตลาด Anti Dumping) ทำให้เหล็กของเขาส่งมาขายเมืองไทยไม่ได้ โดยเมืองไทยเราจะพิจารณาดังนี้.....

คณะอนุกรรมการจะพิจารณาประเด็นต่างๆ ที่ทั้ง 2 ประเทศเสนอเข้ามาในวันนี้ โดยข้อสรุปจะเป็นไปได้ทั้ง 2 แนวทาง คือ คงมาตรการต่อไป หรือจะทบทวน จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะนำเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายวัฒนา เมืองสุข รมต.พาณิชย์พิจารณาต่อไป.....
ข่าวนี้เป็นข่าวเล็กๆ แต่มีผลกระทบใหญ่ๆกับวงการเรากระมังครับ
.
.
.
26 ต.ค. 2547 ผ ม เ ป็ น ห่ ว ง เ รื่ อ ง . . . ส ถ า น ก า ร ณ์ ภ า ค ใ ต้ แ ล ะ ไ ข้ ห วั ด น ก ม า ก ๆ ค รั บ
.
yy
27 ต.ค. 2547 <b>5 อันดับหมู่บ้านจัดสรร &
27 ต.ค. 2547 5 อันดับหมู่บ้านจัดสรร "ทุ่ม" โฆษณา
เขาว่าตอนนี้คนทำบ้านจัดสรรต้องเร่งทำยอดเขาสุดขีด เพราะดูเหมือนน้ำกำลังจะแห้งเหือดไปแล้ว (และอาจจะแห้งขอดในเวลาอีกไม่นานนี้) เฉพาะไตรมาส ๓ (กค.-กย.) ใช้เงินละลายน้ำไปแล้วเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท (เท่ากับงบประมาณคณะสถาปัตย์ขอนแก่น ๔๐ ปี เปลี่ยนคณบดีไป ๑๐ คน) โดย ๕ บริษัทใหญ่ที่ทุ่งเงินเรียงจากมากไปหาน้อยก็คือ.....
๑.) บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (บริษัทน้องใหม่มาแรงเร่ง)
๒.) บริษัท แสนสิริ จำกัด
๓.) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด
๔.) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด
๕.) บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด
.
.
.
30 ต.ค. 2547 โอ้...... แ อ ร์ เ อื้ อ อ า ท ร
เมื่อหลายเดือนก่อนหลายคนคงทราบข่าวว่ามีการจัดโครงการ "แอร์เอื้ออาทร" ที่อิมแพค เมืองทองธานี ทีการโฆษณากันสนั่นหวั่นไหวว่าเป็น Aircondition Unit ที่ดีเหลือหลาย ประหยัดพลังงาน ประหยัดเงินในกระเป๋า ภาครัฐบางแห่งออกมาร่วมข่าวด้วย อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ของเมืองไทย เอารูปมาลงรับรองการันตีว่าดีแสนดี ถูกแสนถูก ใครไม่ซื้อ(อาจจะ)ดูเหมือนโง่ไปสักหน่อย......

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลา(ไม่นาน)ก็พิสูจน์แอร์เอื้ออาทร ....เพราะบัดนี้มีชาวบ้านมากมายร้องเรียนว่า ไปซื้อแอร์เอื้ออาทรแล้วไม่เย็นบ้าง ไม่ยอมมาติดตั้งให้บ้าง วางเงินไปแล้วไม่ยอมให้เครื่อง พอทวงขอเงินคืนก็ไม่ให้ ....เดือดร้อนมนุษย์ที่หลงเชื่อว่าเอื้ออาทรไปหมดแล้ว
ตอนนี้ทางรัฐก็ออกมาให้ข่าวแล้วครับ.... ว่าโครงการนี้ไม่ใช่โครงการของรัฐบาลนะ เป็นโครงการของบริษัทอะไรก็ไม่รู้ รัฐไม่ได้รับรองนะ สถาบันอะไรนั่นก็ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลนะ อาจารย์คนนั้นก็ออกมาเองไม่ได้เกี่ยวกับรัฐอีกนั่นแหละ แล้วก็จัดการเปลื้องทุกข์ประชาชน บอกให้บริษัทที่ขายเครื่องแอร์คืนเงิน (แต่เท่าที่ทราบตอนนี้ ยังตามหากรรมการผู้จัดการที่ล่องหนไปหาไม่พบ) ...ก็ช่วยกันลุ้นว่าประชาชนที่หลงเอื้ออาทรไป จะได้เงินคืนไม๊ แล้วการหลอกประชาชนแบบนี้ "ต้องรับโทษตามกฎหมายใด"
ค้าขายกับคนไทยนี้ง่ายดีจริงหนอ มักง่าย...ดีจริงหนอ
.
.
.
2 พ.ย. 2547 ตัดไฟแต่ต้นลม เซฟ-ที-คัท โตไม่หยุดเพระจัดสรรบูม
SAFE-T-CUT อุปกรณ์ตัดไฟที่เรียกเป็นภาษาวิชาการว่า "Earth Leak Circuit Braker" บูมต่อไม่หยุด ออกแบรนด์ใหม่สู้กับจีนและ(ที่เขาบอกว่า)ลอกเลียนแบบของเขา โยมีราคาแตกต่างกันเป็นเท่าๆเหมือนกัน (ทั้งที่มาจากโรงงานเดียวกัน) โดยเจ้าของแบรนด์เขาบอกว่า......
"แบรนด์เซฟ-ที-คัท ที่มีราคาขายเครื่องละ 4,000 บาท บริษัทยังมีเครื่องตัดไฟที่เป็นไฟติ้งแบรนด์อีก 3 แบรนด์ ได้แก่ คัทชอต, เพาเวอร์ คัท และแม็กซ์เท็กซ์ ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 2,000 กว่าบาท ......ส่วนเครื่องตัดไฟรุ่นเอื้ออาทร ที่ตั้งราคาขายไว้ 959 บาท เน้นจับกลุ่มเป้าหมายไปที่บ้านขนาดเล็กที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 แอมป์ ซึ่งลอนช์เข้าสู่ตลาดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาตอนนี้ขายได้ประมาณ 30,000 ยูนิต และได้หยุดการทำตลาดแล้ว และในเดือนพฤศจิกายนบริษัทจะทำ แบรนด์ใหม่เข้ามาจำหน่ายแทน คือ โปร คัท และขายในราคาเดิมที่ 959 บาท
.
.
.
5 พ.ย. 2547 จีนรุกไทยดันเอกชนรับงานก่อสร้าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบ นายป๋อซีไหล รมว.พาณิชย์ของจีน ว่า ได้หารือถึงแนวทางการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและจีนให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในปี 48 ซึ่งเป็นปีที่มีความสัมพันธ์การค้าของทั้ง 2 ประเทศ ครบรอบ 30 ปี มีการเจรจาเรื่องเกี่ยวกับค้าๆขายๆหลายเรื่อง โดยสิ่งหนึ่งที่จีนขอไทยก็คือ......
"จีนขอให้ไทยพิจารณาบริษัทรับเหมาก่อสร้างของจีนเข้าดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคของไทยเป็นพิเศษ โดยจีนพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการจีนที่รับเหมาก่อสร้างในไทย เนื่องจากจีนเห็นว่าไทยมีแผนลงทุนระบบสาธารณูปโภคในอีก 3-4 ปีข้างหน้ามากขึ้น......"
ซึ่งมีอีกส่วนที่น่าสนใจในการเจรจาครั้งนี้ก็คือ..... "ไทยจะสร้างศูนย์วัฒนธรรมของจีนในกรุงเทพฯ ไม่เกินกลางปี 48 เพราะในช่วงต้นปีนายกรัฐมนตรีของจีนจะเดินทางมาไทย เพื่อวางศิลาฤกษ์ร่วมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการสร้างศูนย์ดังกล่าว ขณะที่จีนจะสร้างศาลาไทยที่สวนสาธารณะในมณฑลต่างๆ เช่น ปักกิ่ง เป็นต้น โดยการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศรำลึกถึงความสัมพันธ์การค้าที่มีขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน"
เ ป็ น ก า ร เ ล่ า ข่ า ว เ พื่ อ น บ้ า น สู่ กั น ฟั ง ค รั บ
.
.
.
6 พ.ย. 2547 จับตาแคมเปญอยู่บ้านจัดสรรฟรีๆๆๆ 1 ปีจะโดนใจใครบ้างหนอ
หากมานั่งนับนิ้วถึงแผนโปรโมชั่นบรรดาบ้านจัดสรรที่ออกมาในรอบปี จะพบว่า นอกจากเหนือการลด แลก แจก แถม ในตัวบ้านแล้ว แต่ละโครงการล้วนแต่หันมาใช้เครื่องมือดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการFix ดอกเบี้ย 0% 1-2ปี หรือ กู้ได้ 100% โดยเฉพาะแคมเปญที่กำลังเป็นที่นิยมมากสุดก็คือ อยู่ฟรี 1 ปี การปรากฏขึ้นของแคมเปญดังกล่าว แม้ดูผิวเผินจะไม่แรงเท่าไรในตอนแรกที่ออกมาเมื่อปีก่อน แต่ทว่าแคมเปญกลับกลายเป็นการโฆษณาชวนให้ลูกค้าแวะเข้าไปชมโครงการอย่างน่าทึ่ง
โครงการที่ระบุการใช้แคมเปญโปรโมชั่นอยู่ฟรี 1 ปี นับว่าเป็นแคมเปญที่กำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดลูกค้ามากสุด ได้แก่ โครงการลิฟวิ่ง นารา รังสิต คลอง 4 และโครงการลิฟวิ่ง นารา รามคำแหง, โครงการร็อกการ์เดนท์ เหม่งจ๋าย โครงการอุบลชาติ กรีนวิลล์ โครงการสราสินี สวีท คอนโดเทล และโครงการแฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์ ลาดพร้าว เป็นต้น
นักการตลาด ด้านอสังหาฯ คนหนึ่งกระซิบเสียงดังบอกว่า.... "ต่อไปคุณอาจจะได้เห็นอยู่ฟรี 2 ปี 3 ปี 4 ปี ก็ได้"
..... โ อ้ มั น น่ า ตื่ น เ ต้ น จ ริ ง ๆ เ ล ย จ๊ อ ต ต ต ต ต
อ่านแล้วท่านรู้สึกถึงความรุ่งเรืองหรือร่วงโรยของวงการอสังหาฯ ครับ
.
.
.
8 พ.ย. 2547 ก ร ม ม า ต ร ฐ า น ก า ร ก่ อ ส ร้ าง
มีข่าวเล็กข่างหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์ อาจจะเป็นข่าวที่ไม่ค่อยน่าสนใจในชีวิตในกระแสอย่างปัจจุบัน แต่เป็นข่าวที่จะมีผลต่อชีวิตของพวกเราที่น่าสนใจ หากข่าวนี้เป็นจริงในเชิงปฎิบัติได้ "มาตรฐานการก่อสร้าง" ของบ้านเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นนอนครับ
ข่าวเขาบอกว่า.... สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศก้องว่า จากนี้ไปอุตสาหกรรมก่อสร้างจะต้องมีเจ้าภาพคอยดูแล หากเกิดปัญหาใด ๆ จะไม่ปล่อยให้ต่อสู้แบบโดดเดี่ยวอีกต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างจะพบกับอุปสรรคใด ๆ ก็ตาม ไม่มีหน่วยงานใดเป็นหัวเรือใหญ่ในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหมือนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีหน่วยงานกลางของภาครัฐเข้าไปช่วยดูแลแก้ปัญหาให้ทั้งระบบครบวงจร ทั้ง ๆ ที่แต่ไหนแต่ไรมาอุตสาหกรรมการก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นฟันเฟืองสำคัญหลักอันหนึ่งที่จะช่วยฉุดภาวะเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตเป็นได้อย่างดี

จึงมีความคิดให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร) และ
สมาคมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพการก่อสร้าง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการจัดตั้งกรมมาตรฐานการก่อสร้าง ไว้เป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาและพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับวงการก่อสร้างและขนส่ง คาดว่าจะเร่งผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ภาระกิจหลักของกรมฯ ดังกล่าว จะดูแล 8 กลุ่มภารกิจ ประกอบด้วย...
๑. มาตรฐานด้านการจัดจ้าง
๒. มาตรฐานด้านงานก่อสร้างและราคากลาง
๓. มาตรฐานการออกแบบ มาตรฐานการก่อสร้าและควบคุมงาน
๔. มาตรฐานการบำรุงรักษา
๕. มาตรฐานด้านความปลอดภัย
๖. มาตรฐานด้านจรรยาบรรณในการประกอวิชาชีพ
๗. มาตรฐานด้านวัสดุและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก่อสร้าง
๘. มาตรฐานด้านฝีมือแรงงาน

หลังจากจัดตั้งกรมมาตรฐานแล้วเสร็จ หวังว่าจะช่วยยกระดับวงการก่อสร้างของไทยให้ทัดเทียมต่างชาติได้ เพราะความสามารถของวิศวกรไทยเก่งไม่แพ้ชาวต่างชาติ ขอแค่มีเจ้าภาพอย่างเป็นทางการเท่านั้น รับรองได้ว่า อนาคตวงการก่อสร้างของไทย ไปฉิวแน่นอน !!
.
.
.
8 พ.ย. 2547 กทม.วางมาตรการความปลอดภัยตึกใหญ่ๆ ถ้าสำเร็จ..เราโชคดีแน่ครับ
หลังจากที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวกันเป็นเวลานานเรื่องอาคารวิบัติ ตึกถล่ม ไฟใหม้ย่างสด กับพวกอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษมาเป็นนาน ข่าวเรื่องกฎกระทรวงการตรวจสอบอาคารก็ยังไม่ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวเสียที คราวนี้มาใหม่อีกครั้งครับกับท่านผู้ว่า กทม. อภิรักษ์ โกษะโยธิน วางนโยบายให้... กทม.เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารโดยเฉพาะอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่และอาคารขนาดใหญ่พิเศษทั้งใหม่และเก่า จำนวน 2,000 กว่าอาคาร ทั่วกทม. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารที่มีประชาชนเข้าไปใช้สอยพื้นที่จำนวนมากๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนต์ อาคารสำนักงาน อาคารชุดพักอาศัย โรงแรม ฯลฯ โดยจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2547 นี้เป็นต้นไป เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงหน้าหนาวอากาศแห้งก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย

ในเบื้องต้นกทม.จะเรียกเจ้าของอาคารที่เข้าข่ายทั้ง 2,000 ราย มารับฟังหลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อาคารจากกทม.ที่บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง พร้อมทั้งกรอกแบบฟอร์มข้อมูลเกี่ยวกับความพร้อมของอาคารและแจ้งกลับมาทางกทม.ภายใน 30 วัน
การตรวจสอบดังกล่าวจะเป็นการ ตรวจสอบข้อบกพร่องหรือความพร้อม เกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันการเกิดอัคคีภัย อาทิเช่น...
- สปริงเกอร์
- บันไดหนีไฟ
- ลิฟท์โดยสาร
- ถังดับเพลิงมือถือ
- สายฉีดน้ำในอาคาร
- การติดตั้งระบบท่อยืน
- กรงเหล็ก
- แบบแปลนผังอาคารบริเวณโถงหน้าลิฟท์
- ระบบป้องกันฟ้าผ่า
- การติดตั้งการปิดล้อมระหว่างชั้น
- ลานจอดเฮลิคอร์ปเตอร์ เป็นต้น
ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพความใช้งานได้ทันที ส่วนอาคารใดยังมีจุดบกพร่องดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้อยู่ในสภาพเกิดความพร้อมอยู่พร้อม หากผู้ประกอบการต้องลงทุนเพิ่มก็ต้องปฏิบัติเพราะถือว่าเป็นความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารพร้อมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารด้วย หากพบบกข้อพร่องภายในอาคารดังกล่าว จะต้องยื่นขออนุญาตแก้ไขภายใน 30 วัน และทางกทม.จะลงพื้นที่ตรองสอบอาคารดังกล่าวอีกครั้ง หากมีการแจ้งเท็จหรือไม่แก้ไขปรับปรุงแก้ไขจะสั่งปิดการใช้อาคารทันที
.
.
.
9 พ.ย. 2547 สิ น ค้ า แ บ ร น ด์ H o m e P R O ม า แ ล้ ว ค รับ .....
น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค และน่าจะเป็นข่าไม่ดีสำหรับบริษัทที่ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการก่อสร้างครับ เพราะทาง HomePRO ได้ออกข่าวมาแล้วครับว่าตอนนี้จะเพิ่มการผลิตและขายสินค้า House Brand ในนาม HomePRO ให้มากขึ้น ซึ่งคุณภาพจะไม่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป (เพราะอาจจะสั่งทางโรงงานที่ผลิตสินค้ายี่ห้อทั่วไปเป็นคนผลิตให้) แต่ราคาจะถูกกว่า (เพราะ HomePRO ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาและค่าการตลาดเหมือนกับสินค้าที่มาฝากขายโดยทั่วไป) โดย HomePRO เองก็จะแยกระดับและชนิดของสินค้าเป็นต่างๆนาๆเช่น..... โฮมไลน์, โฮมเบส เป็นต้น

กลยุทธแบบนี้เป็นกลยุทธของ Mega Department ของสากลทั่วไป ก็เหมือนการที่คาร์ฟู หรือโลคัส ทำกันอยู่ทุกวันนี้ (เช่นคาร์ฟูมี แหนมหรือหมูยอขายในยี่ห้อคาร์ฟู แต่ผลิตโดยบริษัท ส.ขอนไม้ ทุกอย่างเหมือนกันหมด แต่คาร์ฟูจ่ายเงินสด(หรือเกือบสด) และสั่งเป็นจำนวนมาก จึงได้สินค้าราคาถูกจากแหล่งผลิต แถมคาร์ฟูยังไม่มีการหักค่า commission ของการวางขาย และไม่ต้องมีค่าการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทำให้สินค้าที่เหมือนกันทุกอย่าง แต่ที่ติดตราคาร์ฟูจะถูกกว่า (เพราะต้นทุนถูกกว่า) และคาร์ฟูได้กำไรมากกว่าการขายสินค้ายี่ห้อคนอื่นครับ
งานนี้ผู้บริโภคคงยิ้ม...แต่เหล่าโชว์ห่วยทั้งหลาย คงต้องเปลี่ยนอาชีพครับ
.
.
.
11 พ.ย. 2547 แฉนักการเมือง ได้คืบเอาศอก ดึงผังกทม.ใหม่
อ่านหัวข้อข่าวแล้วอย่างเพิ่งตกใจนะครับ เพราะแค่เห็นฐานเศรษฐกิจเขาพาดหัวข่าวดูดุเดือดดี ก็เลยพิมพ์ลอกเขามาครับ แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า "ผังเมือง กทม." ไม่ยอมออกสักที มีข่าวว่าดึงกันไปโยกกันมา เพราะอาจจะมีบางคนต้องการเปลี่ยนสีของบางพื้นที่ให้เหมาะสม (แต่จะเหมาะสมกับใคร หรือเหมาะสมกับอะไร ไม่ทราบได้ครับ) ข่าวเขาบอกมาว่า.......

กทม.แฉกลุ่มทุน-นักการเมืองดัง ได้คืบเอาศอก รื้อผังโซนร่มเกล้าพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้แล้ว ยังโกยผลประโยชน์อีก ล่าสุด ล็อบบี้ครม.ขอรื้อผังเมืองรวมกทม.อีกรอบ หวังขอแก้ไขพื้นที่ขาวทะแยงเขียวพัฒนาเชิงพาณิชย์ยกแผง กทม.ชี้เป็นไปไม่ได้ ยอมรับชงครม.ไปเขียวแล้วอาจล่าช้า เหตุมีงานเร่งด่วนเพียบ คาดเลื่อนประกาศใช้ผังเมืองกทม.ใหม่ต้นปีหน้า
ล่าสุดนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส. เขตมีนบุรี พรรคไทยรักไทยเปิดเผยว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอนก หุตังคบดี เลขานายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีหนังสือภายในแจ้งมายังตนว่า ได้มอบหมายให้ ก.มหาดไทยสั่งการให้กทม.กลับไปแก้ไขเพิ่มเติมการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ขาวทะแยงเขียวหรือพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม เขตมีนบุรี หนองจอง ลาดกระบัง ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำโซนตะวันออก ตลอดจนพื้นที่บริเวณอื่นให้เกิดความเหมาะสม

ทั้งนี้เนื่องจากต้องการให้ยกเลิกพื้นที่รับน้ำดังกล่าวและสามารถพัฒนาเป็นบ้านจัดสรรและเชิงพาณิชย์ได้ทั้งหมด เพราะปัจจุบัน ผู้ประกอบการเจ้าของพื้นที่ซื้อที่ดินราคาถูกและหลบเลี่ยงจัดสรรจำนวนมาก ดังนั้นหากกทม.ยังกำหนดการใช้ประโยชน์ห้ามทำการจัดสรรที่ดิน ก็จะทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวถูกใช้ประโยชน์ไปในทางที่ผิดได้
เล่าข่าวมาให้ฟังแค่นี้ก่อนครับ ใครอยากทราบเรื่องละเอียดเพิ่มก็หาอ่านเอาเองนะครับ[...เสียวครับ
.
.
.
15 พ.ย. 2547 ขายบ้านพ่วง TAXI .... หรือ .... ขาย TAXI พ่วงบ้าน
หากใครยังจำได้ว่าเมื่อคราวฟองสบู่คราวที่แล้วจะแตก การทำโครงการ ลด-แลก-แจก-แถม มีรูปแบบที่น่าสนใจหลายรูปแบบ ทั้งซื้อบ้านแถมเมีย ซื้อคอนโดแถมสวนมะม่วง ...ตอนนี้มีโครงการที่น่าสนใจโครงการหนึ่งกำลังเกิดขึ้นครับ รายละเอียดเขาว่ามาแบบนี้ครับ....
นายนพพล มานน้อย ประธานสหกรณ์แท็กซี่แอร์พอร์ต เปิดเผยว่าโครงการเพื่อบ้านและแท็กซี่ไทย ซื้อที่ดินราคาถูกต่อจากบริษัทจัดสรรที่ดินรายเก่า จำนวน 300 ไร่ บริเวณ ตรงข้ามโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว ห่างจากเขตหนองจอกและสนามบินสุวรรณภูมิ 30 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นโครงการบ้านเดี่ยวชั้นเดียวขนาด 50 ตารางวาราคา 790,000 บาท จำนวน 1,500 ยูนิต โครงการดังกล่าวสหกรณ์ฯวางแผนขายควบคู่ไปกับรถแท็กซี่จำนวน 1,500 คัน.....รวมมูลค่าทั้งบ้านและรถยนต์เกือบแสนล้านบาท

นายนพพล กล่าวต่อว่าต้องการเปิดโอกาสให้คนขับรถแท็กซี่สามารถมีบ้านอยู่อาศัยในราคาถูกเป็นของตนเอง และอยู่รวมกันเป็นหลักแหล่งไม่กระจัดกระจาย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนขับแท็กซี่เพราะส่วนใหญ่กลุ่มคนเหล่านี้จะเช่าบ้านอยู่ แพ็กเก็จดังกล่าวรวมแล้วประมาณเกือบ 2ล้านบาท โดยจะมีแท็กซี่ให้เลือก 2 ยี่ห้อ คือ เครื่องยนต์นิสสัน ZD 30DD 3,000ซี.ซี. DOHC ทวินแคม 16 วาล์ว ไดเร็คอินเจ็คชั่นกระบะดัดแปลง 3 ตอน 5 ประตู 7ที่นั่ง ราคา 960,000 บาท บวกบ้านเดี่ยว ราคา 790,000 บาทรวมเป็น 1,750,000 บาท และ เครื่องยนต์อีซูซุไฮ-เทค 3,000 ซีซี DDI ซูเปอร์คอมมอนเรลกระบะดัดแปลง 3 ตอน 5 ประตู 7 ที่นั่ง ราคา 1,0200,000 บาท บวกบ้านเดี่ยว ราคา 790,000 บาท ราคารวม 1,810,000 บาท
สถาปนิก-วิศวกรท่านใด อยากมีบ้านหรือมีรถ ลองหาทางติดต่อเอาเองนะครับ
.
.
.
15 พ.ย. 2547 เ รื่ อ ง เ ห ลื อ เ ชื่ อ กำ ลั ง จ ะ เ กิ ด ขึ้ น ที่ ก รุ ง เ ท พ แ ล้ ว จ้ า ...
การขออนุญาตก่อสร้างเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนเบื่อหน่าย นอกจากจะเชื่องช้าแล้วยังมักมีความสกปกรโสโครกตามมาอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้กรุงเทพมหานคร ออกข่าวออกมาแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม คือวัน D-DAY ของการขออนุญาตก่อสร้างที่ต้องรวดเร็วและสุจริต .... ซึ่งคุณสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าฯกทม บอกว่า.....
.... ๑. งานเขตที่ให้อนุญาตอาคารที่พักอาศัยไม่เกิน 3 ชั้น หรือมีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตร.ม. เวลา จาก ๒๐ วัน ให้เหลือ ๑๐ วัน
.... ๒. งานเขตที่เกิน ๓ ชั้นและ พื้นที่เกิน ๓๐๐ ตรม. เวลาจาก ๓๐ วัน ให้เหลือ ๑๕ วัน
.... ๓. งานสำนักโยธาที่ไม่ใช่อาคารใหญ่พิเศษหรืออาคารสูง จาก ๙๐ วันเหลือ ๒๕ วัน
.... ๔. งานสำนักโยธาสำหรับอาคารสูงและใหญ่พิเศษจาก ๑๒๐ วันเหลือ ๓๐ วัน

นอกจากนี้ยังได้ปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ One Stop Service หรือคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตดัดแปลงอาคารประจำศูนย์บริการร่วม ซึ่งเดิมล้วนเป็นข้าราชการ กทม. จำนวน 6 คน แต่ได้เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วม ประกอบด้วย นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือผู้แทน และผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (ไม่ทราบว่านายกสมาคมสถาปนิกสยามฯหายไปไหนครับ) เพื่อให้การปรับกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้รวดเร็ว โปร่งใส ไม่มีการรับสินบน โดยคณะกรรมการฯ มีหน้าที่ให้ความเห็นต่อผู้ว่าฯ ในการให้อนุญาตหรือไม่ ทั้งนี้ จะมีการประเมินผลการทำงานภายใน 3 เดือน หากขั้นตอนการอนุญาตมีประสิทธิภาพขึ้นจะพิจารณาในการเพิ่มอำนาจให้เขตสามารถดูแลการอนุญาตก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในอนาคตด้วย ทั้งนี้ในการดำเนินการได้เน้นย้ำห้ามมีการรับสินบนจากเจ้าของอาคาร หากฝ่าฝืนจะลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด
เ รื่ อ ง เ ห ลื อ เ ชื่ อ กำ ลั ง จ ะ เ กิ ด ขึ้ น ใ น ก รุ ง เ ท พ แ ล้ ว จ้ า .
.
yy
16 พ.ย. 2547 <b>เขาว่ากันว่า ปีหน้างานก่
16 พ.ย. 2547 เขาว่ากันว่า ปีหน้างานก่อสร้างถนนจะทะลักทลายครับ
เมื่อสองวันก่อน ได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่หลายท่านโดยไม่ค่อยบังเอิญเท่าไร ผู้ใหญ่(ดีๆ)ท่านหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ งบประมาณและแผนงานการก่อสร้างสาธารณูปโภคของประเทศบอกว่า ตั้งแต่ปีหน้านี้ งานสาธารณูปโภคเช่นพวกถนนและสะพานจะเกิดขึ้นมากมาย งบประมาณของประเทศจะเทมาทางนี้อีกไม่น้อย เนื่องจากเพราะว่าเมืองไทยได้พยายามขุน "รากหญ้า-รากฝอย" เยอะแล้ว แต่ปรากฎว่ารากแก้วยังเล็กเหมือนเดิม การเจริญเติบโตจึงเกิดการกระจุกตัว ต้องมีการขยายรากแก้วครับ
แปลว่า.... มีการสร้างถนนหนทางตามหมู่บ้านและตำบลมากมาย แต่ไม่มีการก่อสร้างพวกถนนหลวงหรือทางเชื่อมระหว่างตำบล หรือเมือง หรือทางเลี่ยงเมืองเลย การขนส่งต่างๆจึงไม่สามารถกระจายไปทั่วประเทศได้อย่างที่น่าจะเป็น จึงต้องมีการสร้างวถนนสร้างสะพานเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ทั้งนี้ไม่รวมถึงการสร้างจราจรระบบพิเศษอื่นๆอย่างเช่น ทางรถไฟ รถมุดดิน สนามบิน ฯลฯ นะครับ
สถาปนิกท่านไหนเบื่อ(หรือหมด)งานอาคาร ลองไปเป็นวิศวกรซีวิลดูซิครับ
.
.
.
17 พ.ย. 2547 แอบไปฟังสภาสถาปนิกและสภาวิศวกรเขาคุยกัน(นอกรอบ) เรื่อง F.T.A.
เมื่อเที่ยงวันนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมือง นายกสภาวิศวกรฯและกรรมการสภาวิศวกรส่วนหนึ่ง กับ นายกสภาสถาปนิกฯพร้อมกรรมการสภาสถาปนิกส่วนหนึ่ง ได้นัดกันนอกรอบเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารและแนวความคิดเรื่องการเปิดเสรีวิชาชีพกัน คุยกันเกือบ ๓ ชั่วโมงด้วยบรรยากาศชื่นมื่น เป็นกันเอง แต่เข้มข้น ตรงไปตรงมา ได้สาระครับ
สิ่งที่ทั้งสองสภาฯเห็นว่าน่าจะต้องดำเนินการร่วมกัน พอสรุปได้(อย่างกุมารทองจำเป็นคือ)...
... ๑. ทั้ง ๒ สภาฯจะตั้งคณะทำงานจริงๆจังๆเพื่อทำงาน ไม่ใช่ไปแอบไปเที่ยวแบบบางองค์กร
... ๒. ทั้ง ๒ สภาฯจะแลกเปลี่ยนข้อมูลและยุทธศาสตร์กันอย่างเปิดเผยเพื่อชาติ
... ๓. ทั้ง ๒ สภาฯจะ "พก" กันและกันไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ยามมีการเจรจากับคนอื่น
... ๔. ทั้ง ๒ สภาฯจะทำงานเพื่อชาติและวิชาชีพ ให้เป็นปรากฎ ประชาชนรู้เรื่องและได้ประโยชน์
... ๕. ทั้ง ๒ สภาฯจะพบกันเพื่อกำหนดยุทธวธทุกเดือน โดยกำหนดทุกพุธที่ ๓ ของทุกเดือนเป็นเบื้องต้น

นับเป็นนิมิตรหมายที่ดียิ่ง ที่ระดับสภาวิชาชีพทั้ง ๒ (ซึ่งเป็นตัวแทนสถาปนิก และ วิศวกรของประเทศโดยกฎหมาย) มาพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ถกเถียง(อย่างสร้างสรร)กัน และกำหนดแนวทางการดำเนินการร่วมกันเช่นนี้.... หากปรากฎการณ์ที่เกิดนี้มิเป็นเพียงไฟใหม้ฟาง เชื่อว่าวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกร คงจะพอมีแสงสว่างที่ปากถ้ำยามเมื่อเปิดเสรีการค้าครบบริบูรณ์แล้วครับ
.
.
.
18 พ.ย. 2547 คุ ณ " พั บ น ก " แ ล้ ว ห รื อ ยั ง ห รื อ ยั ง ห รื อ ยั ง .....
ข่าวการปฎิบัติตามคำเชญชวนของท่านนายกฯทักษินบอกว่า..... ศึกษาสังกัดอาชีวศึกษานับร้อย ร่วมแสดงพลังพับนกและสอนวิธีพับนกให้กับข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการและประชาชนทั่วไป เลาขาธิการ กอศ. เชิญชวนสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศปลุกพลังเยาวชนร่วมพับนกส่งใจให้ชาวใต้ พร้อมรณรงค์ติดริบบิ้นหรือโบสีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติ
ข่าวบอกเพิ่มเติมว่า..... นายวีระศักดิ์ วงศ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) กล่าวว่า สอศ.ได้เชิญชวนสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ 412 แห่ง ปลุกพลังนักศึกษากว่า 8 แสนคน ร่วมส่งพลังใจพับนกเพื่อนำสันติภาพสู่พี่น้องประชาชนไทยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดกิจกรรมรณรงค์ “รวมพลัง รวมแรงใจ เพื่อแผ่นดินไทย” ให้เป็นรูปธรรม เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยมีความรัก ความสามัคคี ความเอื้ออาทร ความห่วงใย ความภาคภูมิใจ มีความรักในความเป็นไทยและเกิดจิตสำนึกรักผืนแผ่นดินไทย ซึ่งนอกจากทุกคนจะพับนกคนละตัวแล้ว ยังให้จัดกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มีส่วนร่วมกันพับนกอีกด้วย หากใครพับไม่เป็นก็จะให้นักศึกษาอาชีวศึกษาสอนวิธีพับให้
จึงอยากเรียนถามท่านสถาปนิกผู้สามารถทั้งหลายว่า... คุณพับนกแล้วหรือยัง หรือยัง หรือยัง
.
.
.
19 พ.ย. 2547 อนุสาวรีย์ "ตอม่อ-โฮปเวล" กำลังจะถูกทุบทิ้งแล้วจ้า....
ไม่มีใครไม่รู้จักตำนานอภิมหาตอม่อบรรลือโลกของโฮปเวล หลายคนพยายามเอามาให้เป็นประโยชน์ วงการสถาปนิกเคยมีการประกวดแบบและเสนอไอเดียกันกระฉูดว่าจะเอามันไปทำอะไรดี ..แต่ทุกอย่างก็เงียบเจื้อย เพราะว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเจ้าของพื้นที่ กับบริษัทโฮปเวลเจ้าของตอม่อ ยังเป็นความกันไม่หยุด

จนกระทั่งตอนนี้มีกระซิบออกมาว่า ท่านผู้ว่าการรถไฟฯ ดร.จิตต์สันติ ธนะโสภณ สั่งให้ทุกอภิมหาตอม่อนี้เป็นการประเดิมชัยก่อน 25 ตอม่อ โดยการรถไฟฯเตรียมทำเรื่องเสนอขอมติ ครม.อนุมัติงบฯในการรื้อถอน วงเงิน 300 ล้านบาท ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำเขตทางมาก่อสร้างโครงการทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) ช่วงมักกะสัน-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28.5 กิโลเมตร เนื่องจากปัจจุบันตอม่อของโครงการโฮปเวลล์กีดขวางพื้นที่การก่อสร้างอยู่

ก่อนหน้านี้พอ บ.โฮปเวลรู้ข่าว ก็ทำจดหมายมาบอกการรถไฟว่า "ห้ามรื้อนะ" เพราะเป็นสมบัติของบริษัท ถ้ารื้อละก็ได้ฟ้องร้องให้แงๆเชียว การรถไฟก็ส่งเรื่องให้กรมอัยการพิจารณา แต่การพิจารณาต้องใช้เวลามากจึงยังไม่มีผลออกมา การรถไฟรอไม่ไหว เพราะถ้ารอไปแอร์พอร์ตลิงค์สงสัยจะมีปัญหา จึงตัดสินใจสั่ง "ทุบ" แล้วคร๊าบบบบ
นี่แค่ ๒๕ ตอนะครับ ทั้งหมดกี่ร้อยกี่พันตอ ว่างๆจะเดินไปนับครับ
.
.
.
20 พ.ย. 2547 ขุนคลังประกาศ ๖ มาตรการช่วยอสังหาริมทรัพย์
ไม่ค่อยอยากจะเขียนเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะดูจะเป็นงานเป็นการเกินไป แต่พอมาคิดอีกทีก็เป็นการ "บันทึก" และกระซิบบอกให้คนขี้เกียจอ่านหนังสือพิมพ์ได้อ่านกันสักหน่อยก็คงจะดี เพราะท่าน รมต.คลัง คุณสมคิด ได้ประกาศออกมาเมื่อวานนี้เกี่ยวกับการสนับสนุนอสังหาริมทรัพย์ไว้ ๖ มาตราการ ดังต่อไปนี้ครับ......
1. การพัฒนาเรื่องข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ให้ครอบคลุมทุกด้านเพื่อให้ผู้ประกอบใช้ประกอบในการวางแผนธุรกิจ โดยภายในปี 2548-2549 ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯจะต้องมีข้อมูลครบถ้วนทุกประเภทและครอบคลุมทั่วประเทศ
2. การส่งเสริมให้มีการบริโภคบ้านมือสองมากขึ้น โดยจะให้ ธอส.ร่วมกับภาคเอกชน พัฒนาตลาดบ้านมือสอง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจบ้านมือสองมากขึ้น
3. เร่งผลักดันพระราชบัญญัติการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow Accounts) ให้สามารถประกาศใช้ได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า เพื่อคุ้มครองและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
4.การพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยให้กรมธนารักษ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และผู้ประกอบการร่วมหาแนวทางพัฒนาเมืองไปในทิศทางดังกล่าว
5. ให้กรมธนารักษ์เข้าไปดูถึงพื้นที่สร้างสาธารณะประโยชน์ร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยใช้แนวคิด PPP (Public Private Partnership) ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะให้รัฐกับเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการใดโครงการหนึ่งร่วมกัน
6. การพัฒนาตลาดทุนตลาดเงินให้เกื้อหนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้นโดยเร่งผลักดันกองทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เกิดขึ้นให้ได้
.
.
.
22 พ.ย. 2547 สยามประเทศใน Guinness Book of Record 2005
หนังสือรวบรวมที่สุดต่างๆของโลก Guinness Book of Record เล่มล่าสุดประจำปี 2005 มีเรื่องของ
เมืองไทยเราอยู่ ๕ เรื่องครับ เป็นเรื่องเก่าบ้าง ใหม่บ้าง ดังนี้ครับ.....
๑. แฝดแบบ Siamese คู่แรกของโลก อิน-จัน
๒. โต๊ะจีนลิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ลพบุรี
๓. วงดนตรี สัตว์ใหญ่ที่สุดในโลก วงดนตรีช้าง ที่ลำปาง (วาทยกรโดย สองคน อเมริกัน)
๔. ชื่อสถานที่ที่ยาวที่สุดคือชื่อเมือง กรุงเทพมหานคร
๕. การจับยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เฮโรอีน จำนวน 1.2 ตัน ปี 1997 ที่ระยอง

ส่วนผ้าขาวม้ายาวที่สุดในโลก แบะแซยักษ์ กระยาสารทยักษ์ ผัดไทยยักษ์ หอยทอดยักษ์ ธูปยักษ์ ไม่อยู่ในเล่มนี้ ครับ และน่าเสียดาย สถิติการเต้น แอโรบิคที่มีคนร่วมเต้นมากที่สุดในโลกก็ไม่อยู่ในเล่มนี้ครับ .... มีผู้อ่านคนหนึ่งกระซิบวิจารณ์ดังๆว่า.... เล่ม ปี 2006 คงมีอีกสอง รายการคือ... พับนกมากที่สุดในโลก และ โรงแรมที่ เหมือนวัดที่สุดในโลก
.
.
.
23 พ.ย. 2547 ภูเก็ตยังบูมมมมมม มากอยู่เลย......
เมื่อวันก่อนลงไปธุระที่เกาะภูเก็ต นั่งรถสำรวจพื้นที่อยู่พักใหญ่ๆ ก็พบว่า ธุรกิจการก่อสร้างทั้งหลายในเกาะภูเก็ตเป็นไปอย่างที่มีข่าวล่ำลือจริงๆ เพราะไปทางไหนก็เจอแต่งานก่อสร้างทั้งนั้น ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ...ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา
ได้ลงพื้นที่คุยกับชาวบ้านชาวเมืองในเรื่องนอกเหนือจากการก่อสร้าง ชาวบ้านท่านบอกว่าเรื่องที่ชาวภูเก็ตแท้ๆเป็นห่วงอยู่ขณะนี้ก็คือ "ตอนนี้มีคนต่างชาติอยู่ในภูเก็ตมากกว่าคนภูเก็ตเสียอีก"
ก็เลยถามเขาไปว่า... "ฝรั่งมากขนาดนั้นเชียวหรือ"
ชาวบ้านท่านตอบว่า... "ไม่ใช่ฝรั่ง แต่เป็นชาวพม่าหน่ะ"
ถามต่อไปว่า... "หมายความว่าอะไรหรือครับ"
ชาวบ้านท่านบอกว่า.... "จริงๆนะ ลองเข้าไปดูแหล่งทำงานใหญ่ๆทั้งหลายดูซิ แล้วจะรู้ว่ามีชาวพม่ามากจริงๆ ไม่ใช่เรื่องของการก่อสร้างเท่านั้นนะ แต่รวมถึงพวกร้านค้าใหญ่ๆ แหล่งบันเทิงหลังร้าน สนามกอล์ฟ เป็นต้น มีอยู่หลายแห่งที่มีชาวพม่ารวมกันทำงานเกินกว่า ๑,๐๐๐ คน"
ถามท่านต่อไปว่า... "แล้วถูกกฎหมายหรือเปล่า"
ท่านเสียงเข้มบอกว่า... "มันก็ปนกัน ก็อย่างที่รู้ๆนั่นแหละ"
จ บ ข่ า ว ค รั บ ผ ม
.
.
.
25 พ.ย. 2547 ๑๐ ข่าวพาดหัวอสังหาฯ.... 90% ไปฉิว ...เชื่อได้หรือไม่
วันนี้ลองเปิดพาดหัวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงงานออกแบบ คำนวน และก่อสร้างด้วย พบว่า.... ตอนนี้ข่าวชักจะไม่ค่อยเป็นข้อมูลข่าวที่ทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไรจริงๆในวงการข่าวของเมืองไทยแล้ว ลองมาดู "พาดหัวข่าว" ๑๐ ข่าวล่าสุดที่ปรากฎในสื่อหนังสือพิมพ์ของเราดูนะครับ (แล้วคิดพิจารณาเองนะครับ ว่าข่าวไหนเชื่อถือได้ ข่าวไหนต้องคิดก่อนเชื่อ และภาพรวมของจริง กับภาพรวมของข่าวนั้น เหมือนกันหรือแตกต่างกันครับ) ....๑๐ ข่าวพาดหัววันนี้คือ...

๑. ดีเวลอปเปอร์แห่ผุดทาวน์เฮ้าส์รับปี48 จับตาบ้านราคา7แสน-1.2ล้านมาแรง
๒. 'ฮาริสัน' ซุ่มจูนหัวรบเข้าตลท. > กระจายหุ้น 40 ล้านหุ้น/ปั้นบ.ลูก "อาไรออน" ลุยซื้อตึกต่อยอดรายได้
๓. กฤษฎาทุ่ม ๓๖๑ ล้านคว้ากองทุนฟื้นฟูย่านประเวศ เตรียมผุดบ้านเดี่ยว ๓๐๐ ยูนิต
๔. "กสิกรไทย"ดันปล่อยกู้ เปิดศูนย์บริการสินเชื่อ
๕. โรยัล ปาร์ค วิลล์เร่งยอดขายอัดแคมเปญดาวน์ 0% สู้คู่แข่ง
๖. บิ๊กอสังหาฯ มหาชัยชิมลางบ้านหรู 20 ล. (บริษัท มหาชัยเมืองทองบ้านและที่ดิน จำกัด)
๗. "ธำรง" ถอดใจเลิกทำนิรันดร์ฯคอนโด เหตุกฎหมายคุมเข้มเกินไป
๘. เครือญาติแลนด์เบนเข็มบุกตจว.ยึดกระบี่ผุดคฤหาสน์หรู 120 ล.-ชาวอังกฤษสั่งจองหลังแรก
๙. "คูดู"บุกหนักบ้านหรู เปิด"เดอะทรีส์สาทร" บ้านเดี่ยวกลางกรุง90ล.
๑๐. เมโทรสตาร์ ติดปีกหลังเข้า ตลท. ลุยเทคที่ดิน-อาคารต่อยอดธุรกิจ
รู้สึกไหมครับว่าเรื่องหวัดนกหรือภาคใต้ ไม่ได้ทำให้วงการอสังหาฯกระเทือนเลย ๕๕๕
.
.
.
26 พ.ย. 2547 จากรั้วสำเร็จรูป สู่บ้านสำเร็จรูป ของ CPAC
มีข่าวมาจาก CPAC บอกว่า ตอนนี้ CPAC กำลังรื้อตำราเดิมเกี่ยวกับดารผลิต "บ้านสำเร็จรูป" ออกมาปัดฝุ่นใหม่ หลังจากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วพยายามทำตลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากชาวบ้านยังไม่ยอมรับระบบบ้านแบบ Prefabrication ...ครั้งแต่เมื่องเปลี่ยน line การผลิตบ้านสำเร็จมาทำ "รั้วสำเร็จรูป" ปรากฎว่ามีเสียงตอบรับเป็นอย่างดี (แปลว่าขายดี) จึงปัดฝุ่นเอาโครงการบ้านสำเร็จรูปมาอีกครั้งหนึ่งครับ ข่าวเขาบอกว่า.....
"เครือซิเมนต์ไทย นำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปมาปรับปรุงใหม่ เพื่อเข้าไปทำตลาดในโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกต่างกับผลิตภัณฑ์รุ่นเดิม ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก ติดตั้งง่าย และเป็นวัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงาน ตอนนี้ได้เริ่มป้อนให้กับโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งเหมาะกับบ้าน 2 ชั้น ขนาดประมาณ 100 ตารางเมตรขึ้นไป หรือเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบีถึงบีลบ ระดับราคาไม่สูงประมาณ 1-3 ล้านบาท และเป็นกลุ่มที่ผู้ประกอบการหันมาทำโครงการระดับนี้มากขึ้น"

"สำหรับลักษณะของผลิตภัณฑ์ จะสามารถติดตั้งได้ง่ายเพราะเป็นแบบสำเร็จรูปไปก่อติดตั้งเป็นรูปร่างได้ หรือเรียกว่าระบบ prefab ซึ่งในการทำตลาดแล้วจะพิจารณาโครงการบ้านจัดสรรที่มีปริมาณเกินกว่า 100 หลัง เพื่อให้คุ้มกับต้นทุน นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปใช้ก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรได้รวดเร็วขึ้น ราคาขายไม่เกิน 1,000 บาทต่อตร.ม. ในส่วนของการลงทุนคาดว่าจะนำเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมมาปรับปรุงและลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ ทั้งนี้คงจะไม่ทำหน้าที่เป็น Housing Sypply แต่จะเป็นผู้ผลิตและป้อนผลิตภัณฑ์ให้กับโครงการบ้านจัดสรร"
เ ล่ า ข่ า ว สู่ กั น ฟั ง น ะ ค รั บ ไ ม่ ใ ช่ โ ฆ ษ ณ า น ะ ค รั บ
.
.
.
27 พ.ย. 2547 สัมนาวิชาการเรื่อง "กฎหมายสถาปนิก" สำเร็จล้นหลาม....
วันนี้เดินเข้าไปที่สมาคมสถาปนิกสยามฯตั้งแต่เช้า เพื่อเข้าร่วมการสัมนาวิชาการ "กฎหมายสถาปนิก" ซึ่งเป็นการอบรมกันอย่างจริงๆจังๆกัน ๒ วันเต็มๆ เสาร์-อาทิตย์ ...เก็บเงินค่าอบรมด้วยนะครับ แม้ไม่ได้แพงนักหนา แต่ก็ไม่ใช่รายการฟรีๆอย่างที่หลายคนเคยพบเคยเห็น
ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะมีผู้ลงทะเบียนเข้าสัมนากว่า ๙๐ คน เมื่อรวมๆเหล่าผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการและนักกิจกรรมแล้ว ในห้องประชุมใหญ่ชั้น ๓ นั้นก็มีคนอัดเข้าไปร่วม ๑๐๐ ชีวิต ไม่ได้หนาแน่นจนล้นๆๆๆๆออกมา แต่ก็อบอุ่นจนเรียกว่า ถ้ามากกว่านี้คงกลายเป็นความร้อนครับ

เห็นการอบรมทั้งวัน ไม่เห็นใครหลับเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักท่าน ไม่ว่าจะอายุร่วม ๖๐ ปี หรือยุวสถาปนิกอายุ ๒๐ ต้นๆ ทั้งเอกชนและจากราชการ ...ในขณะที่วิทยากรก็พูดกันไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิกหรือผู้พิพากษา.... เหลือเชื่อครับ
ถ้าเรากันเป็นแบบนี้ วิชาชีพนี้ยังพอมีหวังที่จะสู้ฝรั่งมันได้แน่ๆครับผม
.
.
.
29 พ.ย. 2547 คนงานก่อสร้างหนีตายวุ่น ไฟลุกจากใต้ดิน สูงเท่าตึก 4 ชั้น
คนงานก่อสร้างวิ่งหนีตายกันวุ่น ขณะเจาะพื้นดินเพื่อลงเสาเข็มต่อเติมอาคาร จู่ๆ เกิดมีไฟพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินสูงเท่าตึก 4 ชั้น นานร่วมครึ่งชั่วโมง ก่อนใช้ช่วยกันดับไว้ได้ ด้านนักธรณีวิทยาเผยเป็นก๊าซชีวภาพ ที่เกิดจากการทับถมของพืช....

เมื่อวานนี้...ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นหมู่บ้านสุขสันต์ 5 แขวงและเขตบางแค คนงานก่อสร้างให้ได้ทำการเจาะพื้นดินลงเสาเข็ม ให้ได้ความลึก 20 เมตร (เสาเข็มเจาะแห้งแบบ ๓ ขา) เพื่อต่อเติมอาคาร หลังจากที่วานนี้เริ่มงานวันแรกและได้เจาะเสร็จไปแล้ว 1 เสา แต่เมื่อทำการเจาะต้นใหม่ไปได้ 17 เมตร จู่ๆ ก็เกิดมีไฟพุ่งขึ้นมาจากหลุมดังกล่าว มีความสูงเท่า ตึก 4 ชั้น ซึ่งโชคดีที่คนเจาะหลบได้ทัน จึงถูกไฟลวกคอ และไหม้ผมไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นคนงานก็ได้วิ่งหาถังดับเพลิงที่จะมาฉีดดับไฟ ซึ่งเมื่อฉีดๆไปได้ประมาณ 30 นาที ไฟก็ค่อยๆ เบาลง
ต่อมามีเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรณี ได้เดินทางมาตรวจสอบ พร้อมกับบอกว่า ก๊าซที่ทำให้เกิดประกายไฟดังกล่าว เป็นก๊าซชีวภาพที่เกิดจาการทับถมของพืช ไม่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงแต่อย่างใด โดยขณะเกิดเหตุนั้นอาจจะเป็นเพราะ หัวเจาะเสาเข็ม ไปกระทบกับเหล็กด้านล่าง จึงทำเกิดประกายไฟ จึงเกิดไฟลุกขึ้นมาดังกล่าว
อ่านข่าวไปก็ลุ้นไปเพราะนึกว่าเมืองไทยจะเป็นเศรษฐีบ่อน้ำมันไปซะแล้ว
.
yy
29 พ.ย. 2547 <b>ฐานานุศักดิ์ในสถาปัตยกรร
29 พ.ย. 2547 ฐานานุศักดิ์ในสถาปัตยกรรมไทย อะไรควร อะไรมิควร
สภาสถาปนิกจัดการสัมนาเรื่อง "ฐานานุศักดิ์ในสถาปัตยกรรมไทย อะไรควร อะไรมิควร" โดยการเชิญปราชญ์ทางสถาปัตยกรรมมาเป็นองค์ปาถกคือ ศ. มรว. คุณหญิงแน่งน้อย ศักดิ์ศรี, ศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี, น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น และ ดร.ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ โดยมี ศ.ดร.สุรพล วิรุฬหรักษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ.....
... วันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๑.๓๐-๑๔.๐๐ (ทานอาหารกลางวันด้วย)
... ห้องราชดำเนิน โรงแรง Royal Princess หลานหลวง

ประเด็นที่จุดประกายคือกรณีของ โรงแรมดาราเทวี จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นที่ถกเถียงกันว่าถูกต้องหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ สมควรหรือไม่ กับการนำสถาปัตยกรรมทางศาสนามาเป็นองค์ประกอบโรงแรม งานนี้สถาปนิกไทยทั้งหลายน่าจะสนใจ หากมีเวลาทางสภาสถาปนิกท่านก็ขอให้เข้าร่วม หากไม่มีเวลาก็อาจจะติดตามข่าวสารต่อไปได้ครับผม
.
.
.
30 พ.ย. 2547 บ้านและสวนแฟร์ 2004
งานบ้านและสวนแฟร์ 2004 จัดเป็นปีที่ 5 ปีนี้จัดขึ้นวันที่ 1 – 6 ธันวาคม 2547 ที่ไบเทค (บางนา) ทราบมาว่ามีกิจกรรมหลายๆอย่าง เอาใจประชาชนมากกว่าเหล่าสถาปนิกหรือนักออกแบบ เช่นกิจกรรมเหล่านี้ครับ....

อบรม – สัมมนาแก่ผู้ที่สนใจ ตลอดระยะเวลา 6 วันเต็ม.นหัวข้อที่ให้ความรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ว่าจะเป็นคอร์สการทำอาหาร การปลูกและดูแลต้นไม้ การตกแต่งบ้าน การฝึกโยคะ การนวดฝ่าเท้า และงานประดิษฐ์ต่างๆ

การประกวด “การจัดสวนริมน้ำ” จะมีการจัดแสดงแบบประกวดที่เข้ารอบทั้ง 10 แบบ บริเวณ Outdoor Zone เพื่อให้ผู้เข้าชมงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตกแต่งในพื้นที่ของตนเอง

บริการให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับบ้าน การตกแต่งภายใน และการจัดสวน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งสถาปนิก มัณฑนากร และนักจัดสวน

ชมบ้านสร้างจริงในคอนเซ็ปต์ “OUT OF THE BOX” บนพื้นที่กว่า 315 ตารางเมตร ออกแบบโดย ชูเกียรติ ลิขิตปัญญารัตน์ มัณฑนากร ร่วมกับนิตยสารบ้านและสวน ข่าวบอกว่าจะเป็นการนำเสนอรูปแบบบ้านใหม่ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองความต้องการในวิถีชีวิตของคนไทยยุคปัจจุบัน และยังรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อีกด้วย

แจกแบบบ้านสวยๆ ในราคาพิเศษๆ 5 แบบ 5 สไตล์ เพียงแบบละ 999 บาท รวมทั้งแบบบ้านที่ชนะ การประกวดออกแบบบ้านในแนวคิด “ out of the box ” มีหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่บ้านกะทัดรัด ไปจนถึงบ้านขนาดกลาง ครับผม
ท่านผู้ใดสนใจ ก็ลองไปที่ไบเทคกันนะคร๊าบ...จาบอกให้
.
.
.
1 ธ.ค. 2547 ฤา concept "สภาอสังหาฯ" ก็คือ "สภาโจ๊ก" นั่นเอง
มีข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งปรากฎออกมาตอนที่รัฐมนตรีท่านหนึ่ง ได้พบกับตัวแทนผู้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์หลายสมาคมฯ และมีการเสนอให้จัดตั้ง "สภาอสังหาริมทรัพย์" โดยมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมธุรกิจให้เป็นหนึ่งเดียวและทำหน้าที่ดูแลบริษัทผู้ประกอบการไม่ให้เอาเปรียบประชาชนผู้ซื้อบ้านทั้งด้านราคาและคุณภาพ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการศึกษาแนวทางการจัดตั้งสภาอสังหาริมทรัพย์ไทย และได้รายงานผลการศึกษาดังกล่าวว่า จะมีการรวมตัวสมาคาฯให้ร่วมมือกัน แต่ไม่ต้องออกกฎหมายหรือพระราชบัญญัติรองรับ และองค์กรที่จะให้ร่วมมือกันนั้นก็คือ :
1.สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย
2.สมาคมอาคารชุดไทย
3.สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร
4.สมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
5.สมาคมวิศวกรรม สถานแห่งประเทศไทย
6.สมาคมสถาปนิกสยาม
7.สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย
8.สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
9.สมาคมผู้ประเมินทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
10.สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย
11.สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
12.สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน
13.ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
14.ศูนย์ซื้อขายที่อยู่อาศัยครบวงจรธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) และ
15.สมาคมอสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือ
ฟังข่าวมาถึงตรงนี้ก็ขี้เกียจฟังต่อ เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ครับ
.
.
.
2 ธ.ค. 2547 บทสรุป... ฐานานุศักดิ์ในสถาปัตยกรรมไทย อะไรควร อะไรมิควร
เมื่อเที่ยงวันที่ผ่านมา...... สภาสถาปนิกจัดสัมนาเรื่อง "ฐานานุศักดิ์ในสถาปัตยกรรมไทย อะไรควร อะไรมิควร" โดยการเชิญปราชญ์ทางสถาปัตยกรรมมาเป็นองค์ปาถกคือ ศ. มรว. คุณหญิงแน่งน้อย ศักดิ์ศรี, ศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี, น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น และ ดร.ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ โดยมี ศ.ดร.สุรพล วิรุฬหรักษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ มีผู้สนใจเข้าฟังเต็มห้อง ๑๐๐ กว่าชีวิต ซึ่งการประชุมสัมนาครั้งนี้ น่าจะบันทึกได้ว่า เป็นการประชุมสัมนาที่ดีที่สุด และประสบความสำเร็จที่สุด ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติสภาสถาปนิกเกิดขึ้นมาก็ว่าได้ครับ โดยสาระสำคัญของวิทยากรแต่ละท่านพร้อมบทสรุปมีดังนี้ครับ.....

...ศ. มรว. คุณหญิงแน่งน้อย ศักดิ์ศรี กล่าวถึงฐานานุศักดิ์ของสถาปัตยกรรมไทย และมีภาพ slide ประกอบให้เห็นภาพชัดเจนทั้ง วังหลวง วังหน้า วังหลัง วัด และอาคารทั่วไป ..slide สวยงามมีคุณค่า ท่านอาจารย์อธิบายชัดเจน เห็นผู้ฟังน้อยใหญ่หยิบกระดาษดินสอจดกันระวิง

ศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี กล่าวเสริมในเรื่องของสถาปัตยกรรมไทยทั่วไป เป็นการพูดที่สนุกสนาน และได้ข้อคิด เรียกเสียฮาได้ตลอดยามท่านอาจารย์กระทบเปรียบเปรยในกรณีต่างๆ

น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น ท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมศิลปากร อธิบายต่อเนื่องเกี่ยวกับฐานานุศักดิ์ และขยายความเรื่องกฎหมาย ประวัติศาสตร์ และเทคนิคการก่อสร้างของอาคารที่ทรงคุณค่า เป็นอีกเวลาหนึ่งที่แอบเห็นผู้เข้าฟังจดปากกากันยิกๆ

ดร.ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ ] แม่หญิงสถาปนิกจากล้านนา มาพร้อมกับ Power Point ภาพถ่ายเรื่องพุทธศาสนาถูกรบกวนและลบหลู่ ละเอียดและได้อารมณ์อย่างยิ่ง สกดคนทั้งห้อง(รวมถึงท่าวิทยากรและผู้ดำเนินรายการ) นิ่งเงียบไปประมาณครึ่งชั่วโมง

บทสรุปกรณี "ดาราเทวี" เหมือนกับจะเป็นการ "ฟันธง" ที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่เริ่มมีข่าวคราวมาก็คือ..... กรณีนี้ "ผิดแน่นอน" แต่จะเป็นใครผิด ผิดแค่ไหน และผิดโดยตั้งใจหรือไม่ รวมถึงจะแก้ไขอย่างไร ต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ขอตบมือดังๆให้สภาสถาปนิกสัก ๒๐ ครั้งครับผม
.
.
.
3 ธ.ค. 2547 กระทรวงวัฒนธรรมสรุป ”โรงแรมลอกวัด” เจตนาดีไม่ได้ลบหลู่ศาสนา
อ่านความสรุปเรื่องสัมมนาข้างบน(ข้อความที่ ๒๑) แล้ว ก็มาพบข่าวนี้ในวันรุ่งขึ้น เป็นความ "ไม่รู้" หรือ "แกล้งไม่รู้" ของฝ่ายปราชญ์ทางวิชาการ หรือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ทราบได้ครับ ข่าวเขาบอกการสรุปการพิจารณาเรื่องฐานานุศักดิ์ทางสถาปัตยกรรม และการลอกเลียนสถาปัตยกรรมวัดไว้ดังนี้ครับ....

ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบความเหมาะสมโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ดาราเทวี เชียงใหม่ ที่จำลองวัดไหล่หินหลวงมาไว้ในบริเวณโรงแรมว่า หลังจากที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และหาข้อมูลในเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้คณะกรรมการฯได้รายงานข้อมูล และผลการตรวจสอบให้ตนทราบแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯได้ให้ความเห็นว่าการจำลองวัดของโรงแรมเป็นการดำเนินการที่เป็นไปด้วยเจตนาที่ดี เพราะมีการแบ่งสัดส่วนไว้อย่างชัดเจน ให้วัดจำลอง เป็นสถานที่สักการะและเคารพบูชาของพนักงานโรงแรม ไม่ใช่เพื่อให้บริการ ขณะที่ในส่วนของศิลปวัตถุต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ที่ได้รับการร้องเรียน ว่ามีการจัดวางไม่เหมาะสมนั้น เวลานี้โรงแรมได้มีการดำเนินการนำไปจัดวางไว้อย่างเหมาะสมแล้ว

“เมื่อดูจากเจตนาของโรงแรมแล้ว วัดจำลองเขาใช้เป็นที่สักการบูชาของพนักงานโรงแรม ไม่ได้นำไปใช้ในส่วนของการให้บริการ ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” นายอนุรักษ์ กล่าว
ท่านใดคิดอย่างไร คิดหาที่มาแห่งเหตุและปัจจัยแห่งผลเป็นอย่างไร ก็คิดเงียบๆนะครับ
.
.
.
7 ธ.ค. 2547 "ฮวงจุ้ย" ชี้แนวโน้มอสังหาฯปี"48 โซน ตอ.บูม ทิ้งห่างโซนใต้-ตต.
"วิศิษฎ์ เตชะเกษม" ฟันธงว่า ปีหน้าทิศที่มาแรงและเหมาะสมที่จะลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ คือ ทิศตะวันออก รวมทั้งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออกเฉียงใต้ มองลึกลงไป ได้แก่ ทำเลโซนตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออกเฉียงใต้ของ กทม. จึงน่าจับตามองการลงทุนบริเวณถนนรามอินทรา ร่มเกล้า สุวินทวงศ์ กิ่งแก้ว ไปจนถึงถนนบางนา-ตราด ส่วนทิศที่ไม่น่าจะลงทุน คือ ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะ 3 ทิศนี้ปีหน้าจะขายบ้านหรือที่ดินได้ค่อนข้างยาก สำหรับที่ดินที่อยู่ในทำเลทางทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ได้แก่ ที่ดินในโซนใต้ โซนตะวันตกของ กทม.

"วิศิษฎ์ เตชะเกษม" กล่าวเพิ่มเติมว่า..... อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัยหรือที่ดินที่จะใช้พัฒนาโครงการ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ฮวงจุ้ย" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงตัวสินค้า รูปแบบโครงการ รวมทั้งตลาด ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องตีโจทย์ให้แตก และผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
ปีหน้าหากผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคต้องการจะซื้อบ้าน ควรจะเลือกที่ดินแปลงที่มีด้านหลังอยู่ในทิศตะวันตก และด้านหน้าของที่ดินอยู่ในทิศตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผู้ประกอบการควรจะนำศาสตร์ "ฮวงจุ้ย" ไปปรับใช้กับการวางผังที่ดินหรือการวางผังแปลงบ้านจัดสรร โดยวางผังให้หลังบ้านอยู่ในทิศตะวันตก และหน้าบ้านอยู่ทางทิศตะวันออก ทำอย่างนั้นได้จะเข้าหลักฮวงจุ้ยเป๊ะ...เป็นต้น

"วิศิษฎ์ เตชะเกษม" กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า..... อย่างไรก็ตาม ศาสตร์ "ฮวงจุ้ย" แม้จะมีความสำคัญ ถ้าผู้ประกอบการ นักลงทุน คนซื้อบ้าน มีจิตใจที่ดีงามและพฤติชอบ ก็ย่อมจะประสบความสำเร็จ
อ่านแล้วจะตีความอย่างไร ก็แล้วแต่วิจารณญานของแต่ละบุคคลนะครับ ๕๕๕
.
.
.
8 ธ.ค. 2547 ปูน-เหล็กเส้น"กระชาก"ราคาลง เอเย่นต์-ผู้ผลิตมึนตลาดผันผวน
ลองอ่านพาดหัวข่าวให้ได้อารมณ์หน่อยดีไม๊ครับ....... "ภัยแล้ง น้ำมันแพง แบงก์เข้มงวด สินเชื่อรุมกระหน่ำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เอเย่นต์ปูนซีเมนต์ถล่มราคาลงต่ำสุดในรอบปีหวังรักษาเป้ายอดขายที่ผู้ผลิตใช้โบนัสก้อนโตล่อ ด้านเหล็กเส้นผู้ผลิต-เอเย่นต์มึน ผู้รับเหมาหายหัวเบี้ยวซื้อเหล็กเป็นครั้งที่สองหลังราคาตลาดโลกลง ขู่คราวหน้าไม่ต้องมาขอความร่วมมืออีก"
สถานการณ์วัสดุก่อสร้างในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวนมาก ในส่วนปูนซีเมนต์ราคาลดลงถึงถุงละ 10 บาทภายในเวลา 1 เดือน ส่วนเหล็กเส้น หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นสูงสุดเมื่อ 2 เดือนก่อนถึง ก.ก.ละ 21 บาทเศษ ณ หน้าโรงงาน ล่าสุดราคาลดลงมาเหลือ ก.ก.ละ 20 บาทเท่านั้น ผู้รู้ท่านหนึ่งกระซิบว่า.. "ตอนนี้ผู้ผลิตรายใหญ่ที่เงินทุนหนาพยายามตรึงราคาไว้ที่ ก.ก.ละ 20 บาท เพราะซื้อวัตถุดิบมาแพง แต่มีบางรายยอมขายบ้างแล้วที่ ก.ก.ละ 19.70-19.80 บาทเพื่อแก้ปัญหาเงินทุนหมุนเวียน"
ผู้รู้รายเดิมกระซิบเพิ่มเติมว่า.... "ปูนหลายยี่ห้อได้เดินเครื่องจักรผลิตปูนเพิ่มขึ้นในปีนี้ อาจจะเพราะคาดว่ารัฐบาลจะมีเมกะโปรเจคเกิดขึ้นในเร็ววัน ดังนั้นจึงอย่าชะล่าใจที่คิดว่าปีหน้าวัสดุก่อสร้างจะลดราคาลงมาได้อีก....."
เป็นข่าวดีที่ตามมาหลังจากภาระกิจพับนกเป็นกำลังใจเสร็จสิ้นแล้วครับ
.
.
.
8 ธ.ค. 2547 ตอนนี้คนงานขาดครับ รอหลังปีใหม่สักนิดนะครับ
ตอนนี้หลายท่านอาจจะต้องการที่จะเร่งงานก่อสร้างเพื่อปิดงานบ้าง ปิดงวดบ้าง หรือเพื่อให้ตัวเลขในระบบบัญชีดูดีบ้าง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องการมีตัวเลขประกอบการที่ดูดี) ....แต่รู้สึกว่าเร่งอะไรไม่ขึ้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เทศกาลลอยกระทงเป็นต้นมาครับ
ไม่ต้องตกใจกับสภาวะการแบบนี้นะครับ เพราะแรงงานก่อสร้างไทยมักจะมีปัญหาตอนช่วงสงกราณ์และช่วงปลายปีต่อปีใหม่นี้ครับ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวพืชผลกันครับ อีกทั้งยังเป็นยเทศกาลที่เหล่ารงงานไทยจะกลับบ้าไปพบปะกัน บางท่านก็จะติดลมนิดหน่อย (เพราะเพลิดเพลินกับความอบอุ่นในครอบครัว ในขณะที่ยังพอมีเงินเหลือจากการทำงานเก็บมาครับ) ....คงจะต้องรอกันไปถึงปีใหม่โน่นละครับ เหตุการณ์ทั้งหลายจึงจะคลี่คลายลงไปครับ
ตอนนี้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากจะเร่งงานก่อสร้างก็คือ "วางแผน วางแผน วางแผน" ให้ดีที่สุดครับ จัดเตรียมแบบ แผนงาน วัสดุอุปกรณ์ ฯลฯ ให้พร้อมครับ เพราะอากาศยังไม่ร้อน แถมฝนก็ยังไม่ตก เมื่อไรที่แรงงานพร้อมกลับมาแล้ว มีเวลาประมาณ ๓ เดือนเต็มๆที่จะลุยงานก่อสร้างกันได้เต็มที่ครับ
คนแก่ขอเล่าประสบการณสู่กันฟังดังนี้แลครับ
.
.
.
9 ธ.ค. 2547 ผลสำรวจความพึงพอใจบ้านเอื้ออาทร...สรุปก่อสร้างมีปัญหามากที่สุด
มีการวิจัยหนึ่งของ ป.โท ธรรมศาสตร์เพื่อสำรวจความพึงพอใจ(และความไม่พอใจ)ของผู้ซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทร ส่วนใหญ่ผู้ซื้อจะรู้สึกเฉยๆกับพอใจพอสมควร ...แต่สำหรับเรื่องผลงานการก่อสร้างนั้น ประสานเสียงกันออกมาว่า "ไม่พอใจ" มากที่สุดครับ โดยสาระแห่งความไม่พอใจมีหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับคนใน ASASA webboard คือ...
...การรั่วซึมภายในห้องน้ำ
...การรั่วซึมของหลังคา
...การรักษาความสะอาดในชุมชน

โดยมีข้อเสนอแนะจากผู้แสดงความไม่พอใจกับผลงานการก่อสร้างกับการเคหะแห่งชาติดังนี้ครับ...
๑. เข้มงวดในการตรวจงานจากผู้รับเหมาก่อสร้างที่จะโอนบ้านให้กับผู้ซื้อ
๒. ควรคัดสรรผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างที่มีฝีมือและคุณภาพ
๓. ควรเพิ่มมุ้งลวดและเหล็กดัดเพิ่มเติม และคิดราคาไปในราคาบ้านทั้งหมด (รวมในเงินกู้)
๔. ควรมีประตูหน้าบ้านและรั้วทึบบางส่วนและโปร่งบางส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัวและลดปัญหาที่จะเกิดกับบ้านข้างเคียงได้
๕. ควรขยายพื้นที่ส่วนเตรียมอาหารให้สามารถใช้ประโยชน์ได้
๖. พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านน้อย ควรลดพื้นที่ภายนอกบ้านลงบ้างเพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อให้พื้นที่ใช้สอยภายในเพิ่มขึ้น ถ้ามิฉะนั้น เจ้าของบ้านต้องเพิ่มเติมเอง อาจทำได้ไม่สวยงาม
๗. ต้องประสานงานในการแก้ไขให้รวดเร็ว และแจ้งความคืบหน้าของเรื่องที่แจ้งอยู่เสมอว่าเหตุใดที่ทำให้เกิดปัญหาในการแก้ไข
๘. ควรยกเลิกข้อห้ามต่อเติมกันสาดเพราะเมื่อฝนตกหนักน้ำจะสาดเข้าบ้าน
เป็นข้อคิดที่น่าสนใจสำหรับสถาปนิก-วิศวกรที่กำลังออกแบบบ้านราคาเยาว์ครับผม
.
yy
10 ธ.ค. 2547 <b>F.A.R และ S.O.R. มาในผัง
10 ธ.ค. 2547 F.A.R และ S.O.R. มาในผังเมืองใหม่ กทม. แน่นอนแล้วมั๊งครับ
หลังจากร่ำรอกันมานานว่าเมื่อไรผังเมืองใหม่ กทม.น่าจะคลอดออกมาสักที ข่าวเคยบอกว่าจะออกตอนเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วก็เลทื่อนไปพฤศจิกายน แล้วก็มาธันวาคม ตอนนี้ข่าวบอกออกมาอีกครับว่าน่าจก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ต้อนรับรัฐบาลใหม่ของสยามประเทศกระมัง

การกำหนดเขตสีต่างๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามสมควร แต่ที่แน่นอนก็คือเรื่องของการกำหนด FAR (Floor Area Ratio) และกำหนด OSR (Open Space Ratio) นั้นท่าจะมาแน่นอนครับ ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางกำหนดของกฎหมายผังเมืองที่น่าสนใจทีเดียวครับ รายละเอียดบางอย่างสำหรับผู้มาใหม่ก็เช่น......

เรื่อง FAR หรือ OSR โดยแต่เดิม FAR ได้กำหนดให้เป็น 10 เท่าทั่วทั้งกรุงเทพฯ แต่ผังเมืองใหม่ได้ถูกประกาศให้ FAR ลดลงเหลือ 8,6,5,4,3,2,1.5 และ 1 ต่ำสุด โดยในเขตชั้นในจะมี FAR สูงสุด 10 เท่า และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อห่างออกเขตชั้นในไปจนถึงชั้นนอกจนเหลือต่ำสุด 1 เท่า ตามร่างผังเมืองใหม่จะมีเพียงพื้นที่สีแดงย่านสีลม เพลินจิต เท่านั้นที่ FAR ยังคง 10 เท่าเช่นเดิม แต่ในพื้นที่อื่นๆ ส่วนใหญ่ล้วนแต่ลดลง โดยพื้นที่สีเขียวซึ่งตั้งอยู่ชั้นนอกจะมี FAR เหลือน้อยสุด (รวมทั้งพื้นที่สีเหลือง สีม่วงบางบริเวณ) สามารถก่อสร้างได้เพียง 1 เท่า เท่านั้น

ขยายความ OSR (Open Space Ratio) หมายถึง สัดส่วนพื้นที่ว่างของที่ดินต่อพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งข้อกำหนดนี้แต่เดิมไม่มีการกำหนดไว้ แต่ผังเมืองใหม่จะมีกำหนดไว้ตั้งแต่ 3-40% โดยในเขตชั้นในจะมี OSR ต่ำ ส่วนในเขตชั้นนอกจะมี OSR สูง ที่นี้มาว่ากันถึงผลกระทบของ OSR โดยถ้าเป็นในเขตชั้นนอก จะมีผลก็ต่อเมื่อจะสร้างอาคารตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป (ส่วนอาคาร 1-2 ชั้นจะไม่มีผล เพราะแต่เดิมก็ต้องมีการเว้นที่ว่างไว้เพียงพอตามกฎใหม่ แต่ส่วนใหญ่ในเขตชั้นนอก ก็จะก่อสร้างกันแค่ 1-2 ชั้นไม่เกินอยู่แล้ว ดังนั้น OSR จะแทบจะไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าเป็นเขตชั้นในจะมีผลกระทบมาก เพราะศักยภาพพื้นที่เหมาะกับอาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง ทำให้ต้องมีพื้นที่โล่ง ไม่มีอาคารปกคลุมมากขึ้น ส่งผลต้องเพิ่มที่ดินในการพัฒนาโครงการมากขึ้น
เกริ่นให้ฟังกันพอหอมปากหอมคอกันเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
.
.
.
11 ธ.ค. 2547 ผังเมือง กทม.ใหม่ มีระบบการแจก BONUS ด้วยนะครับ
คำว่า Bonus ในที่นี้หมายถึง ถ้าใครทำดีเพื่อสาธารณะมากกว่าปกติ ทางการท่านก็จะให้รางวัลการทำดีนั้นไงครับ หลายเมืองในโลกนี้ก็มีระบบแจกจ่าง bonus แบบนี้เหมือนกัน แต่วิธีการและเงื่อนไขการแจกรางวัลนั้นแตกต่างกัน ลองมาดูแนวทางของกฎหมายผังเมืองใหม่ของกรุงเทพฯดูนะครับว่า ท่านจะได้ Bonus ยังไงบ้างครับ......

"โบนัสกับอาคารขนาดใหญ่ในทุกพื้นที่ คือ ถ้าเจ้าของอาคารขนาดใหญ่ มีพื้นที่สีเขียวและที่ว่างที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ หรือก่อสร้างที่จอดรถสาธารณะมากกว่าที่กฎหมายกำหนด และเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปจอดรถได้ หรือก่อสร้างที่จอดรถสาธารณะมากกว่าที่กฎหมายกำหนด และเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปจอดรถได้ (ก่อสร้างที่จอดรถ 1 คัน มีโบนัสให้เพิ่มขนาดอาคารได้ 30 ตร.ม.) ผังเมืองจะมีโบนัสให้ โดยจะสามารถก่อสร้างอาคารได้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่เกิน 20% ของ FAR เดิม"
.
.
.
13 ธ.ค. 2547 นอร์แมน ฟอสเตอร์ ...สร้างสะพานบุกประเทศฝรั่งเศสครับผม
เขียนหัวข่าวไปแก้เซ็งอย่างนั้นแหละครับ ข่าวจริงๆที่อยากจะเล่าสู่กันฟังเพื่อบันเทิงปัญญา และเก็บเป็นข้อมูลไว้คุยกัน หลังจากนั้นก็ลองมาหารูปดูกันว่าจะเป็นอย่างไรนะครับ ข่าวก็คือ.....

ฝรั่งเศสเตรียมเปิดสะพานสูงที่สุดในโลกสัปดาห์หน้า ในขณะที่ภาพอาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติชาร์ล เดอ โกลด์ถล่ม ยังคงเป็นฝันร้ายของการวิศวกรรมฝรั่งเศส สะพานข้ามแม่น้ำทาร์น อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส จุดที่สูงที่สุดของสะพานนี้สูงถึง 343 เมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงที่มากกว่าหอไอเฟล 23 เมตร นอกจากชื่อเสียงในด้านความสูงแล้ว สะพานนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดในอีกหลายเรื่อง เช่น ความสง่างามเสาที่ใช้ค้ำสะพาน และความเบาของโครงสร้างที่มีน้ำหนักเพียง 36,000 ตัน เป็นต้น ต้นทุนค่าก่อสร้างสะพานนี้ทั้งสิ้น 524 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางการฝรั่งเศสกำหนดเปิดสะพานที่สูงที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการในวันอังคารหน้า สะพานนี้จะเป็นความภาคภูมิใจของคนฝรั่งเศสอย่างแน่นอน หากไม่มีชะตากรรม เช่นเดียวกับอาคารที่พักผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติชาร์ล เดอ โกล์ด อย่างไรก็ตาม คนที่ออกแบบสะพานฝรั่งเศสที่สูงที่สุดในโลกนี้คือ นายนอร์แมน ฟอสเตอร์ ซึ่งเป็นสถาปนิกสัญชาติอังกฤษ
เมืองนอกสะพานต้องใช้สถาปนิกออกแบบ เมืองไทยบ้านยังไม่เห็นต้องให้สถาปนิกออกแบบ แปลกดี
.
.
.
13 ธ.ค. 2547 "กระทรวงก่อสร้างและขนส่ง" ...คุณเคยได้ยินชื่อนี้ไม๊ครับ
เพราะระบบการบริหารบ้านเมืองเรากำลังมีการปรับเปลี่ยนมากมาย หลายท่านยังไม่ทราบเลยว่าตอนนี้บ้านเรามีกระทรวงกี่กระทรวง บางกระทรวงก็ชื่อแปลกๆจนไม่ทราบเหมือนกันว่ารับผิดชอบอะไรบ้าง ....และบัดนี้ก็มีชื่อใหม่เกิดขึ้นอีกชื่อ (ภายใต้เหล้าเก่า) ครับ ข่าวเขาบอกมายังงี้ครับ....
กระทรวงก่อสร้างและขนส่งจะมีความรับผิดชอบ 4 ด้านคือ
...1.การกำหนดนโยบายด้านการก่อสร้างและขนส่ง
...2.การกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแล
...3.การสนับสนุนและส่งเสริม
...4.การปฏิบัติการด้านการก่อสร้างและขนส่ง

โครงสร้างเบื้องต้นของกระทรวงจะมีหน่วยงานหลักประกอบด้วย 3 หน่วยได้แก่
...A. งานด้านนโยบายและมาตรฐาน มีหน่วยงานประกอบด้วย สำนักงานนโยบายและแผนสำนักงานผังเมือง, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมพาณิชย์นาวี และกรมมาตรฐานก่อสร้าง
...B. งานด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีหน่วยงานประกอบด้วย กรมทางหลวง และกรมโยธาธิการ และ
...C. งานด้านขนส่ง ประกอบด้วย กรมขนส่งทางบก, กรมขนส่งทางน้ำและกรมขนส่งทางอากาศ

นอกจากนี้ จะเพิ่มหน่วยงานพิเศษเข้ามาด้วย ได้แก่ สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการก่อสร้าง สถาบันส่งเสริมกิจการขนส่ง สภาวิศวกร/สภาสถาปนิก โดยทั้งหมดจะขึ้นตรงกับสำนักงานปลัดกระทรวงและมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นหน่วยงานอิสระ ในการตรวจสอบการทำงาน
ขณะนี้โครงสร้างเบื้องต้นที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการศึกษาได้ข้อสรุปในเบื้องต้นแล้วกำลังอยู่ระหว่างการเสนอความเห็นชอบจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม พิจารณา เพื่อนำเสนอตามขั้นตอนการจัดโครงสร้างกระทรวงใหม่ต่อไป
อ่านเฉยๆ ยังไม่ต้องจำหรือปรับตัวอะไร มีอะไรจะมากระซิบต่อนะครับ
.
.
.
14 ธ.ค. 2547 สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย กับงาน TALA EXPO'04
นับเป็นการจัดงานใหญ่ ครั้งที่สอง ของ สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย มีขึ้นในวันที่ 15 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เวลา 10:00 - 20:00 น. มีส่วนที่น่าสนใจมากมาย เช่น "พฤกษาดำเนิน" "สวนประกวด" "คลีนิคภูมิทัศน์ชาวบ้าน" เชิญชมและเลือกซื้อสินค้า และ บริการที่เกี่ยวข้องกับ งานภูมิทัศน์ ทั้งส่วนของต้นไม้ และองค์ประกอบทางภูมิทัศน์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสัมนาวิชาการเป็นประจำทุกวัน เช่น...
... สวนสวยด้วยไม้ป่า โดย อ.เอื้อมพร วีสมหมาย (เย็นวันที่ ๑๕)
... ไม้ใหญ่ในเมือง โดย ศ.เดชา บุญค้ำ (เช้าวันที่ ๑๖)
... Belt Collin ใน1 ทศวรรษ โดย คุณสมหวัง ลีวาณิชยกูล (เย็นวันที่ ๑๖)
... ภูมิทัศน์เมืองกับการท่องเที่ยว โดย ดร.พงศ์ศักดิ์ วัฒนสินธุ์ (เช้าวันที่ ๑๗)
... สุนทรียภาพในภูมิทัศน์เมือง โดย ผศ.รุจิโรจน์ อนามบุตร (เย็นวันที่ ๑๗)
... สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน โดย อ.ยุพดี เลื่อนฉวี (เช้าวันที่ ๑๘)
... ภาครัฐ-เอกชนกับการพัฒนาภูมิทัศน์ในเมือง โดยคุณสัจจา พุกสุขสกุล และคุณปัญญาโชติ สอนคม (เย็น ๑๘)
... สวนสวยช่วยครัว โดย ผศ.ศศิยา ศิริพานิช (เช้าวันที่ ๑๙)

นอกจากนี้ยังมีการให้คำปรึกษาทุกบ่ายๆ (๑๕.๐๐-๑๖.๓๐ น) มีตารางดังนี้ครับ...
วันที่ ๑๕ โรคและแมลง โดย ผศ.อดิศักดิ์ บ้วนกิยาพันธ์
วันที่ ๑๖ การให้ปุ๋ย โดย ดร.สุเทพ แพรทอง
วันที่ ๑๗ สนามหญ้า โดย คุณศุภชัย วิจารณญาณ
วันที่ ๑๘ การออกแบบสวนแบบต่าง ๆ โดย อ.ศนิ วิรัชพันธุ์ และ ผศ.ดร.อริศรา มีนะกนิษฐ์
วันที่ ๑๙ พืชและพันธุ์ไม้ โดย ผศ.ดร.ณัฐ นิชกรรม

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษเพิ่มในวัน วันเสาร์-อาทิตย์ (วันที่ ๑๘-๑๙) คือ...
เสาร์ ที่ 18 ธันวาคม 2547
9.00 - 11.00 น. DOG SHOW และ การแจกลูกโป่งดัดจากตัวตลก
14.00 - 17.00 น. กิจกรรมพิเศษสำหรับเด็ก โดยกลุ่มต้นกล้าไม้ใหญ่
อาทิตย์ 19 ธันวาคม 2547
9.00 - 11.00 น. The Juggler
14.00 - 17.00 น. กลุ่มละครใบ้
ทั้งหมดจัดขึ้นที่ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ครับผม
.
.
.
15 ธ.ค. 2547 เอาละครับ.... สถาปนิกถูกอสังหาฯบุกบ้างแล้วครับ
ที่ผ่านมาเราจะได้ยินข่าวเนืองๆว่า สถาปนิกผันตัวเอง(หรือแตกลายน์)ไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กันไม่น้อย บางคนก็ไปแล้วไปลับ บางท่านไปแล้วก็หวนกลับมาสู่วิชาชีพเหมือนเดิม (จะหวนมาเพรีความหอมหวานวิชาชีพ หรือหวนกลับเพราะไปทางธุรกิจไม่รอด ก็แล้วแต่บุคคลครับ) ...แต่เราไม่ค่อยได้ยินข่าวการถูกบุกเลย แค่...มาถึงวันนี้ โลกเปลี่ยนไปบ้าง ผู้ประกอบการอสังหาฯประกาศบุกวงการสถาปนิกแล้วครับท่าน....

อนันดาฯส่ง "วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค" ลุยตลาดออกแบบและตกแต่งภายใน โชว์ผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ U Design คาดว่าปี'47 ทำยอดขายถึง 60 ล้านบาท
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เผยว่าจะพัฒนาการให้บริการที่ดีขึ้น จึงเร่งขยายงานในส่วนของงานออกแบบ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของอนันดาฯ โดยปัจจุบันจะรับผิดชอบในการออกแบบบ้านของอนันดาฯทั้งหมด "ตลาดการให้บริการออกแบบบ้านมีแนวโน้มที่ดี และทีมงานของวินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค ก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับบริษัทอื่นๆได้"

"เรานำคอนเซ็ปต์ ดีไซน์ (U Design) เข้ามาใช้ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้า สามารถออกแบบตกแต่งภายในด้วยตัวเอง โดยมีวินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค เป็นที่ปรึกษา ตั้งแต่การออกแบบ การควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงการแนะนำในการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง โดยที่บริษัทฯ จะเป็นตัวกลางในการติดต่อกับกลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง เพื่อขอราคาพิเศษ ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ ในราคาถูกกว่าปกติ ขณะเดียวกัน วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค ก็จะทำหน้าที่ออกแบบและตกแต่งภายใน ตามที่ลูกค้าต้องการแบบเฉพาะเจาะจงตามคอนเซ็ปต์ และดีไซน์ของเจ้าของบ้าน"
ใครอ่านแล้วคิดอะไรไม่ออก ก็ช่วยบอกกันอย่างสุภาพว่า Welcome กระมังครับ
.
.
.
16 ธ.ค. 2547 ว า ท ะ ข อ ง ห ล ว ง ต า ม ห า บั ว.......
เป็นที่ทราบกันอย่างประชาชนเต็มขั้นว่าการขึ้นมาของรัฐบาลนายกทักษินนั้น ส่วนหนึ่งเพราะมาจากการสนับสนุนของ "หลวงตามหาบัว" หลังจากนั้นก็มีการให้กำลังใจมาโดยตลอด แต่มีสิ่งที่น่าสนใจที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เกี่ยวกับการเทศน์ของหลวงตาเรื่องของประเทศชาติและการดำเนินการของรัฐบาลไว้น่าสนใจดังนี้ครับ......

หลวงตาท่านเทศน์ถึงเรื่องบ้านเรื่องเมืองว่า.... "บ้านเมืองเราเวลานี้มืดมนมาก ถูกสิ่งที่มืดดำเอาอำนาจป่าเถื่อนมาบีบบังคับทุกแง่ทุกมุมเวลานี้ หาความสุจริตไม่ได้เลย มีตั้งแต่คนชั่ว เดี๋ยวนี้ครองบ้านครองเมือง เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงครอบคนดีในเมืองไทยเรา แม้แต่พระก็เดือดร้อนเวลานี้"

และท่านกล่าวเทศน์ตอนจบถึงรัฐบาลว่า.... "ที่พูดเป็นเพียงเตือนไว้ รัฐบาลเราก็เรียกว่าเราเตือนไว้เหมือนกัน อย่าพองตัวจนเกินไปนะ รัฐบาลเราเดี๋ยวมันจะพังว่างี้เลย อย่าพองตัวเกินไปรัฐบาล เดี๋ยวมันจะพังนะ เดี๋ยวนี้มันจะกลายเป็นอึ่งอ่างไปแล้ว พองตัวขึ้นๆ แข่งกับวัว วัวกินหญ้าเฉย เจ้าของท้องแตก อันนี้พองกับความจริงซึ่งใหญ่โตมาแต่กาลไหนๆ อย่าไปพองหนามันจะฉิบหาย ชาติไทยของเรานี้ละจะฉิบหาย ผู้ใหญ่จะพาให้เจริญมันจะกลับเป็นสังหารชาติตัวเองนะถ้าไม่มองดูธรรม ถ้ามองดูธรรมจะค่อยเป็นค่อยไป เอานั้นเข้ามาแทรก เอานี้เข้ามาแทรก ทราบมีแต่เรื่องที่จะเป็นภัยต่อชาติไทยของเรา อย่างศาสนาๆ จะเอาศาสนาที่ไหนก็ไม่รู้ เป็นอย่างนี้ละ มีแต่เรื่องของปลอมๆ ทั้งนั้นเข้ามาแทรกทุกวันนี้ จะทำลายตัวเองเท่านั้นละ......."
ฟังเทศน์เสร็จ อ่านข่าวเสร็จ คงได้แต่รับทราบและกล่าวคำว่า "สาธุ" ครับผม
.
.
.
17 ธ.ค. 2547 ว า ท ะ ข อ ง ห ล ว ง ต า ม ห า บั ว ( ภ า ค 2 )
เมื่อวานซืนนี้ (๑๕ ธค.) หลวงตามหาบัวกล่าวถึงเรื่อง "อย่าพองตัวจนเกินไป" โดยเทศน์ให้ยั้งคิดว่า...“...มันจะกลายเป็นรัฐบาลอาภัพไปนะ หนักเข้า ๆ รัฐบาลนี้มันจะเป็นรัฐบาลอาภัพ เพราะมักใหญ่ใฝ่สูงเกินเนื้อเกินตัว ได้ทราบว่าเดี๋ยวนี้จะเป็นประธานาธิบดี เราทราบว่าอย่างนั้น ตั้งหน้าตั้งตาลูบกันใหญ่ ตั้งหน้าตั้งตาจะขึ้นไปถึงประธานาธิบดี.”. ตามข้อความข้างบน นับเป็นที่ฮือฮาอย่างเงียบๆ

และเมื่อวานนี้ (๑๖ ธค.) ท่านหลวงตาก็เทศน์ต่อเนื่องอีกครั้งเพื่อเตือนสติรัฐบาลอีกครั้งว่าด้วยเรื่อง "อย่าเป็นลิงโลดโดดไม้ผุ" ตามรายละเอียดสังเขปในการเทศน์ของท่านดังนี้ครับ....

“...เราวิตกจริง ๆ รู้สึกมันแปลก ๆ อยู่นะเมืองไทยเราระยะนี้ เราก็เตือนอย่างนี้ละ ธรรมท่านไม่ตื่นเต้น ธรรมท่านสม่ำเสมอ ดูรอบคอบขอบชิดทุกอย่าง แต่เรื่องโลกมันผาดมันโผนโจนทะยาน โดดไปโดดมาก็จะไปโดนเอากิ่งไม้ผุเหมือนลิงนั่นซิ ลิงโดดโน้นโดดนี้ พอโดดไปถูกกิ่งไม้ผุ กิ่งไม้ผุหักตูมลงไปนั้น ตกลงบนหินดาน คือลิงมันโดดโน้นโดดนี้ ไปโดดเอากิ่งไม้ผุ กิ่งไม้ผุพาพัง แล้วลิงนั้นตกลงไปไปถูกหินดาน ลิงลงหินดาน ไม้ก็ทับลิงตายอยู่นั้น นี่เรากลัวมันจะเป็นลิงโดดไม้ผุนั่นนะ ได้ระวัง ได้เตือนไว้ แต่ลิงโดนไม้ผุมันก็สะเทือนใจมาตั้งแต่นั้น ได้เอามาเป็นคติเครื่องเตือนใจ นี่ถ้าจะทำแบบผาดโผน แบบลิงนั้น เดี๋ยวมันจะโดนไม้ผุนะ เท่านั้นแหละ มันเห็นนี่นะ ถ้าเห็นแล้วก็พูดได้ชัด ๆ อย่างนี้ไม่สงสัย กิ่งไม้ตายมันผุ ลิงมันโดดไปจับก็หักละซิ หักก็พันกันลงมาเลย ฟาดลงใส่หินดาน ลิงตกลงหินดาน ไม้ที่ลิงเกาะมันก็ตกลงทับลิงตายอยู่ด้วยกัน นี่เรากลัวมันจะโดดใส่กิ่งไม้ผุเมืองไทยเราน่ะ ไม่ใช่ของดี ตั้งแต่ลิงมันก็สะเทือนใจแล้ว แล้วคนทั้งประเทศพังลงนี้มันจะไม่กระเทือนยังไง คนไม่ใช่ลิง มีเท่านั้นละ"
เราท่านสถาปนิกทั้งหลาย "พองตัวจนเกินไป" หรือ "เป็นลิงโลดโดดไม้ผุ" บ้างหรือเปล่าครับ
.
yy
18 ธ.ค. 2547 <b>การประชุม FTA ของ ASEAN
18 ธ.ค. 2547 การประชุม FTA ของ ASEAN เรื่อง ARECHTECT ครับ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีการประชุมร่วงของประเทศในกลุ่มอาเซียนเรื่องการเปิดเสรีการค้าเกี่ยวกับการบริการครั้งที่ ๓๙ ครับ .....ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะมีเรื่องเกี่ยวกับการให้บริการของอาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมอยู่ด้วย ซึ่งสาระที่สำคัญที่เกี่ยวกับพวกเราก็เป็นเรื่องของการกำหนด "กรอบการปฎิบัติงานของสถาปนิก" ที่จะเปิดเสรีในอาเซียนครับ

เมื่อการประชุมครั้งที่แล้วนั้น ประเทศไทยเราไม่มีตัวแทนสถาปนิกเข้าไปร่วมประชุมด้วย แต่คราวนี้มีตัวแทนของ "สภาสถาปนิก" เข้าไปร่วมประชุม เป็นการประชุมต่อเนื่องมาจากการเสนอกรอบของประเทศมาเลเซีย โดยมาเลเซียได้นำเอาเอกสารของ UIA มาเป็นต้นแบบในการทำงาน

สภาสถาปนิกได้ตั้งกลุ่มคนทำงาน ทำงานเร่งด่วนให้เสร็จใน ๔๘ ชั่วโมง เพราะว่าเพิ่งทราบเรื่องจากราชการเรา อ่านเอกสารและศึกษาเอกสาร(ภาษาต่างประเทศกันเป็นปึกๆๆๆๆ) แล้วสรุปความเบื้องต้นว่า ข้อเสนอของมาเลเซียนั้นค่อนข้างแย่ เพราะเป็นกรอบที่ประเทศในเครือจักรภพอังกฤษจะได้เปรียบมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้ง AAC (ASEAN Architect Council) หรือการใช้ ACCORD ต่างๆ จึงเห็นว่าน่าจะ "ล้ม" paper ของมาเลย์ไปก่อนแล้วค่อยหาทางร่างกันใหม่ ที่เป็นประโยชน์ มีความเท่าเทียม และมีความยุติธรรมด้วยกันทุกฝ่าย

ในการประชุมที่เกิดหลังจากทางเราเตรียมการแล้ว ก็เป็นไปอย่างที่เราต้องการ โดยที่ทางเมืองไทยไม่ต้องออกแรงอะไรมาก เพราะประเทศเพื่อนบ้านเมื่อทราบเรื่องก็ทำการคัดค้า(อย่างนักการทูตช่างพูด) จนทางมาเลเซียถอนร่างที่ตนนำเสนอกลับไปก่อน แล้วอีกประมาณ ๒-๓ เดือนก็กลับมาคุยกัน-ร่างกันใหม่ครับ
นับเป็นความสำเร็จในการ "ป้องกันประเทศ" ครั้งหนึ่ง หลังจากมีพวกขายชาติแต่อยากเที่ยวไปทำอะไรมิดีมิร้ายมาครับ
.
.
.
19 ธ.ค. 2547 ประกันภัยวิชาชีพสถาปนิกมาแล้วครับ......
เขาว่าสถาปนิก-วิศวกรไทยเป็นคนที่มีความกล้าหาญมาก เพราะวิชาชีพสถาปนิก-วิศวกรเป็นอาชีพเสี่ยง มากอย่างหนึ่ง เสี่ยงในเรื่องความรับผิดชอบต่อความเสียหายของงานที่เราทำ (ถ้าพลาดต้องชดใช้กันหัวโต) ไม่ใช่เป็นการเสี่ยงกับโรคเอดส์หรือลูกปืนนะครับ
ตอนนี้มีข่าวว่า.... บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด จะเปิดตัวกรมธรรม์ประเภทใหม่ ในปีหน้านี้ได้แก่กรมธรรม์ความรับผิดตามกฎหมายอันเกิดจากการประกอบอาชีพ (professional indemnity insurance : PII) ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันกรณีเกิดความผิดพลาดในการประกอบอาชีพ โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ วิศวกรและสถาปนิก ซึ่งมีอัตราความเสี่ยงสูง โดยรูปแบบการรับประกันภัย ประกอบด้วย
...1.ประกันแบบส่วนบุคคล
...2.ประกันแต่ละโปรเจ็กต์ (single project)
...3.รับประกันตลอดปี

บริษัทเขาบอกต่ออีกว่า... กรมธรรม์รับผิดตามกฎหมายอันเกิดจากการประกอบอาชีพ เป็นกรมธรรม์ที่เกิดจาก ข้อบังคับ TOR ที่บริษัทผู้ประกอบวิชาชีพต้องทำกับผู้ว่าจ้าง ซึ่งกรมธรรมนี้เบี้ยประกันราคาแพง เพราะโครงการที่ผู้เอาประกันรับทำจะมีมูลค่าสูง และการคำนวณเบี้ยแต่ละรายจะแตกต่างกันตามความเป็นมืออาชีพของผู้ทำประกันว่ามีความรู้และความชำนาญมากน้อยแค่ไหน
.
.
.
20 ธ.ค. 2547 ฐ า น เ งิ น เ ดื อ น ส ถ า ป นิ ก ๒ ๕ ๔ ๘
แอบไปรู้เรื่องสถาปนิกผู้ใหญ่คุยกันเรื่องฐานเงินเดือนของสถาปนิกปี ๒๕๔๘ ซึ่งก็มีอยู่หลายๆฐาน ก็เลยแอบ copy มาให้อ่านกันเล่นสัก ๒ ฐาน เผื่อจะพอเป็นข้อมูลให้ทั้งผู้จ่ายเงินเดือนและผู้รับเงินเดือนในปีหน้าครับ ส่วนอ่านแล้วใครจะบอกว่าน้อยไป หรือมากไป ก็คงแล้วแต่แต่ละคนจะคิดจะพูดนะครับ.... ผมไม่เกี่ยวครับ
ฐานของบริษัทที่ ๑
ประสบการณ์ 00 ปี = 12,000 บาท
ประสบการณ์ 01 ปี = 15,000 บาท
ประสบการณ์ 02 ปี = 17,000 บาท
ประสบการณ์ 03 ปี = 19,000 บาท
ประสบการณ์ 04 ปี = 21,000 บาท
ประสบการณ์ 05 ปี = 23,000 บาท
ฐานของบริษัทที่ ๒
ประสบการณ์ 00 ปี = 11,000 บาท
ประสบการณ์ 01 ปี = 13,000 บาท
ประสบการณ์ 02 ปี = 15,000 บาท
ประสบการณ์ 03 ปี = 17,000 บาท
ประสบการณ์ 04 ปี = 19,000 บาท
ประสบการณ์ 05 ปี = 21,000 บาท
ท่านผู้ใดอยากจะสร้างฐานที่ ๓ หรือ ๔ หรือ ๕ ก็เชิญตามสะดวกนะครับผม
.
.
.
21 ธ.ค. 2547 เขาว่าบ้านจัดสรรจะขายดีเดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์ครับ
ใครที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ตอนนี้ คงจะรู้สึกได้อย่างชัดเจน (ถ้าไม่รู้สึกก็ต้องไปตรวจสอบความตายด้านทางความรู้สึกแล้วละครับ) ว่า.... ธุรกิจการซื้อๆขายๆบ้านจัดสรรหรือว่าห้องชุดคอนโดมิเนียมตอนนี้ "ชะลอ" ลงจากตอนต้นปีและกลางปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายๆท่านรู้สึกว่ากำลังจะเข้าสู่ "จันทรุปราคา หรือ สุริยุปราคา" อีกครั้งหนึ่งแล้ว

แต่ก็มีข่าววิเคราะห์ดีๆเล็กๆในมุมหนึ่งของวงกาแฟบอกว่า.... ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์ ที่จะถึงนี้ เหล่าห้องชุดและบ้านจัดสรร อาจจะขายดีขึ้นมาอีกวูบหนึ่งก็ได้ เนื่องจากผู้ซื้อรู้สึกว่าเป็นเวลาสุดท้ายแล้วก่อนที่ "น้ำมันดีเซล" จะขึ้นราคาในเดือนมีนาคมที่จะถึง ทำให้เกรงว่าถ้าไม่ซื้อในตอนนั้นก็จะเสียโอกาสในการซื้อของ "ราคาเดิม" (อย่างที่บางผู้ประกอบการกำลังโปรโมทกันขณะนี้ครับ)
คำทำนายจากวงกาแฟ Expresso จะแม่นเพียงไร รอตรวจสอบอีกไม่กี่อึกใจแล้วครับ
.
.
.
22 ธ.ค. 2547 ทั ช ม า ฮ า ล ..... เ อี ย ง (อย่างมิได้ล้อเลียนหอเอนปิซา)
มีข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งที่อาจจะไม่เป็นที่สนใจกับนักธุรกิจทั้งหลาย แต่เป็นที่สนใจมากสำหรับนักประวัติศาสตร์และสถาปนิกทั่วโลก ก็คือเรื่องอนุสรณ์แห่งความรัก "ทัชมาฮา" เอียงครับ
พวกเราหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ปราสาททัชมาฮาลนั้นด้สนหนึ่งติดอยู่กับแม่น้ำยมุนา เมื่อโลกเปลี่ยนไป เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ดินริม ฝั่งแม่น้ำที่เคยเป็นเขื่อนธรรมชาติที่แข็งแรงก็เปลี่ยนไป มีการทรุดตัวเกิดขึ้น ทำให้ทัชมาฮาลเอียงไปแล้วจากอดีต โดยมีการวัดกันที่ยอดโดมหินอ่อนสูงสูงใหญ่ตรงกลางครับ

ก่อนหน้านี้นักประวัติศาสตร์ชาวโรตี 2 คนเคยเตือนแล้วว่าทัชมาฮาลกำลังเอียง โดยมีรายงานการเอียงครั้งแรกของปราสาทหินอ่อนแห่งนี้เมื่อปี 2485 ตามมาด้วยรายงานศึกษาอีกหลายฉบับที่ระบุว่ามีการเอียงเพิ่มขึ้นทุกปี ด้านสถาปนิกชาวภารตะบางคน (ไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับ) ค้านว่าการเอียงของทัชมาฮาลเป็นความตั้งใจออกแบบเพื่อช่วยป้องกันโดมจากแผ่นดินไหว แต่ก็รับว่ายังคงจับตาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษามรดกโลกแห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไป..... แม้ทัชมาฮาลยังไม่มีแนวโน้มที่จะถล่มในทันที แต่โดมสูงได้เอียงออกนอกแนวระนาบแล้ว ส่วนฐานหินอ่อนก็ยุบตัวลงอย่างช้าๆ ขณะที่สภาพน้ำแล้งในแม่น้ำยมุนาอาจส่งผลกระทบต่อฐานรากของทัชมาฮาลได้ พร้อมเสนอแนะแนวทางการแก้ไขว่าจะต้องมีการถมดินริมฝั่งแม่น้ำเพื่อปกป้องอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่พระจักรพรรดิชาห์ชะฮาน แห่งราชวงศ์โมกุล ทรงสร้างเป็นที่ฝังพระศพของมุมตัส มาฮาล พระมเหสีองค์โปรดในศตวรรษที่ 17 ครับผม
.
.
.
23 ธ.ค. 2547 คำบอกเล่าจาก.....สถาปนิกกรือแซะ
รอยกระสุน ที่เจาะพรุนโบราณสถาน อาจยังหลอนความรู้สึกของชาวบ้านในละแวก แต่ถึงอย่างนั้นกรือเซะก็ไม่เคยร้างผู้คน โดยเฉพาะชาวมุสลิม ที่ยังคงใช้พื้นที่นี้ ประกอบศาสนกิจ ในชีวิตประจำวัน กับคณะทำงานบูรณะ มัสยิดกรือเซะ จากกรมศิลปากร ซึ่งได้ร่วมกันออกแบบ และซ่อมแซมมัสยิด จนใกล้แล้วเสร็จ ภายใต้แนวคิด โบราณสถานเพื่อชุมชน

มีการเสนอแบบการบูรณะให้แก่ชุมชนเพื่อทำการประชาพิจารณ์บริเวณมัสยิด มีชาวบ้านร่วมประชุมหารือกว่า 200 คน หวังว่าอย่างน้อยจะบูรณะให้ได้ใช้เหมือนเดิม เพราะมัสยิดเป็นชีวิตจิตใจ อีกอย่างหนึ่งการซ่อมแซมครั้งนี้ชาวบ้านได้ช่วยกันคนละแรง มาเป็นช่าง อันไหนไม่เป็น กรมศิลป์ก็สอนให้จนทำเป็น

อิสมาอิล สาหลำ สถาปนิกท้องถิ่น วัย 26 ปี เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับงานซ่อมแซมมัสยิดว่าได้เพิ่มเติมรายละเอียดในแง่สถาปัตยกรรมท้องถิ่น โดยตนรับหน้าที่ค้นคว้าและสอบถามผู้รู้จนได้แบบปัตตานีดั้งเดิม ทั้งลวดลายแกะสลักไม้พรรณพฤกษา ลายเครือเถาในงานแกะไม้ รวมถึงลายดาวอย่างมุสลิมในงานลายเหล็กดัด และงานแกะไม้บุผนังเพดาน ลวดลายเหล่านี้นอกจากให้ความงดงามแล้ว ยังมีหน้าที่ช่วยระบายความร้อน ระบายลม และให้ความโปร่งสบายตาด้วย

จุดเด่นสำคัญของตัวมัสยิดอยู่ที่มินบัดห์ (Minbar) หรือช่องสำหรับโต๊ะอิหม่ามนั่งนำละหมาด เหนือมินบัดห์มีงานแกะสลักไม้วิจิตรฝีมือช่างปัตตานี และมีตราสัญลักษณ์เป็นชื่อพระเจ้า ตราด้านขวาอ่านว่าพระอัลเลาะห์ ตราด้านซ้ายอ่านได้ว่าพระมูหะหมัด "อิสลามจะมีแต่ลายดอกไม้ ใบไม้ จะไม่ทำลวดลายสัตว์หรือสิ่งมีชีวิต อย่างไม้ที่เป็นระเบียงผนังรอบๆ ผมก็ไปศึกษามาจนได้มาเป็นลายผลสับปะรด รอบๆ เป็นใบไม้ จากนั้นก็หาช่างฝีมือในบ้านเราลงมือแกะ นอกจากงานไม้เราก็ยังฉาบปูนแบบวิธีดั้งเดิมคือใช้ปูนหมักฉาบด้วยปูนตำ ทำให้พื้นผิวเรียบลื่น" สถาปนิกหนุ่มเล่าอย่างภาคภูมิใจว่าการบูรณะหนนี้น่าจะทำให้มัสยิดคงอยู่ยืนยาวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยปี

ไม่มีคำเยินยอใดเหมาะสมกับคุณสถาปนิกท่านนี้ นอกจาก "ดอกไม้" จากหัวใจครับ
.
.
.
25 ธ.ค. 2547 ประกาศเขตเมืองเก่า 9 เมืองใน 4 ภาค
คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าเห็นชอบให้ประกาศเขตเมืองเก่า 9 เมืองใน 4 ภาค เพื่อดำเนินการพัฒนาเมืองเก่าพร้อมอนุรักษ์แหล่งโบราณสถาน ประกอบด้วย......
....ภาคเหนือ = จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง น่าน กำแพงเพชร พิษณุโลก
....ภาคใต้ = จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช
....ภาคกลาง = จังหวัดลพบุรี
....ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ = อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

โดยจะมีการจัดขอบเขตของพื้นที่ในการพัฒนาเมืองเก่า พร้อมอนุรักษ์แหล่งโบราณสถาน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเมืองเก่าทั้ง 9 เมือง ลักษณะอาจจะเหมือนคณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ (มั๊ง) ครับ ....แต่ก็อาจจะทำให้นักธุรกิจที่นิสัยไม่ค่อยงาม รีบก่อสร้างอะไรต่ออะไรออกมาในเขต(จะ)อนุรักษ์นี้อีกเยอะในตอนนี้ ก่อนที่กฎหมายจะออกมาเป็นเรื่องเป็นราวก็ได้ครับ
เป็นข่าวดีเล็กๆอีกข่าวหนึ่งในยุคเปิดโลกธุรกิจกว้างไกลครับผม
.
.
.
.

24 ธ.ค. 2547 ว า ท ะ ข อ ง ห ล ว ง ต า ม ห า บั ว ( ภ า ค 3 )
เป็นข่าวฮือฮาเล็กๆกันติดต่อมา ๒ ครั้งแล้ว เรื่องเกี่ยวกับการเทศน์ของหลวงตามหาบัว อันอาจจะเกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งเดือนหน้า มีการตีความทางสังคมกันไปหลายรูปแบบ เพราะว่าท่านหลวงตาฯได้เทศน์เตือนรัฐบาลครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม เรื่อง "อย่าพองตัวจนเกินไป" (อ่านรายละเอียดในข้อความที่ ๓ ในกระทู้นี้) หลังจากนั้นในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ท่านหลวงตาก็เทศน์เรื่อง "อย่าเป็นลิงโลดโดดไม้ผุ"

เมื่อวานนี้ ๒๒ ธันวาคม ท่านก็เทศน์เรื่อง "เห็นคนไทยทั้งแผ่นดินเป็นอะไร" ความว่า "...ตั้งกฎเกณฑ์ข้อนั้นมา ตั้งกฎเกณฑ์ข้อนี้มา มาบังคับบัญชาประชาชนคนทั้งแผ่นดิน เหมือนว่าประชาชนคนทั้งแผ่นดินเป็นหมากันทั้งหมด เป็นคน ๆ เดียวที่มีอำนาจใหญ่โตเหนือเมฆเหนือหมอก เหนือฟ้าเหนือแผ่นดิน คนเดียว เวลานี้เสียงเด่นอยู่คนเดียว แต่เรายังไม่ระบุชื่อ ตัวนี้ละตัวสำคัญมากที่เป็นจอมทำลายชาติ ทำลายศาสนา ทำลายพระมหากษัตริย์ ก็คือตัวนี้เองเป็นตัวใหญ่ที่สุดเวลานี้ กำลังเสกสรรเจ้าของขึ้นเป็นตัวใหญ่ แต่คนทั้งประเทศเขาจะเสกหรือเขาจะเหยียบลงก็ไม่รู้ เขาอยู่เงียบ ๆ ว่าเขาไม่มีหูมีตาเขาไม่มีใจ เขามีทุกคน ไม่มีแต่ตัวคนเดียวที่กำลังพองตัวอยู่เหมือนอึ่งอ่างนี่แหละ ตัวนี้ตัวสำคัญ ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่กับตัวนี้ทั้งนั้น เป็นผู้กุมอำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ ไว้ เวลานี้พองตัว เดี๋ยวนี้รู้ตัวแล้วยังก็ไม่ทราบนะ หรือยังพองต่อไปอีกก็ไม่รู้ จะเอาจนกระทั่งท้องระเบิด จะรู้ตัวแล้วยังก็ไม่รู้ มันตายไปแล้วก็ไม่รู้ตัวอีก...."

กรุณาอ่านด้วยจิตที่มีธรรมะกลั่นกรอง กรุณาอย่าอ่านด้วยความโกรธหรือสะใจ นะครับ
.
yy
26 ธ.ค. 2547 <b>เ กิ ด โ ศ ก น า ถ ก ร ร
26 ธ.ค. 2547 เ กิ ด โ ศ ก น า ถ ก ร ร ม T S U N A M I
.
.
.
26 ธ.ค. 2547 วิธีการตรวจสอบเบื้องต้น "อาคารหลังแผ่นดินไหว" อย่างสถาปนิกธรรมดาๆครับ....
หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหววันนี้ ได้ทำการพูดคุยหาความรู้จากผู้รู้ทางด้านอาคารและด้านแผ่นดินไหวหลายคน (เช่น ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย เป็นอาทิ) ถึงการตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหวว่าจะมีปัญหาหรือไม่ สรุปความง่ายๆเป็น ๔ ข้อดังนี้นะครับ....

๑. ตรวจสอบดิ่ง-ฉากของอาคาร ว่าอาคารของเรานั้นยังดิ่งและฉาก (และระนาบ) ดีอยู่หรือไม่ ตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นกล้อง survey หรือว่าจะเป็นลูกดิ่ง หรือว่าจะเป็นลูกแก้ว ก็แล้วแต่จะสะดวกครับ... ตรวจว่าเป็นอย่างไร หากทุกอย่างปกติ ก็ผ่านข้อ ๑ ไปได้ครับ

๒. ตรวจสอบสภาวะรอยร้าว ตรวจสอบให้หมดไม่ว่าจะเป็ฯส่วนของโครงสร้างหรือส่วนสถาปัตยกรรม เน้นการตรวจสอบรอยใหม่ๆนะครัย (รอยเก่าที่เป็นจนตะไคร่ขึ้นอาจจะไม่จำเป็นครับ) โดยเฉพาะรอยร้าวในลักษณะ "เฉียงๆ" ครับ หากไม่มีรอยพวกนี้ก็ถือว่าผ่านข้อที่ ๒ ไปได้ครับ

๓. ตรวจสอบงานระบบ โดยเฉพาะทางแนว "ดิ่ง" เปิดช่องช๊าปต์ดูว่าท่อต่างๆนั้นเอียงหรือไม่ อุปกรณ์การยึดเกาะทั้งหลายสมบูรณ์อยู่หรือ มีท่อแตกหรือเอียงหรือไม่ ระบบลิฟท์ก็เป็นจุดหนึ่งที่ต้องตรวจสอบการทำงาน ลองเปิดน้ำ เปิดไฟ เปิดแอร์ดูสักพักว่า ทุกอย่างทำงานเป็นปกติหรือไม่

๔. ตรวจสอบหน้าต่างและระบบ curtain wall ว่ากระจกต่างๆนั้นยังติดสนิทดีหรือไม่ ลองเอามือผลักดูเบาๆ หากชั้นไม่สูงมากก็อาจจะเอาน้ำฉีดทดสอบดูได้ครับ หากทุกอย่างปกติ ก็ถือว่าข้อสุดท้ายผ่านครับ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ สำหรับสถาปนิกสักคนหนึ่งที่อยากตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหวครับ
.
.
.
29 ธ.ค. 2547 H e l p.. b y.. A c t i o n

sorry to type in English, but in any language is not important than to express our feeling about the SAD of our South people.

No sentenses of anything for now, No news or realestate information at this moment.... Everyone of us know the SAD news already.

Please, action and action ... action for our belove people.
Any action must be done by now, tomorrow and the day after.
Not only PRAY but we have to ACTION.
Any good think must be action, any good way need to ACTION.
Architect and Engineer need to have some ACTION,....
.
yy
<b>ปู ม ปี 2 5 4 7 จ บ ล ง เ พี ย ง
ปู ม ปี 2 5 4 7 จ บ ล ง เ พี ย ง เ ท่ า นี้ ค รั บ

ปี ๒๕๔๗ จบลงด้วยโศกนาถกรรม Tsunami ครับ
เป็นการจบปีเก่าและเริ่มปีใหม่ด้วยความเศร้าสลด ซึ่งมีการบันทึกกิจกรรมของเหล่าสถาปนิกเกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วมในกรณี Tsunami ที่กระทู้ http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00091814 ครับ

กระทู้นี้จำเป็นต้องจบลง (เพราะว่ารายงานหมดปีแล้ว) และมีความยาวอย่างมาก (ทำให้ load ช้ามากครับ) ....การบันทึกเริ่มใหม่ในปี ๒๕๔๘ ซึ่งจะนำลงมาให้อ่าน (และเก็บเป็นข้อมูล) ในกระทู้ใหม่ต่อไปครับ (และเพื่อไม่ให้ file ใหญ่เกินไป จะแยกเป็น ๒ ภาคในปี ๒๕๔๘ ครับ เป็นภาค ๑ สำหรับ ๖ เดือนแรก และภาค ๒ สำหรับ ๖ เดือนหลังครับ)
.
yy
<b>ส่วนที่รวมกระทู้ปี 2548 (ภาค ๖ เดือนแ
ส่วนที่รวมกระทู้ปี 2548 (ภาค ๖ เดือนแรก) ตามได้ที่ link นี้ครับ......
http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00092196
.
yy
<b>ขออนุญาตสรุปกระทู้ &quot;เล่าข่าวสู่ก
ขออนุญาตสรุปกระทู้ "เล่าข่าวสู่กันฟัง" อีกครั้งนะครับ

ปี 2546 = http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00092184

ปี 2547 = http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00092192 (กระทู้นี้)

ปี 2548/1 = http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00092196

ปี 2548/2 = http://www.asa.or.th/02community/01webboard/detail.aspx?ID=00092212
.
yy
<b>ปี 2549 ๖ไตรมาส 1) = </b><br> <a href