|
|
| ควรทำการบูรณะให้ภาพรวมของอาคารแลดูสง่างาม สมอายุ
ของอาคาร เนื่องจากอาคารได้ใช้งานมาเป็นเวลานานกว่าร้อยปี
การต่อเติม เพื่อให้ใช้งานได้ดีเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ หากแต่การต่อเติมนั้น
ทำให้คุณค่าของตัวอาคารด้อยค่าลง จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เข้าใจในคุณค่า
และประโยชน์ใช้สอยอาคารอันพึงมีต้องยื่นมือเข้ามา เพื่อรักษามรดก
วัฒนธรรมอันหาค่ามิได้ให้คงไว้ |
|
|
|
|
|
| แนวทางในการปรับปรุง |
|
|
|
|
|
| 1. รื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ต่อเติมไว้รกรุงรังออกจากอาคารเดิม |
|
|
|
| 2. ปรับปรุงวิธีการต่อเติมองค์ประกอบอาคารที่เป็นอยู่ปัจจุบันซึ่ง ทำให้ภายในอาคารมืดทึบได้แก่ หลังคาเหล็กชุบสังกะสี ซึ่งมีสีเคลือบ หลากหลายทำลายคุณค่าอาคาร ให้โปร่งแสงแลดูไม่ขัดตาและใช้งาน กันแดดกันฝนได้ |
|
|
|
| 3. เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาเรือนให้เป็นชนิดเดียวกัน จากการสังเกตุ ในชั้นต้นนี้เข้าใจว่ากระเบื้องเดิมคือ กระเบื้องดินเผาชนิดไม่เคลือบ ซึ่งคงเหลืออยู่ 3 แห่ง คือที่หลังคาโถงกลาง ที่หลังคากุฏิวิปัสสนา ที่ด้านหน้าทั้งซ้าย-ขวา และที่หลังคาหอฉัน ส่วนกระเบื้องซีเมนต์รุ่นหลัง ที่ซุ้มบันใดทางขึ้นเรือน และที่หลังคารั้วระเบียงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เห็นควรให้คงไว้ |
|
|
|
| 4. ยกระดับพื้นเรือน ให้ใต้ถุนสูงขึ้นจากระดับพื้นทั่วไปถือเอา ความสูงบันใดทางขึ้นเรือนด้านหน้าเป็นเกณฑ์ |
|
|
|
| 5. เปลี่ยนชิ้นส่วนไม้โครงสร้างที่ผุกร่อน |
|
|
|
| 6. ทำสีอาคารใหม่ทั้งหมด โดยล้างสีเก่าซึ่งทาไว้หลากสีออกให้หมด ทำสีอาคารใหม่ด้วยสีรักษาเนื้อไม้ โดยเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีเนื้อไม้ ธรรมชาติที่ปรากฏ |
|
|
|
| 7. ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ประปา - ระบบระบายน้ำ |
|
|
|
| 8. ปรับปรุงรั้วรอบอาคาร โดยเฉพาะด้านหน้าให้มองเห็นความสง่างาม ของกลุ่มอาคารและปลอดภัย |
|
|
|
| 9. ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบอาคาร |
|
|
|
| |
|