อาคารทรงจีนโบราณ 2 หลัง 5 คูหา
 
  ข้อมูลทั่วไป
 
ชื่ออาคาร : อาคารทรงจีนโบราณ 2 หลัง 5 คูหา
 
ประเภทอาคาร : อาคารเคหสถานและบ้านเรือนเอกชนและอาคารพาณิชย์
 
ที่ตั้ง :

216, 218, 220 ถนนปัตตานีภิรมย์ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมือง จ.ปัตตานี 94000
 
ปีที่สร้าง : พ.ศ. ....อายุ ..... ปี
 
รูปแบบสถาปัตยกรรม :
อาคารสร้างโดยชาวจีนอพยพจากมณฑลฮกเกี้ยน มีรูปทรงภายนอก เทคนิควิธีและวัสดุในการก่อสร้าง ลดลวยประดับอาคารทั้งภายนอกและภายใน ที่แสดงถึงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมจีนอย่างเห็นได้ชัด
  ลักษณะอาคาร :
  สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนอพยพเข้ามาในเมืองปัตตานีเพิ่มจำนวนมากขึ้นและชุมชนหัวตลาดเริ่มขยายตัวลงมาทางใต้ตามถนนปัตตานีภิรมย์ขนานไปกับแม่น้ำเพื่อรองรับจำนวนชาวจีนที่เพิ่มขึนดังกล่าว
   
ประวัติและความสำคัญ
 
 
คุณค่าด้านศิลปะสถาปัตยกรรม
อาคารเรือนเเถวสองหลังที่เสนอนี้ถึงเเม้จะไม่ใช่อาคารเรือนหลังเเรกของชาวจีนในประเทศไทย หรือเป็นอาคารของกัปตีนจีน หรือของชาวจีนผู้สูงศักดิ์ก็ตาม เเต่อาคารทั้งสองหลังดังกล่าวก็เป็นอาคารเรือนเเถวทรงจีนโบราณกลุ่มเเรกๆที่ถูกสร้างขึ้นในประเทศไทย ที่เเสดงให้เห็นวิวัฒนาการในการก่อสร้างเเละการเลือกใช้วัสดุ ที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจากอาคารทรงจีนยุคเเรกดั้งเดิมสุด ซึ่งสังเกตได้จากการปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นประตูบานเฟี้ยมตลอดช่วงความกว้างของช่วงเสาด้านหน้าอาคารทั้งหมด เเทนที่จะเป็นประตูบานเปิดคู่ตรงกลางขนาบด้วยหน้าต่างเเบบจีนสองข้างเหมือนในอาคารทรงจีนยุคเเรกสุด การปรับเปลี่ยนมาใช้ประตูบาเฟี้ยมดังกล่าวคงเพื่อตอบสนองต่อการใช้สอยพื้นที่อาคารในชั้นล่างที่เป็นร้านค้า ให้ใช้สอยได้สะดวกยิ่งขึ้น อันสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจการค้าของชาวจีนที่ขยายตัวมากขึ้น หลังจากที่ได้เริ่มตั้งถิ่นฐานในพื้นที่
คุณค่าด้านสังคม
เราจะเห็นได้ว่าคนจีนอพยพมีบทบาทอย่างมากต่อโครงสร้างเเละพัฒนาการของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี เเละอาคารที่พวกเขาเหล่านั้นได้สร้างขึ้นเเละอาศัยอยู่ที่สามารถพบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยก็เป็นบทพิสูจน์ ถึงการเข้ามาอยู่เเละมีบทบาทในสังคมไทยของชาวจีนในเเต่ละพื้นที่นั้นๆได้เป็นอย่างดี
คุณค่าด้านประวัติศาสตร์
เป็นหลักฐานสำคัญเเสดงให้เห็นถึงการเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญของปัตตานี เป็นเมืองที่ผู้คนหลายชาติ หลายเผ่าพันธุ์ หลายศาสนาเข้ามาพักอาศัย ทำมาหากิน ตั้งถิ่นฐานตั้งเเต่ อดีตนานมา
คุณค่าด้านวิชาการ
สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของอาคารทรงจีนโบราณที่เสนอ รวมทั้งหลังอื่นๆในพื้นที่ด้วยว่าเป็นหลักฐานวัตถุที่ดีในการวจัย หรือทำการศึกษาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง วัฒนธรรมประเพณี เเละอื่นๆ
ประวัติอาคาร :
ถ้าจะกล่าวถึงประวัติของอาคารคงต้องเริ่มท้าวความจากประวัติการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองปัตตานีของชาวจีน ซึ่งจริงๆเเล้วสามารถนับถอยหลังไปได้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งเเต่รัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตรงกับราชวงศ์เหม็งของจีน ในตอนนั้นมีชาวจีนชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม ปรากฏอยู่ในตำนานเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นนายสำเภาเศรษฐีจีน เดินทางมาค้าขายยังเมืองนครศรีธรรมราชในปี ค.ศ. 1580 ซึ่งตรงกับสมัยที่พระยาตานีเป็นเจ้าเมืองปัตตานี เมื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยมขายของที่เอามาจากจีนหมดเเล้ว ก็ไม่ยอมกลับไปเมืองจีนเเต่ได้นำเรือมาเเวะเทียบท่าที่ปัตตานี การเอาเรือเทียบท่าในสมัยก่อนต้องนำเครื่องบรรณาการไปถวายเจ้าเมือง การนี้เองที่ทำให้ลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้พบกับธิดาสาวของพระยาตานี เเละตกหลุมรักเข้าตั้งเเต่เเรกพบ เเละได้สืบสัมพันธ์ไปเรื่อยๆจนลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเข้านับถือศาสนาอิสลามเเละได้เเต่งงานกันในที่สุด
สภาพปัจจุบันของอาคาร
ลักษณะทางกายภาพ :
อาคารทั้งสองหลังโดยทั่วไปยังคงสภาพที่เเข็งเเรงมั่นคงดีพอสมควร เเต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ การใช้พื้นที่ในอาคารเลขที่ 220 ที่ใช้พื้นที่ 2 คูหาด้านซ้ายมือในชั้นล่างเป็นร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการวางของระเกะระกะไปทั่ว ทั้งเครื่องมือที่ใช้ซ่อม อุปกรณ์ที่รอซ่อม อุปกรณ์ที่ซ่อมเสร็จเเล้ว เเละอะไหล่ เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆวางกองอย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้ยากเเก่การดูเเลอาคารให้คงสภาพดีอยู่เสมอ
สภาวะคุกคามทางธรรมชาติ
การผุกร่อน เเละลบเลือนหายไปของลวดลายประดับตกเเต่งอาคารตรงบริเวณ ยอดจั่วที่ทำเป็นเส้นโค้งขึ้นไป และในบริเวณยอดผนังอาคารด้านสกัดทั้งสองฝั่งของอาคาร ลวดลายปูนปั้นเเละเขียนสีทั้งสองตำเเหน่งดังกล่าว ลบเลือนผุกร่อนไปตามกาลเวลาโดยธรรมชาติ จนเเทบคาดเดาไม่ออกว่าเคยมีลวดลายในลักษณะใดมาก่อน ทำให้อาคารเริ่มทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีใครอยู่อาศัย หรือดูเเล นกนางเเอ่นเริ่มเข้ามาจับจองอาคารที่ปิดร้างเหล่านั้นเพื่อทำรังมากขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่มีใครมารบกวน เเละเจ้าของอาคารก็เต็มใจ ดีกว่าปล่อยอาคารถูกทิ้งร้างไว้เฉย นกเข้ามาทำรังยังก่อให้เกิดรายได้ (ที่งามทีเดียว) จาการเก็บรังนกไปขาย
เหตุผลด้านการท่องเที่ยวและการรื้อฟื้นประวัติศาตร์ของชุมชนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของเมือง :
-
 
แนวคิดในการอนุรักษ์
เหตุใดเราจึงลืม ?  
ว่า ณ พื้นที่แห่งนี้เราเคยอยู่ร่วมกันอย่างมีสุข เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน บ้านของพวกเราเป็นภาพสะท้อนความผูกพันของเราไว้ด้วยกัน  
เหตุใดความความผูกพันของเราจึงเลือนไป ? ความผูกพันที่เชื่อมโยงเราไว้กับชุมชนอันเป็นที่รัก ความผูกพันที่สร้างความรักแก่เพื่อนมนุษย์ ที่เชื่อมเราไว้ด้วยกัน  
บางทีหากเราสามารถรื้อฟื้นความทรงจำดี ๆ ที่เราเคยมี ความสวยงามของการอยู่ร่วมกัน ... เราอาจเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราเคยมีในอดีต  
ฉันอยากจะบอกสิ่งเหล่านี้กับลูกหลานของเราว่า  
พื้นที่แห่งนี้สวยงามเพียงใด มิตรภาพของมนุษย์สวยงามเพียงใด บ้านของพวกเราเคยสวยงามเพียงใด  
ให้พวกเขาได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานของเรา เรื่องราวของพวกเรา ... ได้รับรู้ถึงคุณค่าของบ้านของพวกเขา ...  
   
แนวทางในการปรับปรุง  
เนื่องจากอาคารตั้งอยู่ในตำเเหน่งที่ตั้งที่โดดเด่น เเละมองเห็นได้จากทุกรอบด้าน ต่างจากเรือนเเถวโดยปกติทั่วไป ดังนั้นการอนุรักษ์จึงไม่สามารถที่จะเน้นการบูรณะปรับปรุงเฉพาะบริเวณด้านหน้าอาคาร เหมือนเรือนเเถวทั่วไปได้ เเนวทางในการอนุรักษ์จึงสมควรที่จะมองอาคารในลักษณะมวลอาคารโดยรวม เเละการใช้พื้นที่ภายในอาคารที่เหมาะสมเเละสัมพันธ์กับลำดับการเข้าถึง ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สอย จากบริเวณริมถนนด้านหน้าสู่ด้านหลังของอาคาร  
สิ่งที่สมควรคำนึงถึงเป็นอันดับเเรกคือการปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งก็คือการใช้พื้นที่เป็นบ้านนกนางเเอ่น ให้ออกไปจากตัวอาคารเก่า เนื่องจากเทคนิคการก่อสร้างอาคารเเบบจีนทำให้อาคารมีรูปทรงทึบตัน เเละไม่นิยมเจาะหน้าต่างจึงทำให้การถ่ายเทอากาศภายในอาคารไม่ค่อยดีนัก ซึ่งการเเก้ปัญหาเหล่านี้อาจทำได้โดยการเปิดลานโล่งกลางบ้านในชั้นล่าง เเต่สำหรับชั้นบนการเเก้ปัญหาทำได้ยากกว่า ทำให้พื้นที่ด้านบนทึบ ขณะเดียวกันอาคารเเบบจีนจะไม่นิยมทำฝ้าเพดานปล่อยให้เห็นโครงสร้างเเละกระเบื้องทั้งภายในอาคาร เเละนอกชายคา สภาพดังกล่าวเอื้อประโยชน์อย่างดีต่อการเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อทำรังของนกนางเเอ่นภายในอาคาร โดยมีโครงสร้างหลังคาของอาคารเป็นที่ฝากรังได้เป็นอย่างดี การเเก้ปัญหาจึงต้องปรับโครงสร้าง สภาพเเวดล้อมภายในอาคารดังกล่าวไม่ให้เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาใช้พื้นที่ของนก ในกรณีที่ไม่สามารถย้ายพื้นที่รังนกออกไปได้ทั้งหมด หรือเจ้าของอาคารไม่เห็นด้วย ควรหาทางออกที่ประนีประนอม โดยการหาเเนวทางออกเเบบให้เกิดการใช้พื้นที่ร่วมต่อไปได้ เเต่ต้องหาวิธีในการเสริมความเเข็งเเรงของโครงสร้างด้านในอาคารเพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมของอาคาร หรือการสร้างโครงสร้างอาคารใหม่ด้านหลังอาคารเก่าที่มีสภาพเเวดล้อมภายในที่เอื้อต่อการสร้างรังของนก เเล้วจึงค่อยๆถ่ายโอนพื้นที่รังนกจากอาคารเก่าสู่โครงสร้างใหม่  
เนื่องจากองค์ประกอบโครงสร้างเดิมของอาคารมีเหลืออยู่เฉพาะในบริเวณด้านหน้าเพียงส่วนเดียว ดังนั้นการบูรณะปรับปรุงจึงควรนำเอาองค์ประกอบต่างๆในส่วนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่น ประตู หน้าต่าง ช่องเเสงเดิมของอาคาร ค้ำยันหลังคา ทางเข้าออกด้านข้างอาคาร เป็นต้น สร้างองค์ประกอบต่างๆดังกล่าวให้โดดเด่นขึ้นมา เเต่ยังสอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ในบริเวณด้านหลังซึ่งจะต้องได้รับการสร้างขึ้นใหม่หรือปรับปรุงเช่นกัน เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการใช้งานในลักษณะการดำเนินชีวิตปัจจุบันที่เเตกต่างจากในอดีต เนื่องจากอาคารถูกล้อมด้วยพื้นที่เปิดโล่ง ผนังด้านข้างของอาคารซึ่งเป็นผนังทึบจึงควรได้รับการคำนึงถึงในการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก การให้สีของผนังอาคารบริเวณนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันอาจใช้ผนังดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่เเสดงรายละเอียด ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติอาคาร การให้สีอาคารถ้าไม่ใช่โทนสีเดิมของอาคาร ก็ควรให้สีที่สอดคล้องกับลักษณะการใช้พื้นที่ภายใน พื้นที่เเต่ละส่วนอาจให้สีที่ต่างกัน เพื่อเเสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ร่วมของอาคารเรือนเเถวซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างอาคารเเต่โบราณ ในปัจจุบันการใช้พื้นที่ร่วมในอาคารยังคงมีอยู่เเต่ไม่ใช่จำกัดอยู่เเค่เพียงร้านค้ากับที่พักอาศัย ดังนั้นการให้สีกับตัวอาคารใหม่จึงควรสื่อให้เห็นถึงการใช้งานที่หลากหลายของอาคารในปัจจุบันไปในขณะเดียวกัน  
   
 
 
 
   
Plate A1 Map Webboard